ความว่าง... ระหว่างคนสองคน
อีกหนึ่งอารมณ์
Voice Di (เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด I)
เพื่อนเก่า
โดราเอม่อน
อ่านช้าๆ
และแล้วก็ไม่ได้เขียน
คนสองคน
ถูกที่ ถูกทาง และถูกเวลา
Just Go With It
Commitment
Again
หนังสือสวดมนต์
แสร้งโง่
รักฉันอย่าคิดถึงฉัน
แม็กโลนัล
ความมั่นคง
วันนี้ที่รอคอย
ใจเหงาๆกับเหล่าพยาบาล
ตาทั้งสองข้าง
ความประทับใจในความเรียบง่าย
ความเข้าใจผิด
วันที่น่าจะเป็นแค่เพียงวันธรรมดาแต่กลับกลายมาเป็นวันที่สวยงามที่สุด ตอนจบ
วันที่น่าจะเป็นแค่เพียงวันธรรมดาแต่กลับกลายมาเป็นวันที่สวยงามที่สุด ตอนที่ 1
บันทึกความทรงจำวันสงกรานต์
บทสรุปการเดินทาง(ตอนจบ )
บทสรุปการเดินทาง(2)
บทสรุปการเดินทาง
ออเดิร์ฟก่อนจะถึงบทสรุปของการเดินทาง
สองความประทับใจที่แตกต่าง
แวะมาพัก
การเดินทางครั้งใหม่
หยาดน้ำตาจากความฝัน
ปล่อยไปตามลม
เรื่องของความละอายใจ
Retro
พูดคำว่า อรุณสวัสดิ์ด้วยกัน ^^
ความสับสนทางอารมณ์
อาคันตุกะทางธรรม
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


ตาทั้งสองข้าง




ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมาก

คือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก

เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน

ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร นะ

มาเรียนที่อเมริกา

เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิส

ทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน

ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดู

ว่าสะอาดจริงมั้ย

กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

มีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย

ต้องให้ดีที่สุด

เวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง 

เขียนไว้สามแผน

แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อ

แกเสนอแผนที่สอง

แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สาม

ใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย

แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา

มีธุรกิจ

มีชื่อเสียงทุกอย่าง

แกมีทุกอย่าง

วันหนึ่งแกพักผ่อน

หลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย

ลูกเมียไปขอพบ

บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต

วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง

ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุ๊บลงไป

ภรรยาพาเข้าโรงบาล

ตรวจพบมะเร็ง

พอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย

จริง  เค้าก็เตือนตลอด

แต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้

แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล

แล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน

บันทึกชีวิตแก

ก่อนจะเสียชีวิต

แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว

แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่

กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก


ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า

พ่อผมเคยบอกว่า ...

เกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ


1...ปริญญาใบที่หนึ่ง ....

"ปริญญาวิชาชีพ"

เราจะต้องทำมาหากินเป็น

กินอิ่ม นอนอุ่น พูดง่าย 

ล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้

อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง

แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ


2...แต่"ปริญญาวิชาชีวิต" ..

ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้

แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง

ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ

แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก

เพราะอะไร

เพราะทำงานจนป่วยตาย


ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่าง

บ้าน รถ

มอบมันให้กับลูกและภรรยา

แต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง

ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา

สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้

สิ่งที่ว่านี้คือผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย

เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย


...นี่คือปริญญาวิชาชีวิต ...

ธรรมะเราจะต้องมี

ถ้าเราไม่มีธรรมะ

เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเอง

ที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี

ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้ว

อย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวันนะ

แต่ละวันควรจะมี

ให้ดูแลตัวเอง ดูจิต

ดูใจตัวเอง

ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์

มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่า

แบกเรื่องโน้นเรื่องนี้

เกินไปหรือเปล่า

พยายามลดลงในแต่ละวัน 

เพื่อที่ว่าอะไร

เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิต

หนึ่งปริญญาวิชาชีพ

เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่ง

มีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่

แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สอง

คือวิชาธรรมะ

สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง

ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป

ทำอะไรให้พอดี

พอดีอยู่ดีมีสุข

อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว

อยากพักให้ได้พัก

อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ

ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง

อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุด

และมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี

เพราะอะไร

เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา


เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้า..

ว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด

บางคนก็ตอบเงิน

บางคนก็ตอบเพชร

บางคนก็ตอบทอง

บางคนก็ตอบอำนาจ

บางคนก็ตอบราชบัลลังก์


พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่

สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต..

สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย

คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อยนะ

และก็ชีวิตของเรา


หากบุญกุศลอันใดจะเกิดได้จากการเผยแพร่เรื่องราว ผู้บันทึกก็ขอให้กุศลผลบุญนี้ จงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขเพื่อปัญญาของเพื่อนผู้ร่วมวัฏฏะทุกท่าน และขอให้ ดร.อนุวัฒน์ ไม่ว่าจะไปอยู่ภพไหนหนใดก็ขอให้มีปัญญาเท่าทันต้นเหตุแห่งทุกข์เช่นที่ท่าน ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเตือนสติผู้อื่นไว้...

...ขอขอบพระคุณในข้อคิดดีดี...

เรื่องราวดีดี จาก FB ...


เหมือนที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า 

"คนจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ต้องมีตาสองข้าง

ตาข้างหนึ่งเอาไว้มองทางโลก 

อีกข้างหนึ่งเอาไว้มองทางธรรม"

ทางแห่งความสุขนั้นก็คือทางสายกลาง 

ไม่่ว่าหนทางนั้น จะเป็นหนทางที่มุ่งไปสู่อะไรก็ตาม

เราใช้กิเลสตัณหา เป็นแรงขับให้ชีวิตทะยานไปข้างหน้า

จะเร็วจะช้าก็ขึ้นอยู่กับตัณหาของแต่ละคน 

และเราก็ควรใช้หลักธรรม คำสอน ในการประคับประคอง

ในช่วงวันเวลาที่ชีวิตกำลังทะยานไปข้างหน้า 

เพื่อที่ว่า เมื่อถึงวันเวลาที่เราไปถึงเป้าหมาย 

เรือแห่งชีวิตลำนี้จะได้ไม่ต้องมีอันต้องสูญสลายไปซะก่อน  


หลังจากวันก่อนต้องไปรับหุ้นส่วนกลับจากสนามบินดอนเมือง 


ก็ได้รับการสื่อสารก่อนไปว่า เดี๋ยวให้เก็บเสื้อผ้ามาหนึ่งชุด 


เพื่อไปนอนที๋โรงแรม Conrad เนื่องจากพี่อีกคน ที่ตอนแรกจะไป


นอนเปลี่ยนบรรยากาศเกิดติดภารกิจทางราชการ ทำให้ไม่สามารถ


กรรมจึงตกมาที่เราแทน 


หลังจากที่รับพี่แกเสร็จ ก็มุ่งหน้าไปกินข้าวกันที่ Conrad เพื่อเช็คอิน 


พร้อมทั้งกินข้าว กับพี่อีกคน ที่ตอนแรกจะเป็นผู้เข้าพัก 


ในวันนี้ที่ห้องอาหาร ยังคงเป็น French dinner อีกเช่นเคย 


บรรยากาศในวันนี้คนเงียบมาก เมื่อได้วเคราะห์กันแล้ว อีกทั้งได้สอบถาม


พนักงาน ก็ได้ความว่า อาหารฝรั่งเศส อาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร 


อีกทั้งในแต่ละเมนูเอง ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย ประกอบกับราคา ที่


ค่อนไปทางสูง (หัวละประมาณ 2,000 บาท) ทำให้ได้รับผลตอบรับที่ไม่ดี


เท่าที่ควร แต่ได้ความว่ากำลังจะเปลี่ยนเป็น International food 


มื้อนี้ก็ผ่านไปแบบอืด ๆ เพราะเมื่อกลางวันฟาดไปเต็มที่ เพราะได้รับ


การไหว้วานให้ไปรับลูกชายพี่เค้ากลับบ้าน เราก็เลยพาน้องเค้าไปกินข้าว


ก่อนกลับ และแน่นอนตามสไตล์เราจัดเต็ม ซึ่งลูกชายพี่เค้าก็ได้พาเราไป


ลิ้มลองอาหารที่ร้านขนมจีนเทวดา ได้ความว่าน่าลิ้มลอง 



@ขนมจีนเทวดา 


ร้านนี้มีจุดขายอยู่ที่การทำเส้นขนมจีนแบบสดๆ และมีอาหารที่หลากหลาย


มีเมนูเกี่ยวกับขนมที่พลิกแพลงกว่าที่อื่น พอสมควร เช่น ขนมจีนผัดขี้เมา 


ขนมจีนสเต็ก เป็นต้น มื้อนี้สมาชิกสามคน เรากินแบบแชร์กัน เพราะจะได้


ลิ้มลองอาหารที่หลากหลาย สิ่งที่เราฟาดกันไปก็คือ ขนมจีนแบบต่างๆ 3 จาน


ก๋วยเตี๋ยว 2 ถ้วย ส้มตำไทยกุ้งสด 1 ไก่ย่างครึ่งตัว สเต็คหมู 1 สเต็คไก่ 1 


ข้าวราดหมูอบ 1 แคบหมู 2 ขนมถ้วย 10 ถ้วย น้ำแข็งใส 1 น้ำปั่น 3 แก้ว 


ไข่ต้ม 1 ฟอง น้ำอีกสองขวด เบ็ดเสร็จ 600 กว่าบาท ซึ่งถือว่าราคา โอเคเลย


ไม่แพง แถมอาหารแต่ละอย่างรสชาติ โอเคทุกอย่างเลย เรียกได้ว่า อิ่มหนำ


สำราญสุดๆ 



@Conrad 


ตาทั้งสองข้าง


มื้อเย็น @ Conrad 


ตาทั้งสองข้าง


มื้อเช้า @ Conrad 


ตาทั้งสองข้าง


Enjoy มากเลย นอนที่เดิม อิอิ 



อาหารเย็นมื้อนี้ เราก็กินอย่างละนิด อย่างละหน่อย ให้คุ้นราคาที่จ่ายไปนิดนึง


(ถึงแม้เราจะไม่ได้จ่ายเองก็ตาม อิอิ ) ไวน์ให้คนละ คร้าฟ เราก็กินไปเพียงครึ่ง


เดียวเพราะเดี๋ยวต้องขับรถ แถมอีกวันต้องตื่นเช้า (เสียดาย ไวน์รสชาติใช้ได้เลย)


สิ่งที่ควรเป็นไปก็คือ เราไปส่งพี่เค้ากลับบ้านที่พระราม 2 แล้วเราก็กลับมานอน


ที่ Conrad แต่เนื่องจากดูหมายเลขห้องแล้วทำให้ใจหวิวๆพิกล เลยตัดสินใจว่า


แอบกลับไปนอนที่คอนโดดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยเข้ามาเช็คเอ้า อิอิ 


กว่าจะนู่นนี่นั่นเสร็จปาเข้าไป ตี2 ง่วงและเหนื่อยมากมาย 


พอตื่นเช้ามาเราก็แว้บไปกินข้าวที่ Conrad และเช็คเอ้า ก่อนที่จะไปธุระต่อ 


และก็มีเหตุให้เสียรมณ์เล็กน้อย เพราะในห้องที่เค้าจองมาให้ไม่รวมอาหารเช้า


เสียค่าอาหารเช้าอีก เกือบพัน แถมอาหารก็ไม่เท่าไหร่อีก โอ้ะ ขอลาเน้อแบบนี้ 


เมื่อกินอะไรนิดหน่อยเสร็จ ก็คิดว่า เอ้ เราควรจะไปนอนเล่นซักหน่อยนะ เดี๋ยว


เกิดพี่เค้าถาม เราตอบไม่ได้ขึ้นมา ละก็ยุ่งเลย เลยแว้บขึ้นไปนั่งเล่นซักพักนึ ง 


และก็เป็นดังคาด พอเราเข้าไปนั่งเล่นทำนู่นนี่นั่น เงียบๆ ก็รู้สึกได้ว่า มีอะไร ไม่ชอบ


มาพากล ดังก๊อกๆ แก้กๆ หึหึ ถ้าเมื่อคืนมานอนละก็นะ 2013 ห้องนี้แหละนะ 





เมื่อเช็คเอ้าเสร็จสรรพ ก็นัดคุยงานที่ Villa เกษตร-นวมินทร์ เคยมาโครงการนี้


ครั้งนึงก็เฉยๆ ก็เหมือนวิลล่าทั่วไป แต่การมาครั้งนี้เกิดความรู้สึกชอบ แต่ไม่ใช่


โครงการนี้เป็นโครงการข้างๆ ซึ่งคาดว่าจะเป็นเจ้าของเดียวกัน คลับคล้าย


คลับคลาว่า ชื่อ villa walking street รึอะไรทำนองนี้ เอ้อ บรรยากาศเข้าท่า


ดี แฮะ สบายๆ ชิวๆ มีร้านไวน์ ร้านอาหารน่านั่งหลากหลายร้าน เห็นแล้ว


อยากจะมาช่วงใช้บรรยากาศยามค่ำคืนไปกับเสียงเพลง และเหล้าองุ่นโดยแท้ 


ก็คิดไว้ในใจว่า วันไหนสบโอกาสก็ขอกลับมาเยือนในเวลาค่ำคืนซักครั้งเถิด ^^




ตาทั้งสองข้างตาทั้งสองข้างตาทั้งสองข้าง
Create a playlist at MixPod.com

     Share

<< ความประทับใจในความเรียบง่าย ใจเหงาๆกับเหล่าพยาบาล >>

Posted on Tue 16 Jul 2013 11:30
ใช่คะ เงินก็เป็นปัจจัยนึงที่สำคัญสำหรับการใช้ชีวิตปัจจุบัน เคยมีคนพุดกับตูนเหมือนกันว่าเพราะตุนไม่เคยต้องเดือดร้อนเรื่องเงินเลยมองว่ามันไม่สำคัญ ตุนก็ไม่รุ้ว่ามันอาจจะจริงก็ได้ แต่คนทุกคนเวลามองเวลาจะตัดสินใจส่วนใหญ่ก็ใช้ประสบการ ตัวตนของเรา base ในการตัดสินใจ สำหรับตุนวันที่ชีวิตตกต่ำ มันไม่เกี่ยวกับปัจจัยภายนอกเลยคะ มันเป็นเรื่องของจิตใจในส่วนที่ละเอียดอ่อนมากๆ อย่าเดาว่าอกหักนะคะ ไม่ใช่ๆ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในครอบครัว ตอนนั้นตุนเลยเรียนรุ้ว่าต่อให้เงินทองกองตรงหน้าเยอะแค่ไหน บางครั้งมันก็ซื้อความสุขให้ไม่ได้เลยแม้ซักนิด
pinkomlette   
Tue 1 May 2012 9:42 [6]

มะเร็งเป็นเรื่องใกล้ตัว ใช่เลย Oily เพราะฉนั้น ควรจะรีบหาความสุขในทุกๆด้านนะครับ ^^ รีบเติมความงดงามในทุกช่วงเวลาของชีวิต
เอ้ Avenue ใช่ๆ เหมือนจะชื่อ Navamin avenue ว่าแต่ มัน Navamin หรือว่า Avamin กันแน่อ่ะ -*- แต่ชอบบรรยากาศ สบายๆ ร้านอาหารมีให้เลือกมากมาย รึย้ายไปอยู่นวมินทร์ดีหว่า ?? อิอิ
mysterryboy   
Tue 1 May 2012 9:20 [5]

ไม่ทราบมาก่อนเลยว่าดร.อภิวัฒน์เสียชีวิตแลว แค่ทราบว่าป่วยเป็นมะเร็ง เสียดายคนมีความรู้ความสามารถ ทุกวันนี้เราคิดว่ามะเร็งเป็นเรื่องใกล้ตัวจริงๆ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในชีวิตนี้เราไม่เคยหวังว่าจะต้องรวย ขอแค่ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น ตราบใดที่ร่างกายแข็งแรง เราก็มีแรงหาเงินได้

Villa เกษตรนวมินทร์ที่ว่าคือ Avamin Avenue หรือเปล่าค่ะ ถ้าใช่ แสดงว่าเจ้าของไดมาไกลเหมือนกันนะเนี่ย เราไปหาอะไรหม่ำแทบจะทุกอาทิตยืเลย ไม่ไกลจากบ้านค่ะ

OiLy   
Mon 30 Apr 2012 22:36 [4]

ตกหล่นไป ที่บอกว่าในวันที่ชีวิตตกต่ำนั้น
แว้บของความคิดที่เปลี่ยนจากมวลของความเครียดอันมากมายให้มหาศาลให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืนก็คือ ความคิดที่ว่า ตอนที่เราเกิดมาเรามีอะไร ?? เสื้อผ้าซักชิ้นเรายังไม่มีเลย
และในวันนี้ที่เราบอกตัวเองว่าเราทุกข์ เราทุกข์เพราะอะไร สิ่งที่เราเคยมี นั้นแท้จริงแล้วตั้งแต่เราเกิดมา เราก็ไม่เคยมีมาก่อน แล้วจะถือว่าเป็นของของเราได้ยังไง เรายังโชคดีกว่าคนอื่นอีกมากมาย ที่ยังมีสองแขน สองขา สองหู สองตา อวัยวะทุกอย่างอยู่ครับ แถมสติปัญญาความฉลาดยังมากมายเหลือล้น เพียงแต่เราอาจจะไปติดกับดักของกิเลสตัณหา หรือไม่ก็สติของเราวิ่งตามตัวเราไม่ทันก็เป็นได้ สิ่งนี้ก็เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเราก็เท่านั้น มันไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปหรอก
เป็นเส้นบางอย่างแท้จริงเลยนะครับ ที่กั้นระหว่างความทุกข์และความสุข ซึ่งเป็นประสบการณ์ของตัวเองครั้งแรกเลยที่ทำให้เข้าใจถึงคำว่า แค่เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตก็เปลี่ยน จะทุกข์หรือสุขมันอยู่ที่ใจ หาใช่สิ่งที่อยู่ภายนอก ^^
mysterryboy   
Mon 30 Apr 2012 21:28 [3]

เจ้าของไดฯชื่อ แชมเปี้ยน ชื่อนะ ไม่ใช่รายการทีวี อิอิ
คุณตูนครับ ก็ไม่รู้ว่าที่คุณตูนบอกว่าตกต่ำที่สุดของชีวิตนั้นหมายความว่ายังไง
แต่ถ้าจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมนะครับ วันที่ผมตกต่ำที่สุดในสายตาของสังคม นั่นก็คือ สิ่งที่อยู่นอกกายแทบจะไม่มีอะไรเหลือ ณ ช่วงเวลานั้นผมกลับมีความสุขมากที่สุด และความสุขนั้นก็อยู่กับผมตลอดเวลาเอาซะด้วย โดยที่ผมไม่ต้องไปขวนขวายความสุขจากที่ไหน เลย เรามีมันเต็มอยู่ตลอดเวลา แต่ยามที่ชีวิตมันขึ้นนะ มีเกินกว่าคนอื่นแทบจะทุกอย่าง จนคนรอบตัวอิจฉา ความสุขที่เรามีนั้นกลับน้อยลงและอยู่กับเราไม่นาน ต้องคอยแสวงหาจากภายนอก ต้องคอมอยู่ตลอดเวลา ถือว่าเราแชร์กันละกันนะครับ ^^ เรื่องเงินสำหรับคุณตูนอาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดแล้วก็ไม่รู้อาไรกันที่สำคัญที่สุดกันเนอะครับ ส่วนตัวผมนั้น เงินก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดเช่นกัน แต่เงินเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่จะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงน่ะครับ ^^
อย่าเพิ่งไปคิดอะไรมากกับเวลาที่ยังมาไม่ถึงเลยครับคุณตูน คนเราแค่เพียงเสี้ยววินาทีก็อาจจะเปลี่ยนทัศนคติของเราได้นะครับ ขอให้เราเพียงแต่เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี พูดในสิ่งที่ดี และทำในสิ่งที่ดี (ที่เรามองนะครับ ไม่ใช่คนอื่นมอง) แค่นี้ชีวิตเราก็ต้องมีวันที่ดีรอเราอยู่แน่นอนครับ
เป็นกำลังใจให้ครับ
ตอบ ปล1 อืม ผมก็ไม่เชิงมีสัมผัสพิเศษหรอกนะครับ คือไม่เห็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
แต่มันก็ประหลาดนะครับ ในช่วงเวลาที่ใจเราสงบ และเราใช้ช่วงเวลานั้นมองความรู้สึกของเรา มองในสิ่งที่เราเป็น เราก็มักจะสามารถสัมผัสหรือรู้สึกในสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ไม่ได้หมายถึงเรื่องผีอย่างเดียวนะครับ แต่หมายถึงในเรื่องของการสื่อสารกับคนอื่นในเชิงควมรู้สึก เหมือนที่มีคำพูดว่าใจสื่อใจ หรือจะเรียกอีกอย่างว่า สัญชาตญาณก็ได้ครับ หากมีเวลาลองดูนะครับ บางทีอาจทำให้ค้นเจอคำตอบอะไรอีกมากมายที่อยู่ในใจของเราก็เป็นได้ ^^
ตอบ ปล2 ยินดีมากๆ เลยครับ
mysterryboy   
Mon 30 Apr 2012 21:20 [2]

สำหรับตูนคงสอบตกปริญญาวิชาชีพ เพราะทำงานหาเงินมาก็แทบไม่เหลือเก็บ ทุกวันนี้เก็บเงินไว้เพื่อดูแลตัวเองตอนแก่ตอนเจ็บป่วยนั่นหละ แต่นอกนั้นเราคิดว่าชีวิตคนเรามันต้องเดินไปและชื่นชมกับทุกๆก้าว เหมือนหลายๆคนชอบบอกว่าทำงานตอนนี้เก็บเงินเยอะๆ จะได้ไปเที่ยว แต่วันที่เก็บเงินได้พอไม่เคยมาถึง หรือมารุ้ตัวอีกทีก็ใกล้หมดเวลาซะแล้ว อาจเพราะสำหรับตูนเงินไม่ใช่คำตอบมั้ง เราเคยผ่านช่วงที่เรียกว่าตกต่ำที่สุดของชีวิต แม้เงินทองมากมายแค่ไหน ก็ซื้อความสุขน้อยนิดยังไม่ได้เลย สำหรับเรา เงินคงไม่สำคัญที่สุด

ปล1 คุนเจ้าของได ((ไม่รุ้ชื่อขอเรียกแบบนี้ละกันนะคะ)) มีสัมผัสพิเศษหรอค่ะ

ปล2 ขอบคุนคำแนะนำดีๆ ค่ะ
pinkomlette   
Mon 30 Apr 2012 20:30 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh