ออกกำลังกายไปกับนายแชมป์ ตอนจบ
ออกกำลังกายไปกับนายแชมป์
" ออร์เดิฟ ก่อนจะถึงตอนออกกำลังกายไปกับนายแชมป์ "
ทัวน์แบบอาร์ตๆ ไปกับนายแชมป์ ตอนข้าวตะลุยข้าวสารแบบไม่เมา
วันวานยังหวานอยู่
เมื่อหนึ่งหนุ่มปะทะสองสาว ตอนจบ
วันที่ความฝันทำร้ายเรา
เมื่อหนึ่งหนุ่มปะทะสองสาว ตอนที่ 2
เมื่อหนึ่งหนุ่มปะทะสองสาว
ควันหลงหลังปีใหม่
คืนข้ามปี แบบ White memory
แด่มิตรภาพ
เปิ้ด สะ ก้าด อีกแล้วเด้อ
เปิ้ด สะ ก้าด
ซานต้า
โลกนี้ถ้ามันไม่มีคำว่า " บ้าน " มันจะเป็นยังไงกันนะ
การเดินทางของความคิด ตอน Starbuck Major
เล่าเรื่องประกอบภาพ ตอน ไกด์ทัวกรุงเทพ
ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนจบ
ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2
ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน
โอม จงเงย
บทสรุปทางธรรม
ทางธรรมปฐมบท
ชีวิต
กับสาว
เอาฟรายไปลอย
เดิน เดิน และเดิน
พัทยาทริป
ความฝัน การเดินทาง
ความกลัว
แก่เด็กๆ
วัดเมืองกาญจน์
เหตุเกิด ณ สระว่ายน้ำ
Back to the Future
บ้าน
อะไรเกิดขึ้นแล้วก็ดีทั้งนั้น
ความรักที่ไม่มีดอกจัน
จากใจ Dr LOVE
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


สวัสดีครับ กลับมาพบกับชายแชมป์อีกครั้ง

ชายแชมป์นะครับ ไม่ใช่ชายเล็ก เพราะยังไม่ได้พิกลพิการ

ถ้าจะพิการก็คงจะเป็นพิการหัวใจ ที่ใช้งานได้ไม่ค่อยเต็มที่

ฮ่าๆ


ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่วังของชายแชมป์ วังที่ไม่ค่อยจะมีสาระอะไร

นอกจากความบ้าบอ



วันนี้ ชายก็จะมาเล่าเรื่องราวบำเพ็ญตบะนอกสถานที่ของชายกันต่อ

หลังจาก ที่ชายและพระสหายมาถึงที่พัก ชายก็จัดการอาบน้ำ

ทำกายาให้เกิดกลิ่นละมุล เนื่องจากอากาศร้อนม้ากก

ชายรู้สึกเหนื่อย และเพลียเล้กน้อย แต่พอชายได้สรงน้ำ

(เอ้ะ คำนี้ ใช้กับพระสงฆ์นี่หว่า)ชายก็รู้สึกสดชื่นขึ้น

อีกทั้งเมื่อชาย และพระสหาย อิ่มเอม และซาบซึ้งกับยอดต้นมะขามแล้ว


ก็คิดว่า น่าจะได้เวลาไปเดินเล่่น ก่อนจะไปดินเนอร์กันต่อ

ซึ่ง ในช้อยส์ ณ ตอนนั้นก็มีหลายที่ แต่ท้ายสุดก็เลือกไป

เพลินวานเพราะอยู่ใกล้แหล่งที่จะไปต่อ



ก็เหมือนเดิม เพลินวาน เพลินกับเรื่องในวันวาน เดินประมาณ

สิบห้านาที ก็หมด จบ ชายว่า ที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่ดีนะ

แต่ว่า ชายคิดว่า ถ้าคอนเซปแรง และ สุดกว่านี้ น่าจะ

ดีกว่านี้ มันก็เหมือนกับ คนที่แต่งตัว แหวกท่ามกลางกระแส

แฟชั่นที่ผันไปตามกาลเวลา นุ่งผ้าขาวม้า ใส่เสื้อแบบกำนัน

แต่ดั้น ไปนั่งกินสเต็ค จิ้มแจ่ว


ชายคิดว่า หากที่นี่มีเรื่องราวมากกว่านี้ มากกว่าการที่มีสถาปัตยกรรม

ที่ย้อนยุค และขนมย้อนยุคนิดๆหน่อย และกิจกรรมเก่าๆ อีกเล็กน้อย

น่าจะเป็นอะไรที่ ดึงดูด มากกว่านี้ แต่นี่ก็เป็นเพียงมุมของชายนะ

ชายอาจจะพูดผิดไป ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะชายโตมาก็อยู่แต่ในวัง

(อีกนิดจะได้ไปอยู่โรงบาลบ้า ละ ฮ่าๆ )



เอาละ เมื่อหมดไม่มีไรทำกันแล้ว เราก็มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารริมทะเล

คนมากมาย มหาศาลมาก รถติด ที่จอดรถ ที่นั่งก็แทบไม่มี

โอ้ ชายรู้สึกไม่ชิน

ที่ต้องแย่งกิน แย่งอะไรกันแบบนี้ ชายรู้สึกแปลกๆ


รถติดมาก จนชายต้องเต้นในรถ พร้อมกับเปิดกระจกทักทาย

ประชาชน จนเพื่อนชายต้องล็อค กระจก อาไรแว้ ชายรู้สึกโทมนัส

เป็นยิ่งนัก ฮ่าๆ



ตอนกินนี่ก็เป็นประเด็นอีก เพื่อนต้องแกะปูให้ เพื่อนที่ว่าก็เป็นเพื่อนชาย

นะครับ เพราะเฮียนี่ชอบกินปูมาก จึงมีความเชี่ยวชาญ

ในการแกะ แบบเร็วจริงๆ ถ้าวันไหนตกงาน

คาดว่า จะไปทำงานที่โรงงานรับแกะเนื้อปู ได้เลย

และเพื่อนสาวๆ ชาย สมเป็นผู้หญิงยุคใหม่ ที่มักจะใช้เวลา

นอกบ้านซะเป็นส่วนใหญ่ บ่งบอกถึงการจัดการภายในบ้าน

ในภายภาคหน้า ชายเห็นแล้วชายเพลีย

ไอ่เฮียก็ดีเหลือเกิน อุตส่าห์แกะให้ ทั้งๆ ที่ชายบอกว่าให้กินไปเลย

ชายไม่กินขี้เกียจแกะ

(แล้วอี่ชาย ทำไมเมิงไม่แกะเองฟระ ?? )


ก็คือว่า ชายเนี่ย เป็นประเภท ทำอะไรต้องสุด ถ้ามือจะเปื้อนแล้ว

ก็ต้องแบบสุดๆ หมายถึง ต้องแกะกุ้ง หอย ปู แบบเยอะๆ

แบบเอ้อ จะมือเปื้อนทั้งที ก็ให้คุ้ม ไม่ใช่แกะปู ตัว สองตัว

โอ้ะ ชายเบื่อ คือมันน่ารำคาญไง เพราะเราก็ต้องจับช้อนไปกินอย่างอื่นต่อ

มันก็เลอะเทอะ เปรอะ โอ้ เยอะ เฮ้ย กินไรง่ายๆ ดีกว่า

ร้านไหน ขายปูผัดผงกะหรี่ แล้วมาทั้งกระดองนะ ไม่ได้ขายให้ชาย


แต่ชายก็ไม่ได้เรื่องมากให้คนอื่นรำคาญนะ เพราะใครจะกินก็กิน

ชายไม่เดือดร้อน ชายกินไรที่ถูกจริตชายดีกว่า ชายไม่งอแง

ชายไม่แกล้งทำตาซึ้ง แล้วพูดว่าอยากกิน แกะให้หน่อยไรงี้ ชายไม่มีนะ

ตามสบาย กินไปเลย ถ้าชายทนไม่ไหว เดี๋ยวชายจัดการเอง



ชายไม่ค่อยชินน่ะครับ เพราะเวลาชายอยู่ที่วัง ถ้าเวลากินไรแบบนี้

ก็จะมีเชฟ มายืนข้างๆ โต๊ะ คอยแกะให้ ทีละคำ เพื่อรักษา

อุณหภูมิ และความสดของเนื้อปู ซึ่งพอมองหาที่ร้านแล้วก็เห็นแต่เด็ก

เสิร์ฟ ที่คาดว่า ถ้าลองให้เค้าทำแบบนี้ ก็คงจะเอาสากฟาดปูให้แหลก

แล้วก็ให้ชาย แ _ก ไปทั้งเปลือก อุ่ยๆ ไม่สุภาพ เสวยครับเสวย ฮ่าๆ



เอาละ เมื่อเราอิ่มกันเรียบร้อย ก็ได้เวลาไป ดริ้งกันต่อ ซึ่งก็ได้ให้

เพื่อนถามไปที่คนรู้จักว่า ที่นี่มีที่ไหนน่าไปนั่งดื่ม เพื่อนก็ถามไปถามมา

ก็ยังไมไ่ด้คำตอบที่ชัดเจน ชายเลยบอกเพื่อนว่าให้โทรกลับไปถาม

อีกครั้ง แล้วถามแบบนี้ว่า

"ร้านไหนที่ซุปตา เค้าชอบไป เราจะไปกันที่นั่น!! “


ก็ได้ความว่า ร้าน ไรหว่า HI4รึเปล่าไม่แน่ใจ

ไปถึง โอ้ว ร้านเปิดสี่ทุ่มครึ่งครับ กรรม ตอนนี้เพ่ิงจะสามทุ่ม

เลยไป นั่งรอกันที่ร้านแถวๆ นั้นก่อน ชายงงมาก สี่ทุ่มครึ่งเพิ่งเปิด

แล้วมันจะปิดตอนไหน ดึกว่านี้ ชายก็ไม่ไหว ชายง่วง

ชายเพลีย แล้วชายจะงอแง


จริงๆ ตอนแรก ซื้อของมาเต้มเลย ทั้งมิกเซอร์ วอดก้า 2ขวด

โซจู6ขวด เบียร์อีกหนึ่งถาด กะว่าจะชิวกันที่ที่พัก

ชายก็นึกว่า จะเป็นแบบบรรยากาศดีๆ ดื่มไป อิ่มเอมกับบรรยากาศไป

แต่พอเป็นบรรยากาศอันเงียบสงัด ดุจดั่งราวกับป่าช้า ที่เห็นแต่เพียง

ยอดไม้ไหวๆ

เลยคิดกันว่า อย่าเลย

เดี๋ยวจะเข้าฌาณกันไปซะ ออกไปข้างนอกกันซะหน่อยก่อน

แล้วค่อยกลับมาต่อกันอีกที ดีกว่า


ช๊อตนี้แหละ มีทีเด็ด เพราะมีเรื่องดราม่า เกิดขึ้น !!


เราก้ไปนั่งกันชื่อไรน้าMusic room รึเปล่าไม่แน่ใจ เป็นเหมือนลานเบียร์

แต่มีเครื่องหลากหลายชนิด บรรยากาศ โอเพ่นแอร์

ทีนี้ พอไปนั่งได้ซักพัก เพื่อนคนนึง ก็เอาแต่เล่นๆ LINEไม่อะไรกะใคร

ซักอย่าง ชายก็เลยแซวว่า พอแล้ว จะไปอะไรกับอดีตมากมายทำไม

แล้วเมื่อไหร่จะหายเศร้า อยู่กับปัจจุบันนี่ อยู่กับเพื่อนฝูงนี่

ที่มาก็เพราะต้องการแบบนี้มิใช่เหรอ พอพูดจบ สมาชิกที่เหลือ

ที่เห็นตรงกัน ก็ เอ้อวว พร้อมตบมือประสานกัน ฮิ้ววว


เกิดไรขึ้นหลังจากนั้น????


ชีมองหน้าแล้วโวยวาย แล้วก็ลุกหายไปเลยคร้าบบ

ทีนี้แหละ ทุกคน อึ้ง ไอ่เฮียตามสไตล์รีบวิ่งไปเคลียร์

ชายกับน้องอีกคน นั่งมองหน้ากัน

แล้วชายก็เลยถามว่า เราพูดอะไรแรงไปรึเปล่า

น้องเค้าเลยบอกว่า พี่ จะไปแรงอะไร ก็แซวเฉยๆ แล้วมันก็เป้นเรื่องจริง

ที่เราไม่ได้ไปไหนกัน ก็เพราะพี่เค้า ว้อนอยากกินเหล้า

แล้วพอมา ก็มานั่งเล่นโทรศัพท์ พิมพ์หาแต่ผู้ชายคนนั้น

หนูเห็นอยู่ ตั้งแต่ที่ร้านข้าว ละก็ในรถละ โห้ะ อะไร

เบื่อ ไม่ชอบเลยอะไรแบบนี้ ชายก็เลยหัวเราะ แหะๆ

คิดในใจเอาไงดีว้า เราควรจะหงุดหงิดกับเรื่องนี้ แล้วเฉยเมย

กับเพื่อนคนนี้ หรือ ควรทำตลกกลบเกลื่อนดีว้า


ช่วงที่สองคนนั้นยังไม่มา น้องเค้าก็บ่นๆ ๆ หุ้ ชวนมา

ละก็มาทำแบบนี้ มาทำคนอื่นเค้าเสียรมณ์ เป็นตัวตั้งตัวดีแท้ๆ


ซักพัก นึง สองคนนั้นก็กลับมา เพื่อนสาวทำหน้าบึ้งตึง

ไอ่เฮียก็เลยบอก ให้ชายกับน้องเค้า ขอโทษเพื่อนซะ

(ยิ่งสะกิดต่อมโมหะ ตรูอีก ผิดอะไรฟระ )

น้องเค้าก็ขอโทษแบบหน้าตายๆ เพราะน้องเค้าก็ธรรมดาที่ไหน

เวลาชีเหวี่ยงทีก็ใช่ย่อย แต่ไม่เหวี่ยงแบบพร่ำเพรื่อ แค่นั้นเอง

ส่วนชายก็เลือกที่จะตลก ใส่ และปล่อยให้ผ่านไป โดยที่บอกตัวเองว่า

ข้าพเจ้าขอลา ถ้าคราวหน้าจะต้องนัดกัน ถ้าจะนัด ขอเป็นตอนมืดๆ

ตอนที่เต้นอย่างเดียว ที่ไม่ต้องคุยกัน จะเป็นการดีที่สุด

ชายกลัวมาก คนเยอะเนี่ย ทำอาชายนอนไม่หลับไปหลายคืน อิอิ


ตอนนั้นนี่เป็นเส้นบางๆ ที่ชายจะเลือกทำ ระหว่าง

ใช้อำนาจ กับ ปล่อยวาง

แต่เมื่อมองย้อนไปแล้ว และวิเคราะห์ด้วยเหตุ ด้วยผลแล้ว

ก็คิดว่า ไม่ดีกว่า เราเลือกที่จะมาเอง และตอนนี้มันก็มี

สิ่งที่ไม่สมประสงค์เกิดขึ้นแล้ว มีการเสียอารมณ์ไปแล้ว

เราจะเลือกให้แย่ไปกว่านี้ หรือ ทำให้มันดีที่สุด


ตอนนั้นก็ต้องยอมรับ ว่า มาแล้ว กับอารมณ์เหวี่ยงๆ

แต่บวกลบคูณหาร สมการมาเต็มแล้ว ก็คิดว่า ทำให้ดีที่สุดดีกว่า

"ยอม"เพื่อให้สูญเสียน้อยที่สุดดีกว่าก็เลยตลกกลบเกลื่อน

เชิงง้อไป และซักพัก ชีก็เริ่มปกติ ไม่ทำหน้างอ

และพอไปเที่ยวต่อชี ก็ ลั้ลลา ปราศจากโทรศัพท์


เฮ้อ ต้องยอมรับ เลยว่า ชายเกลียดสถานการณ์แบบนี้มาก

สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ชายไม่ชอบการใช้อารมณ์เป็นที่สุด

เพราะชายรู้ตัวว่า ชายก็ธรรมดาที่ไหน เวลาระเบิดทีเหวี่ยงกัน

ไปคนละทิศคนละทาง เพราะฉนั้นในเมื่อชายรู้ตัวเองว่า

เราก็มีอารมณ์ โมหะ โทสะ อีโก้ เหมือนมนุษย์ทั่วไป

สิ่งที่เราควรจะทำ ก็คือ การพยายามหลีกเลี่ยงที่จะทำให้

ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่จะเป็นตัวจุดชนวนทางอารมณ์

ของตัวเอง เพราะ เวลามองย้อนกลับไป ทุกครั้งหลังจากที่เรา

ใช้อารมณ์(อารมณ์ร้อนๆ นะ ไม่ใช่อารมณ์รัก อิอิ )

มันก็เหมือนเรามองเห็นภาพหลังสงคราม มีผู้แพ้ มีผู้ชนะ

รึอาจจะสามารถตกลงกันได้แต่มันก็คือการตกลงกันบนความสูญเสีย

ของมากมายหลากหลายสิ่ง ทั้งสิ่งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต


ไม่ได้มีอะไรที่เป็นภาพที่จรรโลงใจ แม้แต่นิดเดียว


ตั้งแต่ปรับวิธีคิดมาเป็นแบบนี้ ชีวิตดีขึ้นเยอะ ดีขึ้นตรงไหน

ก็ตรงที่เราไม่รู้สึกว่า เอ้อ ตอนนั้นเราไม่น่าทำแบบนั้นเลย

เราไม่น่าใส่อารมณ์เลย มันเหมือนไม่มีอะไรต้องติดใจ และติดค้าง


เมื่อก่อนอยากเป็นภูเขาที่ยิ่งใหญ่ ที่มองเห็นได้แต่ไกล สูง สง่า

น่าเกรงขาม และยากที่จะปีนขึ้นไป


แต่หลังจากวันเวลาผ่านไป ก็เปลี่ยนความคิดใหม่ ว่าแบบนี้ดีกว่า


“มหาสมุทรนั้นยิ่งใหญ่ ก็เพราะวางตนอยู่ในที่ต่ำ"


แบบนี้ดูจะเข้าท่ากว่า ดูอ่อนน้อม น่ามองกว่า ถึงแม้นเราเลือกสิ่งที่จะ

ไหลมาสู่เราไม่ได้ แต่ถ้าเรามีความสวยงาม มีสิ่งที่ดีดีมากเพียงพอ

ต่อให้สิ่งเลวร้ายแค่ไหน ไหลเข้ามา ก็จะกลายเป็นสิ่งที่ดีดี

ไม่ต้องยิ่งใหญ่ และโดดเด่น เหนือใคร แต่ยิ่งใหญ่ที่ใจตัวเอง

นั้นน่าจะเข้าทีกว่าเป็นไหนๆ



ตั้งแต่คิดแบบนี้ ชีวิตมีความสุขขึ้นมากมาย เพราะมันส่งผล

ให้เราไม่คิดจะไปเปลี่ยนอะไรใคร ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่สำคัญ

ในชีวิตเราหรือไม่ เราก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามครรลองของมัน

พูดคุย บอกกล่าวด้วยเหตุผลบ้าง แต่ไม่มาก ถ้าหากคิดไม่ได้

ไม่ปรับเปลี่ยน ก็วางตัว วางระยะ ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมกันไป


เคยมีผู้หญิงที่หลงเดินผ่านเข้ามา พูดว่า

“ ทำไม พี่ไม่ว่า ไม่ด่า ไม่สอนหนู ให้หนูปรับตัวตรงนั้นตรงนี้

ถึงพี่ไม่ได้อะไรกับหนู แต่หนูก็จะได้โตขึ้น "


เอ่อ ก็เคยบอกไปแล้ว แต่สไตล์การบอกของชาย จะบอกแบบ

เหมือนพูดคุยกัน ซะมากกว่า พูดปราศจากอารมณ์พูดด้วยเหตุและผล

มันเลยดูหมือนไม่อะไรกับคำพูด เหมือนพูดผ่านๆ

แต่จริงๆ พูดแบบมีสาระนะ ส่วนจะฟังไม่ฟังก็แล้วแต่

เพราะชายไม่อยากใข้อารมณ์เป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนแปลง

คนเราอยากเปลี่ยน คนอื่นบอก คนอื่นสอนได้ แต่หลักๆ

มันก็ต้องมาจากใจเราเอง มองดูตัวเอง และปรับด้วยวิธีการ

ของตัวเอง


ในเมื่อถ้าเราพูดแล้วเค้าไม่เปลี่ยน ยังคงใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง

นั่นก็หมายความว่า เราอาจจะมีจุดยืน ที่ไม่เหมาะสม

ก็ต้องวางจุดยืนระหว่างเรากันใหม่

การทำแบบนี้มันยากกว่า การใช้อารมณ์เยอะนะ

เพราะนั่นหมายความว่า เราต้องสะกด อดกลั้นอารมณ์ที่เกิดขึ้น

ของเรา ไม่ให้ไปกระทบคนอื่น มันง่ายกว่านะ ถ้าเวลาเราโมโห

แล้วเราก็ด่าออกไป แป้บๆ มันก็หาย แต่การเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้

และพยายาม ค่อยๆ ให้มันจางหายไป นี่มันต้องใช้เวลา

และใช้สติเป็นอย่างมาก เผลอๆ เก็บไม่ถูกวิธีกกลายเป็นความเก็บกด

ไปละก็ยุ่งเลย

แต่มันก็ดีตรงที่ เราไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

และที่สำคัญ ไม่ต้องสร้างชนัก ไว้ในใจของเราเอง

ไม่ใช่พอมองย้อนกลับไป โอ้ เห็นแต่ความร้อน การใช้อำนาจ

การใช้อารมณ์ การเอาชนะซึ่งกันและกัน โอ้ ไม่มีอะไรงามตาเลย



ถ้าใครที่ได้รู้จักชายมาก่อน จะรู้เลยว่า เมื่อก่อนชายไม่ใช่คนแบบนี้

ชายจะพยายามเปลี่ยนคนอื่น ให้เป้นไปอย่างที่ตัวเองต้องการ

ทั้งใช้จิตวิทยา ใช้อารมณ์ ใช้คำพูด โอ้ว สารพัด

คนต้องทำเพราะอำนาจ

พอมองย้อนกลับไปแล้ว เป็นอะไรที่รู้สึกเสียใจเป็นยิ่งนัก

ชายแซดดดด ฮ่าๆ


เราไม่ได้อยากให้ใครมายืนใกล้เรา เพราะเราไปดึงแขนเค้าไว้

หรือใช้คำพูดหลอกล่อ ให้เค้ามายืนในจุดที่เราอยากให้ยืน

แต่ในวันนี้เราอยากให้เค้ายืน อยู่ในจุดนั้นๆ เพราะว่า

เค้าอยากยืนด้วยใจของเค้าเองเพราะชายรู้สึกว่า

แบบนี้ มันจะทำให้เราเข้าใจ กันง่ายขึ้น และมีความสุขในสิ่งที่เป็นจริงๆ

และในทุกนาทีที่เค้ายืนอยู่ตรงนี้ เค้าก็จะมีความสุขอย่างแท้จริง

หากความสุขที่เกิด ณ ตรงนี้ มันเป็นความสุขประเดี๋ยวประด๋าว

เหมือนว่าจุดนี้ บังเอิญมายืนแล้วเห็นพลุสวย พอพลุหมดไม่นานเค้าก็จากไป


ก็คงเป็นเพราะแบบนี้ ทุกวันนี้ เลยยังไม่มีใคร

บางครั้งก็อยากนะ อยากจะทำให้คนนี้มารักเรา

แต่บวก ลบ คูณ หาร (มาอีกละ ตามสไตล์เด็กวิทย์นะ อิอิ)

ก็คิดว่า อย่าเลย เราลองแง้มความรู้สึกเราไปแล้ว ถ้าเค้ายังไม่อะไร

ก็แสดงว่า เค้าอาจจะไม่ได้ชอบอะไรเรา งั้นเราก็ยืนแบบนี้

ค่อยๆ ไปก็แล้วกัน แล้วแต่โชคชะตา เรายังมีการเดินทาง

ที่สำคัญรออยู่



 

โฮ้ะ ชายรู้สึกว่า เนื้อหามันจะแลหนักไป เรากลับมาที่เนื้อหาาหลักกัน

ดีกว่า



อ่ะ พอได้เวลา ชายและพระสหาย ก็มูฟมาที่ร้าน ที่เปิดสี่ทุ่มครึ่ง

ตอนนี้ ห้า ทุ่มคนก็พอสมควร เฮ้อ ชายเพลียกับที่นี่มาก

การ์ดเดินกันให้ว่อน เต้นๆ อยู่เดี๋ยวเผลอเต้นมันไปหน่อย

เหยียบเท้าใคร ละยุ่งแน่ ชายยิ่งตัวใหญ่ๆ อยู่เดี๋ยวไปเหยียบ

ขึ้นมา คนโดนเหยียบ ร้องโอ้ก แน่ ฮ่าๆ

มันเลยทำให้ชาย ไม่สุด เพราะชายต้องระวังเป็นอย่างมาก

(เอ้ะ มันมีด้วยเหรอ ฮ่าๆ )

ไม่หรอก คงเป็นเพราะบรรยากาศ ดนตรี อะไรหลายๆ อย่าง

ซึ่งก็ได้ข้อสรุปเลยว่า ถ้าไม่ไปนั่งริมหาดแบบอาร์ตๆ

ก็หาที่พัก ที่มีโลกส่วนตัวได้แบบชิลๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่โอกว่า


ผิดหวัง ชายมาก นี่หรือ คือที่ที่ ซุปตา เค้าเที่ยวกัน

ชายว่า น่าจะเป็นซุป ไก่มากกว่า ชายคนค่อนข้างจะละเอียด

กับการที่ออกนอกสถานที่นิสนึง เพราะมันเหมือนกับการที่เรา

ออกมาเติม สุนทรียภาพ ทางอารมณ์


คุณภาพ และระดับความดังของเสียง มันต้องอยู่ในเกณฑ์ที่หูเราฟัง

แล้วเกิดความสุข ทางการได้ยิน


คนมาเที่ยว ก็ต้องโอเค ให้เรารู้สึกว่า มันน่ามอง


ความสว่างของแสง และการเล่นไฟ มันก็ต้องอยู่ระดับที่พอดี

ไม่วูบวาบ และไม่สว่างเกินไปไม่ใช่มืดจนมองเห็นผีขนุนเป็นนางฟ้า

อุ่ยๆ ไม่สุภาพ ไม่สุภาพ เดี๋ยวท่านพ่อ ท่านแม่จะตำหนิเอาได้

เอาแค่ให้พอสลัวๆ ที่พอจะเย้ายวนใจ และมีเสน่ห์ ไม่ใช่สว่าง

ยังกับเดินห้าง โท้ะ ไม่ใช่จะไปจับจ่ายใช้สอย ซื้อของเข้้าบ้าน


แอเรียในการยืนก็ต้องพอดี ไม่ใช่ เบียดเสียด กันยังกะ

โรงงานปลากระป๋อง ขยับได้แต่นิ้วมือ กับ ส่ายคอไปส่ายคอมา

ละก็ไม่ใช่กว้างซะ ยังกะสนามฟุตบอล วิ่งไปวิ่งมารอบร้านได้

ไรงี้


นี่คือ นิยามของคำว่า ใช่ สำหรับชาย


แต่ทุกวันนี้ ชายก็ยังไม่เคยเจอซักที


มันจะมีที่ไหนให้พอดีขนาดนี้ฟระ!!ฮ่าๆ


ตกลงกันไว้ว่า พอดื่มวอดก้าหมดขวดนึงก็กลับ

พอหมดเราก็กลับเลย ไม่สนว่าร้านจะปิด หรือ ไม่ปิด

กลับมา ง่วง สโหล สเหล ชายเพลีย เพราะปกติ

เวลาชายอยู่วัง สามทุ่มก็ต้องนอนละ ฮ่าๆ


พวกเพื่อนๆ ยังจะเล่นไพ่ต่ออีก ชายอาบน้ำ ชายเคลิ้ม ชายง่วง

เพื่อนบอกว่า ชายแจกไพ่ได้สุนทรีย์มาก แจกถึงมือ ทุกคนอย่างช้าๆ

ฮ่าๆ ไม่มีการ โยน เพราะคาดว่า จะไม่ใช่การโยนแต่จะเป็นแค่การหลุดมือ

แล้วตกแหมะ อยู่ ตรงนั้นเสียมากกว่า พอทุกคนเห็นสภาพชายแล้ว

เล่นไปตาสองตา ก็ได้ความว่า คืนนี้ขอลากันแค่นี้ น่าจะเป็นการดีกว่า



และชายก็ว่า วันนี้เนื้อหาก็ชักจะยาวเกินไป

ยังไงชายก็ขอลาด้วยอีกทีจะดีกว่า พรุ่งนี้เหลืออีกหนึ่งวันจะต้อง

เล่นเป็นชายแชมป์ ขอให้เสพกันให้อ้วกกันไปข้างนึงเลยนะครับ

ชายขอบคุณมาก ที่ทุกคนเข้ามาแวะเวียนเยี่ยมชม วังของชาย

หากมีความสุขก็เชิญอยู่ยาวได้ ไม่มีปัญหา ส่วนที่ว่าจะอยู่ตรงไหน

นั้นก็อีกเรื่องนึง ฮ่าๆ


ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2

มีรูปเก็บตก มาจาก LINEที่น้องๆ อุตส่า captureหน้าจอ

แล้วเอามาตัดต่อ แล้วเอาไปแจกจ่าย เพิ่มความหมั่นไส้

ให้กับฝูงชน ฮ่าๆ



หากมีตอนนี้ใครมาถามว่า อากาศที่กรุงเทพ เป็นอย่างไร

ชายก็คงต้องตอบไป ว่าเหมือนไมอามี่ ฮ่าๆ


เก็บตกรูปเมื่อวานกัน


ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2

นี่ที่Black canyon มื้อเช้าเมื่อวาน ชายงง กับ เมนูนี้มาก

เพราะตอนที่ชายอยู่ที่นู่น ชายไม่เคยเห็นเลย ข้าวผัดเมกันไรกัน

เฮ้อ แต่ชายก็ชอบกินนะ อิอิ


ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2

นี่คือมื้อเที่ยงร้านขายแต่ไก่ อร่อยแท้ ชายว่าแปลกดี

เพราะปกติชายเคยทานแต่ไก่งวง!!ฮ่าๆ


ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2

อันนี้ที่เพลินวาน ลองชิมไปคำนึง ที่เหลือยกให้เฮีย

เฮียบอกเหมือนข้าวไข่เจียว ตรงกลางมีข้าวเต็มไปหมด

คนขายบอกไข่ประมาณ สี่ ห้า ฟอง ตายพอดี

กินไป ไขมันจุกอก เดี๋ยวหัวใจไม่ทำงาน พลาดที่จะได้ใช้

รักใครซักคน อิอิ

ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2

ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2

ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2

ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2


ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนที่ 2

ขอบคุณนะครับ ที่เข้ามาเยี่ยมวังของชาย!!อิอิ 

     Share

<< ฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหินฝึกตบะ นอกสถานที่ ภาคหัวหิน ตอนจบ >>

Posted on Thu 13 Dec 2012 14:50
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh