เมื่อหนึ่งหนุ่มปะทะสองสาว ตอนจบ
วันที่ความฝันทำร้ายเรา
เมื่อหนึ่งหนุ่มปะทะสองสาว ตอนที่ 2
เมื่อหนึ่งหนุ่มปะทะสองสาว
ควันหลงหลังปีใหม่
คืนข้ามปี แบบ White memory
แด่มิตรภาพ
เปิ้ด สะ ก้าด อีกแล้วเด้อ
เปิ้ด สะ ก้าด
ซานต้า
โลกนี้ถ้ามันไม่มีคำว่า " บ้าน " มันจะเป็นยังไงกันนะ
การเดินทางของความคิด ตอน Starbuck Major
เล่าเรื่องประกอบภาพ ตอน ไกด์ทัวกรุงเทพ
ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนจบ
ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2
ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน
โอม จงเงย
บทสรุปทางธรรม
ทางธรรมปฐมบท
ชีวิต
กับสาว
เอาฟรายไปลอย
เดิน เดิน และเดิน
พัทยาทริป
ความฝัน การเดินทาง
ความกลัว
แก่เด็กๆ
วัดเมืองกาญจน์
เหตุเกิด ณ สระว่ายน้ำ
Back to the Future
บ้าน
อะไรเกิดขึ้นแล้วก็ดีทั้งนั้น
ความรักที่ไม่มีดอกจัน
จากใจ Dr LOVE
หนึ่งสิ่งที่มองต่าง
I wanna know
ตลาด
นิทาน ฉันสาบาน
ค่าน้ำ
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 

















ทุกวันนี้ เวลาที่ได้ฟังเพลง ซึ้งๆ เศร้าๆ จะต้องขอบคุณ

ประสบการณ์ที่ผ่านมาของชีวิต ที่ทำให้เราอินไปกับบทเพลง

เหล่านี้


ไม่ว่าจะเป็น อกหัก ความรักไม่สมหวัง ความเสียใจ ฯลฯ


ถ้าเราไม่เคยผ่านประสบการณ์เหล่านี้ เวลาที่เราฟังเพลงที่มีเนื้อหา

เหล่านี้ เราคงจะไม่ได้รู้สึกอินกับมันซักเท่าไหร่


ทุกวันนี้ ถ้าได้ยินเพลงที่มีเนื้อหาที่เขียนได้โดนๆ จังหวะของดนตรี

ที่ใช่ เราก็จะรู้สึกอิน เสมือนเพียงหลับตา ก็เข้าใจในความรู้สึก

ที่บทเพลงต้องการจะสื่อออกมา


และทุกครั้งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้ ก็จะรู้สึกว่า ความเจ็บปวด

ความไม่สมหวัง ความอึดอัด ทางอารมณ์ที่เราเคยผ่านมา

มันช่างงดงาม และมีคุณค่า มีความหมายเสียจริงๆ


ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตนี้ช่างมีรสชาติ มีเรื่องราว มีการเดินทาง


เคยลองคิดว่า เอ้ ถ้าชีวิต เราไม่เคยพบกับความผิดหวัง

ความรัก ก็สมหวัง ตั้งแต่ แรกพบที่ได้รู้จัก

ประสบความสำเร็จตั้งแต่แรก ที่ลงมือทำทุกสิ่งอย่าง


. . . . . . มันจะเป็นยังไงกันนะ???












ถึงตรงนี้ หากใครอยากมีประสบการณ์ร่วม ลองหลับตา

แล้วนึกภาพตามว่า ถ้าที่ผ่านมาของชีวิตเรา

สิ่งที่เคยทำให้เราเสียน้ำตา

เสียความรู้สึก เสียอารมณ์ ความเหนื่อยล้า ความไม่สมหวังต่างๆ

ระหว่าง การที่เราได้เคยพบเจอสิ่งเหล่านี้ กับ ถ้าไม่ได้พบเจอ

แบบไหน จะดีกว่ากัน ????













้ถ้าเราไม่เคยเจอรักที่ไม่สมหวัง เราจะรู้ได้ยังไง ว่า แท้จริงแล้ว

ความรักที่เราคาดหวังเอาไว้ มันมีหน้าตาเป็นอย่างไร ??




ถ้าเราไม่เคยล้ม แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่า การลุกขึ้น มันทำยังไง ??



ถ้าเราไม่เคยหลงทาง เราจะรู้ได้ยังไง ว่าทางที่ถูกมันคือทางไหน

เราอาจจะเชื่อจากที่คนอื่นบอก เราอาจจะเชื่อในแผนที่ที่เรามี

แต่เราจะรู้ได้ยังไง ว่า แท้จริงแล้ว ทางที่มันอ้อม ทางที่เราหลงไป

จะไม่มีสิ่งดีดี รอเราอยู่


เราจะรู้ได้ยังไง ว่า แท้จริงแล้ว บางทีการที่เราไปถึงเป้าหมายช้าลง

เพราะเราหลงไปอีกทาง แต่เส้นทางที่เราหลงไปนั้นอาจจะตอบแทน

เราด้วย วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีสิ่งต่างๆ มากมายที่ถูกใจเรา




ซึ่ง ในมุมนี้ ผมก็คิดว่า แต่ละคนก็คงมี ความคิด มีทัศนะ

ที่ต่างกันออกไป



เส้นทาง ที่แต่ละคนเลือก ผมก็คิดว่า มันให้ผล มันมีความหมาย

ที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉนั้น ก็คงไม่มีคำตอบใด

ที่จะบอกได้ว่า เป็นคำตอบที่ถูก คำตอบที่ผิด

เพราะแต่ละคนก็คงมีคำตอบที่ต่างกันออกไป


เหมือนกับ บทเพลงเพลงนี้ ที่ผมจะเอามาฝาก





“ชีวิตต้องเดินต่อไป"

เนื้อร้องโดย ฟุคุยาม่า มะสะฮารุ


ช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลก ตอนเป็นเด็ก ก็คิดแต่ว่าถ้าโตเป็นผู้ใหญ่

อยากจะทำโน่นทำนี่ แต่รู้มั้ยว่าความคิดเช่นนนั้น ทำให้เราเป็นเด็ก

ตลอดกาล

เส้นทางชีวิตที่ผ่านมา อาจมีเรื่องผิดพลาดมากกว่าคำตอบที่ถูก

แต่ฉันก็ขอให้ความผิดพลาดของฉัน เป็นภูมิป้องกันให้พันธุกรรมในอีก100ปีข้างหน้าเติบโตแข็งแรง กว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ต้องก้าวผ่านความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งรัก ทั้งเจ็บ

และทำให้คนอื่นเจ็บ

กว่าจะ"บอกความรู้สึก"กว่าจะ"เข้าใจกันได้"

ช่างยากเย็นจริงๆ.......


ขอให้รสชาติชีวิตหวานซ่อนเปรี้ยว และรอยแผลเป็นในใจของชีวิตช่วงวัยรุ่น

เสริมสร้างให้พันธุกรรมความรักในอีก100ปีข้างหน้ากล้าหาญมั่นคง

ความผิดพลาด และความเสียใจเป็นสิ่งที่เราไม่อาจหลีกหนีความจริงได้

เราต้องเอาชนะมันไป ความฝันที่ยิ่งใหญ่ บางครั้งก็ใหญ่เกินจริง

แต่ความฝันเล็กๆ ที่ไม่ค่อยคาดหวัง พลันเป็นจริงขึ้นมา

ใช่แล้ว เราไม่ได้เติบโตขึ้นมาเพียงลำพังต้องขอบคุณ

อดีตที่หล่อหลอมให้เราเป็นเรา ให้เรามีชีวิตและก้าวเดินต่อไป

ในวันนี้ และวันต่อๆ ไป


.....จาก การ์ตูน เรื่อง DORAEMON ตอน โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ สมแล้ว ที่ได้ชื่อว่า เป็นการ์ตูนที่สร้างแรงบัลดาลใจ

ให้เด็กๆ ทั่วโลก




และอีกหนึ่งบทความที่ผมรู้สึกว่า มันมีค่ามากกว่าการที่อ่านและ

เก็บไว้คนเดียว


“ There is No Such Thing as a Free Lunch “

ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ


“ There is No Such Thing as a Free Lunch “ เป็นภาษิต

ทางเศรษฐศาสตร์ที่อธิบายว่า ไม่มีอะไรที่เราจะได้มาฟรีๆ

โดยไม่ต้องเสียบางอย่างไป หรือไม่มีผลประโยชน์ใดที่เรา

จะได้มาโดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง

ในโลกต่างมีต้นทุนด้วยกันทั้งสิ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ซึ่งต้นทุนอาจจะไม่ใช่เงิน หรือไม่สามารถวัดค่าเป็นตัวเงินได้

อย่างเช่น เวลา พลังงาน หรือความเพียรพยายามที่ต้อง

เสียไปเพื่อแลกกับสิ่งที่ต้องการ


สันนิษฐานกันว่าภาษิตประโยคนี้มีที่มาจากป้าย" free lunch “

หรือ"ที่นี่มีอาหารกลางวันฟรี"ที่ติดไว้หน้าร้านจำหน่ายสุรา

แบบดั้งเดิมในสหรัฐอมริกา ซึ่ง free lunch มีไว้ให้เฉพาะคนที่ซื้อ

เครื่องดื่มเท่านั้น จึงถือเป็นการให้โดยหวังผลตอบแทนในทางธุรกิจ

ไม่ได้ให้ฟรีๆ ตามที่เขียนบอกเอาไว้หน้าร้าน ต่อมาคำว่า

“ no free lunch “ จึงถูกนำมาใช้ในทางเศรษฐศาสตร์

เพื่อสื่อถึงแนวคิดที่ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งในโลกล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น

หรือโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี



หึหึ แล้วทุกวันนี้ คุณรู้สึกว่า กำลังได้อะไรมาฟรีๆ อยู่รึเปล่า

ถ้ามีลองดูให้ดีว่า สิ่งที่ต้องจ่ายตอบแทนไป นั่นคืออะไร อิอิ

     Share

<< กับสาวทางธรรมปฐมบท >>

Posted on Mon 3 Dec 2012 12:55
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh