โดราเอม่อน
อ่านช้าๆ
และแล้วก็ไม่ได้เขียน
คนสองคน
ถูกที่ ถูกทาง และถูกเวลา
Just Go With It
Commitment
Again
หนังสือสวดมนต์
แสร้งโง่
รักฉันอย่าคิดถึงฉัน
แม็กโลนัล
ความมั่นคง
วันนี้ที่รอคอย
ใจเหงาๆกับเหล่าพยาบาล
ตาทั้งสองข้าง
ความประทับใจในความเรียบง่าย
ความเข้าใจผิด
วันที่น่าจะเป็นแค่เพียงวันธรรมดาแต่กลับกลายมาเป็นวันที่สวยงามที่สุด ตอนจบ
วันที่น่าจะเป็นแค่เพียงวันธรรมดาแต่กลับกลายมาเป็นวันที่สวยงามที่สุด ตอนที่ 1
บันทึกความทรงจำวันสงกรานต์
บทสรุปการเดินทาง(ตอนจบ )
บทสรุปการเดินทาง(2)
บทสรุปการเดินทาง
ออเดิร์ฟก่อนจะถึงบทสรุปของการเดินทาง
สองความประทับใจที่แตกต่าง
แวะมาพัก
การเดินทางครั้งใหม่
หยาดน้ำตาจากความฝัน
ปล่อยไปตามลม
เรื่องของความละอายใจ
Retro
พูดคำว่า อรุณสวัสดิ์ด้วยกัน ^^
ความสับสนทางอารมณ์
อาคันตุกะทางธรรม
ปิ่นโต
ไม่มีใครหัวเราะก่อนจะร้องไห้
R.I.P
โรงเบียร์
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 

วันที่น่าจะเป็นแค่เพียงวันธรรมดาแต่กลับกลายมาเป็นวันที่สวยงามที่สุด


หลังจากผ่านช่วงสงกรานต์มาแบบจัดเต็ม 


ยังอยู่ในช่วงมึนๆ งง ๆ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น อย่างมากมาย


โดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว ของเก่ายังไม่ทันได้จัดเรียง ของใหม่


ก็มาเติมอย่างท่วมท้น เรียกได้ว่า เดือนนี้เดินทางแบบแทบ


ไม่ได้หยุดพัก มีเนื้อหาของชีวิตแบบนันสต็อป 



ก่อนอื่นก็ต้องสวัสปี๋ใหม่เมืองกันก่อน 


และแล้ววันเวลาแห่งศักราชใหม่ตามแบบฉบับของไทย 


ก็ได้อุบัติขึ้นแล้ว ขวบปีที่ผ่านมาหากแม้นเป็นขวบปีแห่ง


น้ำตาและความอึดอัด ก็คงจะได้ฤกษ์อำลาจากกันไปเสียที


มีคนบางคนกล่าวไว้ว่า หากในช่วงปีใหม่ไทยชีวิตเราเป็น


ยังไง ตลอดปีหลังจากนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน 


สงกรานต์ปีนี้เป็นปีที่ผิดความคาดหมายอย่างรุนแรง 


เป็นปีที่มีเรื่องราวดีดีเกิดขึ้นมากมาย 


เป็นความประทับใจ ที่ดีที่สุด และงดงามที่สุดช่วงนึงของชีวิต


เลยก็ว่าได้ ทุกอย่างดูลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนบท


ละครที่ใครบางคนเขียนอาไว้แล้ว เราก็ทำหน้าที่เพียงเล่นไปตาม


บทที่เค้ารังสรรค์ขึ้นมา เวลาผ่านพ้นไปแล้วยัง งง งง ไม่หาย 


ว่าออกมารูปนี้ได้อย่างไร รือจะเป็นดังที่มีคนพูดเอาไว้ว่า 


"ฟ้าลิขิต และขีดเขียนเรื่องราวเอาไว้" เราเป็นแต่เพียงคนคนนึง


ที่เกิดมาช่วงใช้เวลาในโลกใบนี้ในช่วงเวลาสั้นๆ 


เสมือนนักแสดงที่เล่นไปตามบทบาทที่ถูกขีดเขียนเอาไว้ 



สงกรานต์ 


ในตอนแรกแผนการของเราคือ การเดินทางไปสู่เชียงใหม่ ในวันที่ 9-14 


แต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องพลาดไป เนื่องจากดูโปรแกรมที่ไปแล้ว คาดว่าจะไม่


ตรงจริตของเรา เลยขอผ่านนาทีสุดท้ายก่อนเดินทาง เลยตั้งเป้าใหม่ว่า 


จะใช้ช่วงเวลาในวันหยุดนี้ สำรวจ และลองขับรถศึกษาเส้นทางในกรุงเทพ


เพื่อยกระดับองค์ความรู้การคมนาคมส่วนตัว คาดว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่


กับตัวเองแบบสงบเงียบ โดยมีหุ้นส่วนเอารถมาทิ้งไว้


เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการศึกษา แต่ครั้นเมื่อถึงเวลาจริงๆ เรื่องราวกลับตาลปัตร


จนตอนนี้ก็ยัง งง งง  อยู่ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร 


วันที่ 12 


เริ่มจากวันที่ 12 หลังจากเราส่งหุ้นส่วนขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ 


ก็มีคนชวนเราไปเดินดูของ กินข้าว แถวๆศิริราช 


คนที่ชวนก็เป็นครอบครัว ของคนรู้จักกัน เรียกได้ว่าไปกันทั้งครอบครัว 


เราก็โอเค เพราะหากให้ไปคนเดียว ก็คงจะยากเพราะไม่ชอบเดินในที่แออัด


คนเดียว วันนั้นก็เรียกได้ว่า เป็นวันที่สนุกและประทับใจอีกหนึ่งวันเลยทีเดียว


อาจเป็นเรื่องราวธรรมดาของใครหลายๆคน แต่สำหรับเราที่เป็นคนที่รัก


การใช้ชีวิตแบบครอบครัว และใช้สายตา อีกทั้งหัวใจในการศึกษาเรื่องราว 


และวิถีชีวิตของคนทั่วไปแล้ว ถือว่าเป็นความงดงามทางความรู้สึกอย่างนึง


เลยทีเดียว และเรื่องราวก็ทำท่าว่าจะจบลงแบบไม่มีอะไร แต่แล้วก็ได้รับการ


สื่อสารมาจากพี่น้องของเราว่าจะมาเที่ยวละแวกกรุงเทพ จะร่วมทริปด้วยกันมั้ย


ซึ่งในตอนแรก เราได้ปฏิเสธ ไปก่อนแล้ว เพราะความไม่สะดวกในหลายๆเรื่อง


ทั้งเวลา และการเดินทาง บังเอิญว่าตอนที่พี่สาวของเรานั้นโทรมา เรากำลังอยู่


ในช่วงขณะขับรถซึ่งทุกคนนั่งอยู่ในรถกันหมดและได้ยินเรื่องราว ก็เลยถามเราว่า


อ่าว ที่บ้านจะมาเที่ยวเหรอ เราก็ตอบว่าใช่ เห็นว่าคืนแรกจะนอนที่เมืองกาญจน์


เค้าก็เลยบอกว่า ถ้างั้นขอเลี้ยงอาหารมื้อค่ำที่ราชบุรีหน่อยได้มั้ย เพราะเมื่อคราว


ที่ชาวคณะนี้ไปเที่ยวเชียงใหม่ ครอบครัว เราก็เลี้ยงดู และให้การต้อนรับเป็นอย่างดี


เราก็ได้สื่อสารกับครอบครัว ทุกคนก็โอเค เพราะฉนั้นวันถัดไปมีนัดกันที่บ้านโป่ง 


ราชบุรี และเมื่อโปรแกรมที่หนึ่งเกิด โปรแกรมอื่นๆ จึงตามมา เราก็เลยคิดว่าใน


เมื่อต้องเจอกัน งั้นเราก็ขับรถไปหาพวกเค้าที่ตลาดสามชุกเลยดีกว่า เพราะนั้นคือ


สถานที่แรกที่เค้าจะแวะเที่ยวกัน หลังจากออกจากเชียงใหม่ และเมื่อสื่อสารลึกไปกว่า


นั้นก็ได้ความว่าเรื่องที่พักที่กาญจนบุรีก็ยังไม่เรียบร้อย ทำให้เรารู้สึกร้อนใจเพราะ


ครอบครัวทางนี้เค้าก็บอกว่า หน้าเทศกาลและมากันเยอะขนาดนี้ จะมีปัญหาเอานะ


เพราะกว่าจะกินข้าวกันเสร็จ ก็ค่ำแล้ว เราจึงต้องอาสาจัดการเป็นธุระให้ ทำให้เรา


และเมื่อทดลองพยายามติดต่อแต่ละที่แล้ว ก็ได้ความว่า กาญจนบุรีน่าจะไม่ใช่ที่ที่


เหมาะนักเพราะที่พักหายาก เราเลยตัดสินใจว่าควรพักที่นครปฐมมากว่า เพราะหนึ่ง


ที่พักน่าจะหาง่ายกว่า สองเวลาในการเดินทางหลังจากกินข้าวมื้อค่ำแล้ว น่าจะโอเคกว่า


เพราะฉนั้น ตอนเช้าเราต้องไปวนเวียนหาโรงแรมที่นู่นและจองให้เสร็จสรรพ 



วันที่ 13 สามชุก สุพรรณบุรี 


ตื่นตั้งแต่ 6.00 โมง เสร็จก็รีบไปรับไกด์นำทางที่ราชบุรี เพราะเส้นทางในนครปฐม


ต้องบอกว่าเรานั้นโง่ มาก ไหนจะต้องเดินทางต่อไปสามชุก สุพรรณบุรี 


จากภาพรางๆ ที่เราวาดเอาไว้ สุดท้ายก็กลายเป็นภาพที่ชัดเจน ทั้งการเดินทาง 


โรงแรม รวมถึงการไปสามชุก ทุกอย่าง ลงตัว ไม่มีเซอไพรซ์ เมื่อไปถึงสามชุก 


อากาศร้อนมาก แต่เรื่องราวของวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม ทำให้อากาศ


เป็นเรื่องรองลงไปเลย รู้สึกประทับใจ ในภาพที่เกิดขึ้นมากมาย กลิ่นอายของ


วัฒนธรรม เรื่องราว ที่ยังคงอยู่ มนต์สเน่ห์ จบลงที่นิยามว่า น่าร้าก อ่ะ ^^ 


และแล้วก็ได้เจอกับครอบครัวจนได้ บรรยากาศที่คุ้นเคยความสนุกสนาน


แบบวุ่นวายๆ บางคนก็ยังคงเอกลักษณ์ไว้ แวะทุกร้านขายของซื้อทุกอย่างที่กินได้ 


เป็นความวุ่นวายที่เราชื่นชอบ เป็นความน่ารักของความไม่สมบูรณ์แบบ ชอบๆ


ของกินหลายๆ อย่าง เป็นของที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ นี่ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างนึง


ที่เราชื่นชอบ เพราะนั่นหมายความว่า คุณจะหาของที่เป็นเหมือนที่นี่จากที่อื่นได้นะ 


ต้องที่นี่เท่านั้น มันถึงจะถึงแก่นอย่างแท้จริง เราลองนึกภาพดูเวลาเราไปไหนซักที่ 


เช่น ร้านอาหารเหนือในกรุงเทพ ถามว่า โอเครสชาติ เมนูอาจจะได้ แต่ที่ขาดไป 


นั่นก็คือ บรรยากาศ อารมณ์ พลังของสถานที่ หรือที่เค้าเรียกว่า Sense of place 


เมื่อเสพเรื่องราวของสามชุก กันจนอิ่มแล้ว จึงสรุปว่าจะเข้าไปอาบน้ำพักผ่อนที่โรงแรม


ก่อนที่จะไปกินข้าวเย็นที่ราชบุรี โดยมีเราขับรถนำขบวน คันอื่นๆ เค้าสนุกสนาน กัน 


เพราะเค้ามีวอกันคันละอัน พอหลายๆ คันมันก็สนุก เพราะเค้าก็แซวกันตลอดทาง 


ส่วนตัวผมมองว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างนึงเลยนะ การที่ขับรถเป็นคาราวาน เพราะมันจะมี


ความไม่สมบูรณ์แบบเกิดขึ้น แต่มันก็จะกลายเป็นเรื่องเล่าที่สนุกๆ และน่าจดจำในภายหลัง 


บางคันชอบขับช้า บางคันชอบขับเร็ว บางคันชอบแวะ แต่ไม่ว่าเราจะมีความชอบที่ต่าง


กันแค่ไหน สุดท้ายเราก็ยังเดินร่วมทางไปด้วยกันเพื่อจุดหมายเดียวกัน 


หากคนเราเป็นแบบนี้ได้ก็คงจะดี การที่เรามีวิถีที่แตกต่าง มีความชอบที่แตกต่าง 


ไมไ่ด้หมายความว่าเส้นทางชีวิตเราจะไปด้วยกันไม่ได้ ช้าบ้าง เร็วบ้าง แวะบ้าง 


จะเป็นไรไป หย่อนความเป็นตัวเองลงบ้าง แต่สุดท้ายเราก็สามารถไปถึงปลายทาง


ที่เรามุ่งหวังเอาไว้ หากความรักของคนสองคนทำได้แบบนี้ คำว่า ผิดหวัง คงยากที่จะเกิด



นครปฐม 


เมื่อถึงโรงแรม ทุกคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ ส่วนตัวเรานั้น ก็นั่งเล่นรออยู่ที่ล็อบบี้ 


เมื่อได้เวลา เมื่อทุกคนพร้อม เราก็ออกเดินทางไปบ้านโป่งราชบุรี เพื่ออาหารเย็น 


ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ร้านอาหารส่วนมากปิด เราก็งง เพราะที่ที่เราจากมานั้น ยิ่งเป็น


วันเทศกาล ร้านอาหารเป็นอะไรที่หยุดไม่ได้เลย แต่เนื่องด้วยความต่างทางโครงสร้าง


ของสถานที่ ทำให้เราเข้าใจ แต่ท้ายสุดเราก็ได้ร้านอาหารริมแม่น้ำ บรรยากาศดีดี 


ทุกคนก็มีความสุข สนุกสนาน กันไป เพราะบ้านเรานั้นเป็นคนคุยเก่งอยู่ได้ จึงทำให้


บรรยากาศเป็นไปด้วยความสบายๆ เมื่ออิ่มหนำสำราญ ก็แยกย้ายกันไป 


โดยที่ภารกิจสุดท้ายของเราคือ การพาชาวคณะไปส่งที่โรงแรม ส่วนเรานั้นก็กลับมานอน


ที่คอนโด ที่บ้านก้สวดใหญ่เลยว่าทำไมไม่เอาเสื้อผ้ามานอนที่โรงแรมด้วยกัน 


เราก็รีบ และไม่แน่ใจในโปรแกรม ทำให้ไม่ได้ติดเสื้อผ้ามาด้วย สุดท้ายก็กลับมาถึง


ห้องประมาณ เที่ยงคืน เหนื่อยและง่วงมาก ต้องรีบอาบน้ำ นอน เพราะวันรุ่งขึ้น 


ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เพื่อไปหาพวกเค้าที่นครปฐม และร่วมเดินทางไปสู่ตลาดน้ำอัมพวา 


ว่าแล้วก็ยาวมากละ เดี๋ยวค่อยมาว่ากันต่อในวันรุ่งขึ้น ...


วันที่น่าจะเป็นแค่เพียงวันธรรมดาแต่กลับกลายมาเป็นวันที่สวยงามที่สุด ตอนที่ 1



     Share

<< บันทึกความทรงจำวันสงกรานต์วันที่น่าจะเป็นแค่เพียงวันธรรมดาแต่กลับกลายมาเป็นวันที่สวยงามที่สุด ตอนจบ >>

Posted on Tue 16 Jul 2013 11:29
@pinkomlette ใช่เลยร้านโปรดเลยครับ
ไปเชียงใหม่รอบล่าสุดก็ไปดื่มด่ำมา ^^
แต่เค้าบอกว่าที่สุดของแจ้ในเรื่องบรรยากาศของชา ต้องที่ โรงแรม Chedi
mysterryboy   
Mon 23 Apr 2012 19:27 [5]

ชอบไปกินชาร้านเวียงจูออน ที่ริมแม่น้ำอะคะ บรรยากาศดี ชาหอม
pinkomlette   
Sun 22 Apr 2012 20:34 [4]

อ่านแล้วก็รู้สึกว่าถึงจะเป็นการเดินทางที่ร้อน ไหนจะต้องขับรถไปกลับกทม.นครปฐม แต่คุณก็คงเต็มไปด้วยความสุขใช่มั้ยคะ

อ่านไปก็นึกภาพตามไปด้วย แต่ตลาดสามชุกเนี่ย นึกภาพไม่ออกเลย เพราะไม่เคยไป (เชยเนอะ) ไม่รู้จะอารมณ์เดียวกับตลาดน้ำดอนหวายหรือเปล่า แบบว่าเราชอบไปที่ที่มีของกินเยอะๆ อิอิ

ขอแซวนิดนึงนะคะ ขับรถไปกลับกทม.-นครปฐม เหมือนน้ำมันถูกเนอะ :-)
OiLy   
Wed 18 Apr 2012 17:23 [3]

น่าเสียดายนะครับคุณตูน
ถ้ามีโอกาสต้องลองกลับไปอีกครั้ง
เพราะมีของกินที่เป็นเอกลักษณ์
ค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว
แต่ได้อ่านว่าจำรสชาติของอาหาร
ไม่ได้แต่จำรสชาติของบรรยากาศ
ที่เกิดขึ้นได้ ดีใจด้วยนะครับที่มี
ช่วงเวลาที่ดีดี ^ ^
(( ไปเจียงใหม่ต้องไปเสพเรื่องราว
ความน่าฮักๆ ของคนเหนือๆ นะเจ้า
วันหลังมีโอกาสจะเขียนเกี่ยวกับโปรแกรมเจียงใหม่ นะเจ้า ))
mysterryboy   
Wed 18 Apr 2012 7:40 [2]

ตูนเคยไปเที่ยวตลาดสามชุกครั้งนึง แต่เสียดายไปตอนเช้า ก็เลยมีร้านเปิดไม่เยอะ แต่ว่าได้บรรยากาศอาหารเช้าตามร้านกาแฟออกจีนๆที่ตลาดนั่นละ จำไม่ได้ว่าอาหารอร่อยไม๊ กาแฟอร่อยไม๊ จำได้แค่ว่าสนุกมาก เสียดายที่ไม่ได้รอจนร้านเปิด เพราะตอนที่ไปคือกำลังจะขับรถไปเชียงใหม่กับครอบครัว ((เส้นทางเดียวกับครอบครัวเจ้าของไดอารี่เลย เพียงแต่ของทางตูนขับสวนทางกัน))
pinkomlette   
Tue 17 Apr 2012 21:11 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh