30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 4
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 3
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 2
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 1
Party on the beach ตอนจบ
Party on the beach ch2
ซากาโมโต้ คุง
เช้าจรดค่ำ
การ์ตูน
Change Talk
เล่าศิลปะ
เรื่องเล่าแบบติดๆ ต่อๆ
คิดในส่วนดี
สัปดาห์ที่เยอะแยะ
การ และ งาน
อาทิตย์หลังวาเลนไทน์
วาเลนไทน์อันร้อนแรง
คืนก่อนวาเลนไทน์
ก่อนวาเลนไทน์
เก็บตกเชียงใหม่
ชายเที่ยวไทย ตอนครบรสเมืองเชียงใหม่ วัดสุดท้ายเน้อเจ้า
ชายเที่ยวไทย ตอนครบรสเมืองเชียงใหม่ วันที่สามเน้อเจ้า
ออกเดินทาง
ทัวน์ทั้งไหว้ ทั้งชิม อิ่มไปกับนายแชมป์ ตอน ไต่ฮงกงแห่งมูลนิธิปอ ตอนจบ
ทัวน์ทั้งไหว้ ทั้งชิม อิ่มไปกับนายแชมป์ ตอน ไต่ฮกกงแห่งมูลนิธิปอ
จุดกำเนิด
ปีจอ
ผู้ใหญ่ที่แท้จริง
นิทาน ผีเสื้อปีกขาด
ตกเป็นจำเลยในข้อหา " มีความสุขมากเกินไป "
ทัวว์ชิมแหลก ถึงจะแน่นก็ยังไม่เลิก !! ตอนตะลุยศาลเจ้าพ่อเสือ
ออกกำลังกายไปกับนายแชมป์ ตอนจบ
ออกกำลังกายไปกับนายแชมป์
" ออร์เดิฟ ก่อนจะถึงตอนออกกำลังกายไปกับนายแชมป์ "
ทัวน์แบบอาร์ตๆ ไปกับนายแชมป์ ตอนข้าวตะลุยข้าวสารแบบไม่เมา
วันวานยังหวานอยู่
เมื่อหนึ่งหนุ่มปะทะสองสาว ตอนจบ
วันที่ความฝันทำร้ายเรา
เมื่อหนึ่งหนุ่มปะทะสองสาว ตอนที่ 2
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


สวัสดีปีใหม่แบบจีนๆ นะครับ

วันนี้ หลายๆ คนก็คงจะไปไหว้เจ้ากัน

ซึ่งปีนี้ก็จะเป็นปีแรกที่ผมไหว้เจ้า


แล้วปีที่ผ่านๆ มาไปมุดหัวอยู่ไหนฟระ ??


5 5


ที่ปีนี้จะไหว้เจ้า ก็ไม่ใช่อะไร เนื่องจากตอนนี้

ผมได้เริ่มเรียนภาษาจีนที่มูลนิธิแห่งนึง แล้ววันนี้เค้า

ก็มีไหว้เจ้า เค้าก็เลยชวน ก็เลยคิดว่า ก็ดีเหมือนกัน

ได้ทำพิธีจีนๆ บ้าง ประกอบกับจะได้ขอพรสิ่งศักสิทธิ์

ที่ที่เรียน ว่า ขอให้เราสามารถเข้าถึง ภาษาจีนได้ไม่มากก็น้อย ด้วยเถ้อออ 5 5


ก็เหมือนที่เกริ่นๆ ก่อนไปเชียงใหม่ ว่า หลังจากกลับมา คงมีจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายสิ่งเกิดขึ้นในชีวิต

หนึ่งในหลายๆ สิ่ง ก็คือ การเพิ่มทักษะเรื่องของภาษา

ทั้งในส่วนของภาษาจีน และ อังกฤษ

ด้วยเหตุหลักก็คือเพื่อที่จะนำไปหาเลี้ยงชีพนั่นเอง

เพราะในทุกวันนี้ ก็เริ่มมีธุรกิจที่ต้องข้องเกี่ยวกับประเทศจีนอยู่เป็นนิจ เพราะฉนั้นคงได้เวลาที่เราต้องลุยเต็มตัวอีกครั้ง และถึงเวลาต้องยกระดับการพูดภาษาสากล ให้อยู่ในระดับที่มากกว่า การพูดจาสื่อสารชีวิตประจำวัน กับ ชาวบ้านรู้เรื่อง เป็นพูดได้เชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้นไปอีก



นับว่าเป็นช่วงจังหวะเวลาที่พอดิบพอดี เพราะแพลนไว้ก่อนไปเชียงใหม่แล้ว ว่า กลับมาจะเริ่มใช้ชีวิตแบบเข้มข้นอีกครั้ง ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงจังหวะปีใหม่ของจีนพอดิบพอดี ก็ถือเอาโอกาสนี้ ในการวางแผน และเริ่มลงมือ ที่จะทำให้ชีวิตเข้าใกล้ภาพแห่งความฝันที่วางเอาไว้ให้มากกว่าเดิม



หลังจากนี้ ก็เริ่มจะขยับ ทำธุรกิจใหม่ แต่เป็นสิ่งที่คุ้นเคย อีกครั้ง เหมือนที่ผมเคยเล่าว่า ผมมักจะวางแพลนเอาไว้ในหัว และให้เวลากับทุกสิ่งเสมอ และเมื่อเวลานั้นมาถึง ก็ไม่ต้องคิดอะไร แต่ลงมือทำไปเล้ย!!ย้า ฮู้ !


ในช่วงเวลาเกือบ1ปีที่ผ่านมา ผมให้เวลากับตัวเอง ในการที่ลองสังเกตชีวิตของตัวเองว่า เอ้ ถ้าเราใช้ชีวิตแบบสบายๆ ปล่อยมันไปแบบเบิร์ดๆ ปล่อยให้มันเป็นไปตามครรลองของมัน จะเกิดอะไรขึ้น


เมื่อผลลัพท์ออกมา ก็ได้ข้อสรุปว่า ดี ถึง ดีมาก!!


มีความสุขตามสภาพ ตามครรลอง ไม่ว่าความทุกข์ใดๆ จะผ่านเข้ามา ก็อยู่ไม่นาน เข้ามาแว้บๆ ให้นึกถึง ให้เตือน ให้รู้ว่า มันยังคงอยู่ใกล้ๆ ตัวเรานะ ไม่ได้ห่างหายไปไหน


ชีวิตนิ่งๆ เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ

บอกเลยว่า ดี


เพียงแต่ มันยังไม่เหมาะกับช่วงชีวิตนี้ของเราเท่าใดนัก


เราสามารถแบกรับความเจ็บปวดได้มากกว่านี้


เรายังมีที่ว่างในใจ ที่จะลองสัมผัสสีสันอันร้อนแรง

ของโลกใบนี้


เพราะฉนั้น ตั้งเป้าว่า แต่นี้ จะใช้ชีวิตเข้มข้นขึ้น แต่อาจจะไม่มากเท่าเมื่อก่อน ที่เล่นจริง เจ็บจริง แบบไม่มีการซ้อมก่อนเล่น


เราสัมผัสมแล้วว่า สีโทนร้อนเป็นยังไง และเราก็ได้สััมผัสแล้วว่า สีโทนเย็น นั้นให้ความรู้สึกอย่างไร


ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้ว ที่เราจะผสาน ทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดทางสายกลาง ทางที่เหมาะกับชีวิตเรา ณ ช่วงเวลานี้อย่างแท้จริง


ได้เวลา ที่จะทำตัวเป้น ปลาแซลมอน ที่ว่ายทวนน้ำไปผสมพันธ์ เย้ยย !ไม่ขนาดน้านน ฮ่าๆ


...นี่คือ ทางที่กำลังจะก้าวเดินต่อไปนับจากวินาทีนี้...



.................................


กลับมาที่เก็บตก"ทริปเชียงใหม่"


อย่างที่หลายๆ คนได้อ่าน เรื่องราวการเดินทางของผมแล้ว ทริปนี้ก็คงได้ทำให้หลายๆ คนเข้าใจ ในความบ้าบอ เอ้ย ความเป็นตัวผม มากยิ่งขึ้น ฮ่าๆ


มีหลากหลายสิ่ง หลากหลายอารมณ์เกิดขึ้น แต่ยังมีบางจุด ที่ผมยังเหมือนรีวิว ไว้ไม่จบ

เช่น เรื่องที่ผมบอกในตอนต้นของการเดินทางว่า

การไปเชียงใหม่ครั้งนี้ของผม ได้ทำให้ผมนั้น จบ เรื่องราวบางอย่างอยู่ 2เรื่อง


ซึ่งเรื่องแรก ก็เหมือนที่รีวิว ไป ก็คือเรื่องของ

"เพื่อนเก่า" ที่ต่อแต่นี้ไป ความสัมพันธ์ของเรา คงเหลือเพียงแค่

"คนเคยรู้จักกัน" ก็เท่านั้น



ส่วนที่อีกหนึ่งเรื่อง ก็คือเรื่องของ "แฟนเก่า"


ที่ ณ วันนี้เธอ ได้กลับมาจากเมืองนอกแล้ว

เอ่อ หมายถึงคนล่าสุดนะครับ ฮ๋าๆ เธอกลับมาได้ก่อนผมไปเชียงใหม่ประมาณ ซักสองอาทิตย์ คือก็ต้องยอมรับว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา หลังจากที่เราเลิกกัน ความรู้สึกที่อยู่ข้างใน มันยังไม่จางหายไปไหน เพราะ ณ วันนั้น ที่เราต้องจากกันไป มันมีปัจจัยมากมายที่เข้ามาข้องเกี่ยว ทำให้ตัวเรานั้น ก็รู้สึกว่า สิ่งเหล่านั้น มันปกปิด ความจริงที่เกิดขึ้น ทั้งความจริงที่อยู่ในใจ และ ความจริงที่เกิดขึ้น


ตลอดมา ไม่ได้มีความรู้สึกว่า อยากกลับไปคบกันอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธหากโอกาสที่ว่านี้ มาเยือนอีกครั้ง

เพราะในใจ ก็อยากลองดูว่า ถ้าเป็น เราที่มีความคิด ที่มีจิตใจ เหมือนในทุกวันนี้ เราจะรู้สึกกับเค้ายังไงนะ



....แต่....


ณ ตอนนี้ ทุกส่ิงที่พูดมาข้างต้น ได้มลายหาย กลายเป็นเพียง"สิ่งที่เคยเกิดขึ้น"

ในความคิดเราก็เท่านั้นเอง


เพราะอะไร??



ตลอดเวลาที่เราเลิกรากันไป ก็ยังได้ติดต่อกันบ้าง

เธอก็มีเรื่องให้ผมช่วยบ้าง ซึ่งผมก็ยินดี แต่พอหลังจากที่ได้ช่วยเหลือกันไป แล้วเธอก็เรียนจบ ก็เหมือนจะห่างกันไปมากขึ้นอีก เราก็ไม่ได้คิดอะไร แต่รู้สึกนิดๆ


แต่ ยิ่ง เธอใกล้กลับมาเท่าไหร่ ก็เหมือนเธอจะไม่อยากคุยกับเรามากขึ้นเท่านั้น เมื่อก่อนสองอาทิตย์จะคุยกันบ้าง ทักทายกัน ตามประสาคนรู้จักกัน แต่ช่วงหลัง หลักจากเธอเรียนจบ แต่ยังเที่ยวอยู่ที่นั่น ก็รู้สึกว่า แม้แต่แค่จะทักทาย กัน ก็เป็นเรื่องที่ลำบากใจ

ซึ่ง ผมก็รู้สึกถึงข้อนี้ และบอกตัวเองว่า

ให้โอกาสกับเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย โอกาสนี้จะเกิดขึ้นก็ตอนทีเ่ราไปเชียงใหม่ ในวันที่เธอกลับมา


โอกาสที่ว่า ไม่ใช่โอกาสที่จะกลับไปคบกันเหมือนวันเก่า

เพียงแต่ โอกาสที่เราจะกลับไปต่อเรื่องราวของเราให้มันถูกต้องในทางที่มันควรจะเป็น เหมือนกับเราไปเคลียร์กัน ตอบทุกข้อสงสัย ทุกคำถามที่มีในใจ และกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน


เพียงแต่...จากการไปครั้งนี้แล้วลองสื่อสารกันนิดหน่อยก็ได้คำตอบในใจว่า

“เธอ กับ เรา คงจะต้องจบลงแค่ตรงนี้ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม"


สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างความสัมพันธ์ของเรา

คงจะเป็นเพียงเรื่องที่เคยเกิดขึ้น และ ณ วันนี้ก็ได้จบลงไปแล้ว เป็นเพียง Past tense

แอ่นแนะ อย่างว่า ช่วงนี้ฟิตภาษา55


คือ ผมจะเป็นคนค่อนข้างชัดเจน

ผมจะขีดเส้นความสัมพันธ์เอาไว้เลย

กับใครเป็นยังไง เพราะมันหมายถึง การที่เราจะปฏิบัติต่อกัน เป็นมาตรฐานสำหรับตัวผมเลย เพราะยังไงผมก็ดีกับทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่มันต้องมี "ขอบเขต"


ทั้งเพื่อตัวเราเอง และ คนที่เราเกี่ยวข้องด้วย


เพราะผมไม่ได้อยากเป็น"ฮีโร่" ในชีวิตของใคร

ไม่ได้อยากเป็น คนที่น่า "จดจำ" ของใครๆ

ไมไ่ด้อยากเป็นคนที่ทุกคนต้อง"โหยหา"

ไม่ได้อยากเป้น"พระเอก" ในชีวิตใคร


ผมอยากเป็นเพียงคนทั่วๆไป คนนึง ที่ผ่านมาในชีวิตของใครๆ แล้ววันนึงก็ต้องจากไป เพียงแต่ในช่วงเวลาที่เรามีร่วมกัน เราก็ทำดีต่อกัน ดูและ และใส่ใจ ในพื้นที่ ในช่วงเวลาที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน


ผมอยากเป็น"พระเอก"ให้กับคนคนเดียว คนที่รักผมและผมก็รักเค้าหมดหัวใจ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับชีวิตน้อยๆ ของผมแล้ว



ผมเคยเป็นในส่ิงที่ตรงข้ามกับที่ผมพูดมาทั้งหมดก่อนหน้านี้ แล้วผลลัพท์ของมันก็ไม่ได้ทำให้ผม มีความสุขแต่อย่างใด เราเป็นพระเอกให้คนอื่น แต่เดี๋ยวอีกชั่วครู่ ชั่วยาม เราก็อาจจะกลายเป็นผู้ร้ายให้กับเค้าก็ได้


เวลาผมที่มีคนมาขอบคุณผม ในสิ่งที่ผมทำให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ผมก็จะตอบไปแต่เพียงว่า

“ผมก็คิดว่า ถ้าเป็นคนอื่น ก็คงจะทำเหมือนกับที่ผมทำนี่แหละ มันเป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่คนพึงกระทำต่อกัน ก็เท่านั้นแหละ "


ไม่ได้อยากให้ต้องมาจับจ้อง มามอง ถึงบุคคล แต่อยากให้มองที่ผลของการกระทำมากกว่า

เหมือนเราเดินผ่านกัน เราก็ยิ้มให้กัน แล้วก็เดินจากกันไป


เหมือนที่เพิ่งมีเพื่อน มาขอบคุณ มาทำซึ้งกับผม บอกว่า ขอบคุณมาก ที่เป็นเพื่อนที่ดีให้กับเค้า ขอบคุณในทุกสิ่งที่มอบให้กับเค้า ขอบคุณที่ไม่ทิ้งเค้าในวันที่เค้าแย่ ในวันที่เค้าลำบาก


ผมก็บอกไปว่า บ้าเรอะ ไม่เห็นมีไรเลย มันก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่คยพึงกระทำต่อกัน ก็เท่านั้นแหละ ไม่ต้องซึ้ง มาขอบคุณหรอก เรื่องปกติ ฮ่าๆ


เพื่อนด่าเลย"อีบ้า คนกำลังซึ้ง !! “


ฮ่าๆ


มันก็เป็นเรื่องจริง ผมไม่ได้เดินเข้าไปในชีวิตเค้า เพียงแค่เค้าวันที่เค้าอ่อนแอ วันที่เค้าขาดที่พึ่งทางใจ เค้าเดินผ่านมาเจอต้นไม้ ต้นนี้ก็เท่านั้น เพราะฉนั้นผมก็เพียงแต่ทำหน้าที่ ที่ผมทำเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ได้ทำอะไรเพื่อเค้าเลย เพราะฉนั้นแค่ยิ้มให้กันก้ต่อ แต่อย่าพยายามที่จะพาผมไปไหนมาไหนด้วย อย่าพยายามถอนต้นไม้ ต้นนี้ แล้วหนีบไปไหนต่อไหน เพราะถ้าทำอย่างนั้น ไม่นาน ต้นไม้ต้นนี้ก็คงต้องตาย


วันนี้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกนั วันพรุ่งนี้เราอาจเป็นเพียงคนรู้จักกัน ก็เป็นได้ แต่ยังไง ก็ขอให้เวลาที่เราเดินผ่านเรายังสามารถยิ้มอย่างจริงใจต่อกัน เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

^_^


...............................


อ่าวจบละเรอะ

ก็ใช่อ่ะเดะ สรุป

จบ เรื่องนี้จบ

จบพร้อมกับเพื่อนเก่า แฟนเก่า โอเค้ ฮ่าๆ






 

     Share

<< ชายเที่ยวไทย ตอนครบรสเมืองเชียงใหม่ วัดสุดท้ายเน้อเจ้าก่อนวาเลนไทน์ >>

Posted on Sat 9 Feb 2013 16:16
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh