ความรักสีส้ม
ความรักกับผู้ชายคนนึง
สุดสัปดาห์หรรษา
RISES !
ที่คั่นหนังสือ
จากเจมส์บอนกลายเป็นคนขายแฮมเบอเกอร์
เมนูวันแม่
เรื่องเล่ายามบ่าย
Go the distance
ได ฯ ภาคสนามแบบเรื่อยเปื่อย
ความคืดถึง
เก็บตกร้านเค้กในเชียงใหม่
ดื่ม และ กิน
The end of chiangmai story
ไดฯเสี่ยวๆ
Cm story VI
Cm story V
หลากเรื่องคั่นการเดินทาง
Cm III.V
Cm story III
Cm story II
Cm story I
Before Cm Story
ขำขันวันอาทิตย์
คืนปล่อยผี
ปรัชญาบนตัวอักษร
ความเครียดหลบมุม
ยึดติด
วิชาศิลปะการใช้ชีวิต
มันก็เป็นเช่นนี้แล
Ladies
คำตอบ
คำถาม
นิทานก่อนนอน ตอนเปลี่ยนความโดดเดี่ยวให้เป็นความสงบ
อีกหนึ่งวัน
วาระเร่งด่วน
ความว่าง... ระหว่างคนสองคน
อีกหนึ่งอารมณ์
Voice Di (เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด I)
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


ผู้หญิงที่มาแต่งแต้มเติมสีสันให้ชีวิตมีมากมาย

แต่ผู้หญิงที่ใช่จริงๆ ไม่รู้อยู่ที่ไหน



. . . ความรักนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีเงื่อนไข

เป็นสิ่งที่ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว

เป็นสิ่งที่คนทุกคนให้คำนิยามที่แตกต่างกัน

เป็นสิ่งที่ทุกคนมีภาพฝันที่ไม่เหมือนกัน

ความรักที่แท้จริงต้องออกมาจากหัวใจ. . .


เมื่อคืนเป็นคืนที่ จิตใจล่องลอยเข้าไปค้นหา

คำตอบของความรักที่อยู่ในใจของเราเอง

เหตุเกิดจาก

ได้มีโอกาสมานั่งดูผลงานของBOX WEDDING

ซึ่งเราชื่นชอบผลงานของเค้ามานาน

เพราะรู้สึกว่าเค้าสามารถถ่ายทอดความโรแมนติค

ออกมาได้ดีระดับนึงเลยทีเดียว

เค้าทำให้ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ แต่เป็น

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงนึง กลายเป็นช่วง

เวลาที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น


จุดที่ทำให้เรารู้สึกอิน จนต่อมน้ำตาทำงาน

ก็คือช่วงที่คู่บ่าวสาวให้สัมภาษณ์

เราก็ฟัง ฟัง และก็ฟัง แล้วก็คิดตาม

อืมมม ส่วนมาก (เฉพาะที่ได้เห็น)คนที่เค้ารักกัน

จนตัดสินใจเลือกเป็นคู่ชีวิตซึ่งกันและกัน

บางทีเค้าก็ยังไม่เห็นจำเป็นต้องเห็นทุกด้านของอีกฝ่ายเลย

ถ้าความรู้สึกมันบอกว่าใช่ และใจเราบอกส่วนหลักๆ

ของคนนี้ คือส่วนของคนที่เราจะใช้ชีวิตต่อไปร่วมกัน

นั่นก็หมายความว่า คนนี้แหละคือคนที่ใช่

เหมือนดังคำที่ว่า คนคนนี้โดนใจ เพราะฉนั้นเราต้องมองหา

จุด จุดนึง ที่เราทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าเราอยากใช้

ชีวิตร่วมกันกับเค้า


ในนิยามของความรัก

เหมือนที่บอกเอาไว้ ช่างหลากหลายรูปแบบ

บางคนเลือกใครซักคน เพราะเค้ามีความมั่นคง

สามารถดูแลได้ จึงเลือกคนคนนั้นมาเป็นคู่ชีวิต

บ้าง บางคนก็เลือกเพราะช่วยส่งเสริมฐานะกัน


แต่หลังจากที่เราได้ดูหลายๆคู่เมื่อคืน

แล้วก็มานั่งสมาธิพิจารณาถึงตัวของเราล่ะ

ว่าเราต้องการคนแบบไหน ที่จะโดนใจเรา


ก็ได้คำตอบจนได้. . .


. . . บทเรียนจากนิยามรักของเรา

หลังจากนั่งสมาธิพิจารณานานนับชั่วโมง

เมื่อค้นลงไปในFile of my Heart

เราก็พบว่าปัญหาอย่างนึง ที่ทำให้เราชินชากับความรัก

ริ่มมีความกระด้างกระเดื้อง และเริ่มวางเฉย

ก็เพราะว่าช่วงหลังๆ คนที่เข้ามา มักจะมาแบบมีเงื่อนไข

น้อยคนมากที่เข้ามาด้วยความจริงใจ และใช้ความรู้สึก

เป็นตัวนำ เหตุมันก็เริ่มจากที่เราเริ่มเปลี่ยนจากหนุ่มน้อย

หน้ามน เป็นหนุ่มเริ่มใหญ่ออกไปแนวทางอาเสี่ย

(จากขนาดรูปร่่าง ฮ่าๆ )

บวกกับการใช้ชีวิตเฮฮากับเพื่อนฝูงยามค่ำคืน

ทำให้คนที่เข้ามาจึงมักจะมาแบบมีเงื่อนไข

ไม่ว่าจะเป็นการพบกัน ณ ที่แห่งหนใด

แต่ถ้าเห็นหน้าตาแล้วคนมักจะนึกว่า ใช่ ใช่แน่นอน

คนนี้มั่นคง หุ่น แบบนี้ หน้าตาแบบนี้

อยากจะบอกว่า ลองล้วงไปในกระเป๋ากางเกง

เราก่อนมั้ย มีอยู่ยี่สิบบาท เนี่ยจะเอาปัญญาไหน

ไปดูแล ไอ่ที่อวบเนี่ย เพราะกินแต่อาหารที่ไม่มีคุณภาพ

แป้งเยอะ ลองดูสิคนที่เค้ารวยๆ กินแต่พวกอาหารดีดี

ปลาแซลมอล ปลารามันดี สลัด จะมีใครมาอวบแบบนี้มั้ย ฮ๋าๆ

ทีนี้พอแรกๆ บ้างบางคนก็มาแบบเก็บอาการ แต่ทีนี้

พอวันเวลาผ่านไป เราก็รู้ว่าเค้ามาแบบมีเงื่อนไข เราก็ย่อม

ต้องจากไป เพราะนิยามของเรามันไม่ใช่แบบนี้

พอบ่อยครั้งเค้า หัวใจเราก็เริ่มชินชาไปโดยไม่รู้ตัว

จนคนมักจะถามว่าเป็นเกย์รึเปล่า ก็เพิ่งมารู้ตัวเมื่อคืนนี้เอง

ว่า. . .

ไม่ได้เป็น แต่ที่เป็นอย่างนี้เพราะมันเบื่อหน่ายมากกว่า


. . . นิยามความรัก ณ ปัจจุบัน

เมื่อเราได้ลองค้นลงไป ลึกลงไป สิ่งที่เราค้นพบ

หลายอย่างมันก็สะท้อนออกมาในทิศทางเดียวกัน

นั่นคือ

เราต้องการความรักที่รักโดยความรู้สึก ไม่ใช่ความนึกคิด

ความรักทีปราศจากการปรุงแต่ง เป็นความรักที่บริสุทธิ์

เพราะอะไรเราถึงแบบนี้ เราก็มองย้อนกลับไปว่า

เราเติบโตมาในครอบครัวที่มอบความรักที่ยิ่งใหญ่

ที่แสนบริสุทธิ์ ความรักที่เกิดจากคนที่ไม่ได้เป็นพ่อแม่

เราแท้ๆ แต่เค้ามอบความรักให้กับเรามากมาย

ยิ่งใหญ่ และอบอุ่น

(วันหลังค่อยเขียนตอน จุดกำเนิดเด็กชายแชมป์ อิอิ)

เราก็มองนี่เค้ารักเราด้วยความรักจริงๆ

เค้าเลี้ยงดูแล และดูแลเราอย่างทนุถนอม

สิ่งที่เค้าทำมันไม่ใช่ทำเพราะหน้าที่ ไม่ได้ทำไป

เพราะความรับผิดชอบ

แต่เค้าทำไปด้วยความเต็มใจ และเปี่ยมไปด้วยความรัก

มันช่างยิ่งใหญ่ และน่าประทับใจ เป็นสิ่งตราตรึง

อยู่ในหัวใจของเรา ที่คิดถึงทีไร มันก็ยิ่งมีคุณค่า

ไม่ได้น้อยลงหรือจางหายลงไปแม้แต่นิดเดียว

และสิ่งๆนี้ก็เป็นพลังอันยิ่งใหญ่

ที่ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราทะยานไปข้าหน้า

เหมือนไม่มีวันหมดแรง เป็นเกราะป้องกันจากสิ่งเลวร้าย

ต่างๆที่เข้ามา ที่เมื่อวันที่หมู่มารหยิบยื่น

ข้อเสนออันเย้ายวนใจ เราก็เลือกที่จะปฏิเสธมัน

เพราะสิ่งที่อยู่ในใจเรานั้นมันมีค่า มากกว่าจะยอมให้สิ่งใดๆ

มาทำให้มันมัวหมอง


. . . เพราะฉนั้น

ความรักที่จะก่อตัวขึ้นใหม่ของเรา มันก็ต้องสะท้อนภาพนี้

เราเคยได้รับความรักที่บริสุทธิ์มากมาย และยิ่งใหญ่เพียงใด

ในวันนี้ถ้าเราต้องมอบให้กับใครซักคน

เราก็ต้องมอบให้คนคนนั้น เหมือนดั่งที่เราเคยได้รับ

เพราะนี่คือนิยามความรักในแบบของเรา. . .


ถ้าถึงวันที่คนที่ใช่ยังไม่มา

อยู่คนเดียวได้ไม่เดือดร้อน รึชาตินี้เราอาจจะหาไม่เจอ

ก็ไม่เป็นไร สิ่งไหนมันควรจะเป็นอย่างไรก็ควรต้องเป็นอย่างนั้น

เรายอมเป็นคนเลวที่บอกเลิกรากับคนอื่น ดีกว่าต้องทรยศใจตัวเอง


คนเรามีภาพคำว่าครอบครัว

ไม่เหมือนกัน สำหรับเรา หากขึ้นชื่อว่าได้ว่าเป็นคำว่า ครอบครัว แล้ว

มันมีนิยามที่พิเศษ เหนือสิ่งอื่นใด

เพราะฉนั้นเราก็ไม่ควรจะยอมให้สิ่งไหนเข้ามาทำให้มัวหมอง




เอาละอินกะเรื่องความรักจนเสียกระดาษทิชชู่ไปหลายแแผ่น

แล้วกลับมาที่การเดินทางกันต่อดีกว่า. . .


วันที่2 @ Chiangmai

หากเมื่อวานเป็นวันศุกร์ วันนี้ก็ต้องเป็นวันเสาร์

หลังจากที่เมื่อคืนเราพักเอาแรงกันแบบเต็มๆ

วันนี้จึงควรจะเป็นวันที่เราออกไปสัมผัสความสนุกสนาน

ยามค่ำคืน เพราะฉนั้นกิจกรรมช่วงกลางวัน

จึงจัดแบบสบายๆ ดมดอมกลิ่นอายวัฒนธรรม


เช้าในวันที่เรามีแรงแบบนี้อาหารของโรงแรม

ย่อมไม่น่าจะใช่ทางเลือกที่เหมาะสมนัก

แน่นอนในเมื่อมาเที่ยวเชียงใหม่ทั้งที

สิ่งที่เราควรนำเสนอในเช้านี้ ย่อมเป็นโจ๊กเจ้าดัง

ซึ่งบังเอิญว่าร้านโจ้กร้านนี้ อยู่ในบริเวณตลาด

เช้าที่พระจะเดินมาบิณฑบาตร

ซึ่งในตัวเลือกแบบนี้จะมีสองตัวเลือกคือ

หนึ่ง ตลาดสมเพชร

สอง ตลาดพยอม

แต่ในวันนี้เราเลือกที่จะมาตลาดสมเพชรก่อน

เพราะจะได้วนเวียนกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใน

เมือง และเยี่ยมชมวัดต่างๆ



บรรยากาศการตักบาตรยามเช้า

ช่วงหลังผมจะเลือกที่จะไปตักบาตรกับ

หลวงพี่ที่สนิทมากกว่า แต่เนื่องจากวันนี้ยังไงเราก็

ต้องไปเยี่ยมท่านที่วัดอยู่แล้ว เลยคิดว่าไปสายหน่อย

ดีกว่าจะได้มีโอกาส อยู่กับท่านซักครู่หนึ่ง

เมื่อเราตักบาตรเสร็จแน่นอนต้องโจ๊กร้านนี้

“โจ๊กสมเพชร"

ร้านนี้จะมีชื่อเหมือนกันสองร้าน บ้างก็บอกว่า

เป็นญาติกัน แต่บ้างก็บอกไม่เกี่ยวกัน

แต่นั่นไม่ใช่สาระ สาระคือรสชาติของอาหาร

ตรงที่เราตักบาตรก็จะมีอยู่เจ้านึง แต่ร้านที่เราจะไป

อยู่เลยมาอีกนิดนึง จะต้องขับรถตรงมาเรื่อยๆ

พอผ่านโค้งมาซักครู่ ก็สามารถมองเห็นได้ง่ายดาย

เพราะร้านนี้คนเค้าเยอะเป็นประจำ ทั้งคนในพื้นที่

และนักท่องเที่ยว รวมถึงหน้าร้านเค้าจะมีขนมขาย

นู่นนี่นั่น เรียกได้ว่า จอแจพอสมควรเลยทีเดียว

ซึ่งจะขัดกับบริบทรอบข้างในตอนเช้า


แรกเริ่มเดิมทีร้านนี้เค้าดังตามชื่อร้าน คือโจ๊ก

แต่ตอนหลังก็มีการเพิ่มเมนู เพื่อให้เกิดความหลาก

หลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้ม

บะหมี่กระเพราะกรอบ(ซึ่งส่วนตัวผมชอบเมนูนี้)

ข้าวหน้าไก่กะเพราะกรอบ ติ่มซำ ซาลาเปา ฯลฯ

แต่เนื่องจากผมมีของอร่อยๆรอยู่อีกเพียบ

เลยแจ้งทีมงานว่า กินแต่พอให้รู้ อย่าจัดเต็ม

เพราะผมเคยจัดทริป กิน เที่ยว แบบจัดเต็ม

จนคนในทริป บ่นโอดครวญ กลายเป็นเรื่องเล่า

ไปอีกเป็นเดือนว่า จะกินไปถึงไหน กะเพาะพัง

หมดแล้ว^^ก็เราชอบกินนี่นา



และเมื่อเราจัดแบบพองามจากร้านโจ๊กแล้ว

ตอนนี้ก็ยังถือว่าเป็นเวลาเช้าอยู่ เพิ่งจะแปดโมง

เป้าหมายต่อไป ย่อมเป็นของกิน อีกครั้ง

(หา กินอีกแล้ว ก็บอกแล้วว่าอย่าจัดเต็ม^^ )

 

เป้าหมายต่อไปของเรา คือ ร้านซาลาเปาชื่อดัง

ชองเชียงใหม่ ขายดิบ ขายดี จนสามารถส่งลูก

ไปเรียนต่างประเทศจบมาแล้วสามคน^^

เรื่องของซาลาเปา เป็นอะไรที่พูดยาก เพราะบางคน

ก็บอกว่า ชอบแป้งเยอะ บางคนก็ชอบแป้งน้อย

นานาจิตตัง แต่เอาว่าร้านนี้ดัง ในเชียงใหม่ละกัน

จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้


“ซาลาเปาวิกุล"

ซาลาเปาร้านนี้ทางเรามาจากท่าแพ ตรงข้ามสะพานนวรัฐ

มา ร้านจะอยู่ขวามือ ใกล้ๆ ตลาดสันป่าข่อย


Cm story III


Cm story III


ขอบคุณรูปจากอินเตอร์เน็ตนะครับ


และเมื่อเราจัดซาลาเปาไว้เป็นตัวเสบียง

เรียบร้อย เป้าหมายต่อไป ไหนๆ ก็มาโซนนี้แล้ว

จะพลาดร้านนี้ไปได้อย่างไร


กล้วยทอดบัตรคิว ตลาดสันป่าข่อย

ร้านนี้เป็นร้านขายกล้วยทอดที่เปิดขายมา

ยาวนาน ส่วนเรื่องรสชาติไม่บอกต้องไปลองกันเอาเอง

รู้ดีว่า จะซื้อต้องรอคิว !!เท่ป่าววว ฮ๋าๆ

ลืมไปร้านนี้อยู่ใกล้โรงพยาบาลหมอวงศ์


Cm story III


Cm story III


ขอบคุณรูปจากอินเตอร์เน็ตอีกเช่นเคย


และเมื่อเราจัดสะเบียงเต็มทั้งในส่วนของเรา และเผื่อ

แผ่ให้กับแก่การทำบุญ เส้นทางต่อไปที่เราจะมุ่งไป

ก็คือ


ตลาดดอกไม้



ตลาดดอกไม้จะอยู่ติดกับตลาดต้นลำไย

จริงๆแล้ว ถ้าจะให้ดีที่สุดต้องมาตอนช่วงเทศกาล

ลอยกระทง เพราะขบวนแห่ก็ต้องผ่านเส้นทางนี้

รวมถึงมีการปิดถนนให้เราสามารถเดินชมดอกไม้ได้สะดวก

เราลองคิดภาพตามว่า เป็นขบวนแห่สวยๆ มีคนเดิน อากาศ

เย็นสบาย สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายดอกไม้

มันจะเป็นภาพที่งดงามเพียงใด^^

และหากเป็นตอนกลางคืน หรือช่วงเทศกาล

ก็จะแนะนำให้ไปกราบไหว้ ศาลเจ้่าพ่อปุงเป่ากง

ซึ่งเป็นศาลที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมานานแสนนาน

และเป็นที่เคารพของคนในตลาดมาอย่างช้านาน

แต่ในเวลาเช้าแบบนี้ ร้อนเด้อ!!

Cm story III



ที่เรามาที่แห่งนี้ก็เพื่อซื้อดอกไม้ และผลไม้เข้าไปถวายพระ

ดอกไม้ที่นี่จะค่อนข้างสดกว่าที่ตลาดอื่น

รวมถึงผลไม้ ของกินมีมากมาย บายศรี หมากพรู

ครบหมดมาที่นี่ มันจบหมดทุกอย่างสำหรับเวลาที่เราก่อนจะเข้าวัด

แถมของก็มีคุณภาพในราคาที่ไม่แพง

ไม่ใช่เอาดอกไม้ไปไหว้พระ ก็เอาเหี่ยวๆ ไปถวาย

สักแต่ขอแค่ให้ได้ไหว้ แบบนั้นอยู่เฉยๆ จะดีกว่า

ทำอะไรต้องทำด้วยใจ ไม่ใช่สักแต่ทำไปให้มันเสร็จ

โอ้ ะ แอบโวยวาย ซอรี่ ซอรี่ ^^


เมื่อจัดเตรียมของเสร็จแล้ว

แน่นอนเป้าหมายต่อไป

วัดพระสิงห์

วัดในเชียงใหม่มีตั้งมากมาย ทำไมต้องมาวัดนี้

คุณเข้าวัดเพื่ออะไร? ?

ต้องการทำบุญ

มาวัดนี้ได้ทำมั้ย อ่ะได้

บุญ คือ อะไร ? ?

บุญก็คือความสุขใจ ความปิติ ยินดีที่เกิดขึ้นใจ

อ่ะ นั่นคุณจะได้รับจากพระรูปหนึ่งที่จำอยู่ที่วัดนี้


พระท่านนี้ท่านเป็นพระที่ประจำอยู่ที่วิหารลายคำ

ของวัดพระสิงห์

ท่านไม่ใช่พระที่เปี่ยมไปด้วยเวทมนต์คาถา แต่เปี่ยมไปด้วย

ปัญญา และความร่มเย็น

ลักษณะสไตล์ของท่านจะคล้ายท่านว.แต่จะร่มเย็น

กว่า รวมถึงเข้าถึงได้ไม่ยาก เป็นกันเอง

ชีวิตคนเราการที่ได้มีที่ปรึกษาที่ดีที่มองโลก

ทั้งสองด้าน ทั้งทางโลก และทางธรรมไปพร้อมกัน

และที่สำคัญ เราก็เชื่อว่าได้ว่า คำพูดและคำแนะนำ

ที่ออกมา มันออกมาจากปัญญาและหัวใจ

ไม่ได้มีผลประโยชน์ หรืออคติใดแอบแฝง

สำหรับชื่อเสียงเรียงนามขอไม่เอ่ย

หากอยากรู้ลองไปแวะเวียนดูที่วิหารลายคำ วัดพระสิงห์

หรือจะหลังไมค์มาถามก็ยินดีที่จะบอก นะครับ ^^


ที่เราพามาทำบุญ มาเข้าวัด มาสนทนากับพระ

ที่มีจิตเมตตาสูง ก่อนที่จะไปเที่ยวที่ไหนๆ

ก็เพราะว่า เรามาจากเมืองหลวง มาจากการใช้ชีวิต

อันแสนวุ่นวาย ก่อนที่เราจะเติมเรื่องราว

ความสนุก และความประทับใจลงไปเราควรจะล้างพิษในใจ

ของเราออกไปก่อน แล้วเดี๋ยวมาลองดูความรู้สึก

ที่เกิดขึ้นในบรรยากาศที่ใกล้เคียงกัน จาก

ความประทับใจที่ได้จากการไปกินข้าวเมื่อวาน กับครั้งต่อไป

จะแตกต่างกันหรือไม่^^



หลังจากที่เราอิ่มท้อง และอิ่มอกอิ่มใจกันไปแล้ว

เป้าหมายต่อไปมันควรจะเป็นกิจกรรม ในการย่อยบ้าง

และเป้าหมายของเรานั้นอยู่ไม่ไกล ก็คือ วัดเจดีย์หลวง

วัดเจดีย์หลวงเป็นวัดที่สำคัญ และมีชื่อเสียงวัดหนึ่งของเชียงใหม่

กิจกรรมที่เป็นไฮไลท์มีมากมาย แต่ที่มักจะได้รับการกล่าวถึง

ก็คือ ประเพณีอินทขิล หรือถ้าที่บ้านเราจะเรียกว่า การใส่ขันดอก

ก็คือเอาดอกไม้ใส่ไว้ในขันเงิน แล้วเราก็เอาดอกไม้นั้นไปถวาย

พระ ไม่ใช่ให้ทั้งขันนะ เดี๋ยววัดรวยแย่เลย อิิอิ

เค้าจะมีที่ให้วางดอกไม้

ที่ให้มาเที่ยวที่วัดนี้ เพราะหนึ่งคือ มีสถาปัตยกรรม ที่สวยงาม

และน่าสนใจ ถ้าเป็นสมัยก่อนคนก็คง ก็ถ่ายรูปสถาปัตยกรรมกันไป

แต่อย่างว่าสมัยนี้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นพร้อพให้คนได้แอ็คท่าต่างๆ อย่างมี

สีสันมากขึ้น มาที่นี่จะได้ถ่ายรูป และเดินย่อยอาหารกัน

แต่ไม่ใช่ว่าวัดนี้ไม่มีของดีนา ในวิหารก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่มากมาย

ก็ควรเข้าไปกราบไหว้ด้วยใจที่บริสุทธิ์กัน

แต่สิ่งนึงที่คนมักจะมองข้าม ก็คือ หอบูราพาจารย์

ที่อยู่ด้านหลัง สำหรับตัวผมแล้วถือว่าเป็นสถานที่ที่สงบ

และควรจะเข้าไปอย่างยิ่ง และแน่นอนผมย่อมไม่พลาด

ที่จะพาชาวคณะเข้าไปข้างในนั้น


เอาละหลังจากเดินย่อยกันระดับนึง

ผมก็เริ่มรู้สึกว่าวันนี้ เขียนยาวมากแล้ว เอาไว้ต่อวันพรุ่งนี้ละกันนะครับ^^


 

โอ้ะ ลืมไป เข้าไปวิหารลายคำจะได้กราบพระพุทธสิหิงค์

ด้วยนะครับ

นิยามของท่านคือ

“สง่างามดุจ ราชสีห์ "

Cm story III

วันก่อนไปเขาใหญ่เห็นคนรถคันนี้เลยถ่ายไว้

ไม่รู้ว่ารถสมัยนี้เค้านิยมติดแอร์กันแบบนี้หรือว่าเพราะอากาศมันร้อนมาก

ก็ไม่รู้^^

 





Cm story IIICm story III
Music Playlist at MixPod.com

     Share

<< Cm story IICm III.V >>

Posted on Tue 16 Jul 2013 17:44
เรื่องความรัก เมื่อกี้พิมคอมเม้นไปตั้งเยอะแต่ลบออก เพราะพิมเองยัง งง เอง แหะๆ

สำหรับเรา แต่ก่อนเคยคิด ตั้งกฏให้กับชีวิตเยอะไป ต้องจีบนานเท่านั้นเท่านี่ถึงค่อยคบ คบแล้วต้องประมานเท่านั้นเท่านี้ถึงค่อยแต่ง

แต่ตอนนี้ไม่แล้วหละ เราว่าคนที่เราตัดสินใจคบ เค้าก็ต้องใช่สำหรับเราในระดับนึง แล้วถ้าวันนึงคบกันไปแล้วรุ้สึกว่า ใช่แล้วหละ ซึ่งไอ้คำว่าใช่แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนใช่เพราะเวลา บางคนใช่เพราะความรุ้สึก แล้วไอ้ความรุ้สึกที่ว่าใช่ แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถไปถามไปเอาคำตอบของคนอื่นๆมาเป็นบรรทัดฐานได้ เพราะสุดท้ายมันคือเรื่องของใจและความรุ้สึกของเราล้วนๆ เพราะงั้นถ้าวันใดใจบอกว่าคนนี้ละ ที่เรามีชอบตัวเราเองเวลาที่อยุ่กับเค้า ก็น่าจะโอเคนะ เพราะไม่ว่ายังไง คนเราคบกันนานแค่ไหน เวลาแต่งงานก็ต้องปรับใหม่หมดอยุ่ดี ((อันนี้ฟังจากเพื่อนมา พอดีเพื่อนเพิ่งแต่งงานไปสองคน มาระบายให้ฟัง))
pinkomlette   
Thu 28 Jun 2012 22:20 [4]

@คุณตูน ผมแอดไปเรียบร้อย ส่งข้อความไปสองครั้งแน่ะ ตอนแรกกะจะส่งให้เฉยๆ แต่ไม่ได้แปลกจัง -*-
@Oily ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นนี่แหละว่าบ้านใครที่ทำโจ๊กหม้อใหญ่ๆ กินกัน มื้อเดียวก็พอแล้ว บ๋อ -*-
เรื่องความรักนี่ผมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่
เพราะทุกวันนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลงเอย กับใคร หุหุ อยู่เป็นโสดทำตนเพื่อสังคมไปเรื่อยๆ ก็ไม่เลวนะ ^^
mysterryboy   
Thu 28 Jun 2012 15:39 [3]

เรากลับรู้สึกว่าก่อนจะใช้ชีวิตด้วยกัน การเรียนรู้กันมากที่สุดเป็นสิ่งสำคัญนะ เพราะทำให้รู้จักตัวตนของกันและกันมากขึ้น ชีวิตเราอีกครึ่งชีวิตจะต้องอยู่กับคนนี้ไปจนตายเลยนะ ขอรู้หน่อยเถอะว่าจะไปกันรอดมั้ย จริงมั้ยเสี่ยแชมป์

อ่านเห็นว่าไปทานโจ๊กมา อยากทานเลย ทั้งๆที่เมื่อวานเพิ่งทานนะ ที่บ้านเวลาทำที แม่จะทำหม้อใหญ่มาก เครื่องอย่างครบเลยนะ หมี่ทอด หมูสับ ตับ ปาท่องโก๋ด้วย ชอบใส่ของเยอะๆ กินกันจนเบื่อไปข้างหนึ่ง เราชอบเรียกว่าโจ๊กพันปี



OiLy   
Thu 28 Jun 2012 15:34 [2]

Yung mai dai laey ka. May I have ur acc ka?
Pinkomlette   
Thu 28 Jun 2012 15:22 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh