30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 9
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 8
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 7
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 6
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 4
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 3
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 2
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 1
Party on the beach ตอนจบ
Party on the beach ch2
ซากาโมโต้ คุง
เช้าจรดค่ำ
การ์ตูน
Change Talk
เล่าศิลปะ
เรื่องเล่าแบบติดๆ ต่อๆ
คิดในส่วนดี
สัปดาห์ที่เยอะแยะ
การ และ งาน
อาทิตย์หลังวาเลนไทน์
วาเลนไทน์อันร้อนแรง
คืนก่อนวาเลนไทน์
ก่อนวาเลนไทน์
เก็บตกเชียงใหม่
ชายเที่ยวไทย ตอนครบรสเมืองเชียงใหม่ วัดสุดท้ายเน้อเจ้า
ชายเที่ยวไทย ตอนครบรสเมืองเชียงใหม่ วันที่สามเน้อเจ้า
ออกเดินทาง
ทัวน์ทั้งไหว้ ทั้งชิม อิ่มไปกับนายแชมป์ ตอน ไต่ฮงกงแห่งมูลนิธิปอ ตอนจบ
ทัวน์ทั้งไหว้ ทั้งชิม อิ่มไปกับนายแชมป์ ตอน ไต่ฮกกงแห่งมูลนิธิปอ
จุดกำเนิด
ปีจอ
ผู้ใหญ่ที่แท้จริง
นิทาน ผีเสื้อปีกขาด
ตกเป็นจำเลยในข้อหา " มีความสุขมากเกินไป "
ทัวว์ชิมแหลก ถึงจะแน่นก็ยังไม่เลิก !! ตอนตะลุยศาลเจ้าพ่อเสือ
ออกกำลังกายไปกับนายแชมป์ ตอนจบ
ออกกำลังกายไปกับนายแชมป์
" ออร์เดิฟ ก่อนจะถึงตอนออกกำลังกายไปกับนายแชมป์ "
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 




Everybody needs a place to rest


Everybody wants to have a home


Don't make no difference what nobody says


Ain't nobody like to be alone

Everybody's got a hungry heart...



นี่เป็นบทเพลงบางส่วน จากเพลงที่ชื่อว่า

“Hungry Heart “

ซึ่งเป็นเพลงเพราะๆ ประกอบ ภาพยนตร์เรื่อง

“Warm Bodies “


เชื่อว่าทุกคนก็คงจะเป็นเหมือนกับบทเพลงๆนี้


.....................


สองสามวันนี้ ใช้พลังทางสมอง หมดเกลี้ยงอย่างแท้จริง สี่โมง ง่วงนอนมั้ก ง่วงจน ไม่อยากจะทำอะไร

แม้นแต่จะกินข้าว


แต่สิ่งที่คิดว่าเป็นการพัก และ การเพิ่มพลัง ทางสมอง

ได้ดีมากสิ่งนึ่งเลย ก็คือ "การนั่งสมาธิ"

นี่ก็เป็นอีก หนึ่ง คุณประโยชน์ ที่เห็นได้ชัด

จากการ"นั่งสมาธิ"

เหมือนสมองได้หยุดพัก ได้เรียบเรียง ได้เติมพลัง


แม้นแต่เวลา แฮ้งค์เหล้ามา ลองนั่งดู ดีขึ้นเยอะ !!

55

เอ่อ แลดูจะเป็นการประยุกต์การใช้งานที่ผิดประเภท

ไปหน่อย55


เหนื่อยกาย ยังมีแรงที่จะพูด จะเสพนู่นนี่

แต่เหนื่อยสมอง นี่มันหมดทุกสิ่งอย่างจริงๆ ไม่มีอารมณ์จะพูดจะคุย จะเล่นมุข หรือ แม้นแต่ดูหนัง

คือ ไม่อยาก "ส่งออก" และไม่อยาก"รับเข้า" ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดๆ ก็ตาม


พอมีเวลาก็ลองมาเรียบเรียง ว่า ฉไน จึงใช้พลังมากมายขนาดนั้น มันมีจุดใด ที่ต่างไปจากเมื่อก่อนกัน


พอ"พิจารณา" ก็พอจะเห็นคำตอบ รางๆ ปรากฎขึ้น


เอาะ ออ ถ้าโดยหลักการ

นั่นก็เป็นเพราะ เวลาที่เราวิเคราะห์ในเรื่องของงาน เราเพิ่มปัจจัยในการวิเคราะห์มากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน


ถ้าเปรียบเป็นภาพเหมือนหนังไซไฟ


เวลาที่มอง เนื้อหาสองมิติ ที่ผ่านเข้ามา

ก็จะมีภาพสามมิติปรากฎขึ้นมา เสมือน Mind Map

เชิงการวิเคราะห์


Possibility

ความเป็นไปได้ของสิ่งนั้นๆ


“ หา จะเอาไม้จิ้มฟัน ไปทำเรือรบ โอ้ ไอ่ฝาด ไหนลอง

บอกเด้ะ ว่าทำไง " 5 5

v

v

Connection Analysis

ความเชื่อมโยงต่อปัจจัยต่างๆ ของสิ่งนี้


“ อ๋อ จะตั้งโรงงานทอผ้า เอ้ กระทรวงมหาดไทยเค้ามีนโยบายตอนนี้ยังไงบ้างนะ"เย้ย โรงงานทอผ้า ไม่ใช่โรงงานผลิตอาวุธ!!

v

v

Data Team Analyze

ความน่าเชื่อถือของข้อมูล โยงไปถึงการหลับตา

แล้วนึกถึงภาพการเยื่อมโยง ของเครือข่ายที่จะสามารถตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับมา


“ จะสร้างหมู่บ้านตรงนี้ เอ้ เดี๋ยวลองให้ Dsiเข้าไปตรวจสอบชุมชนแถวนี้หน่อยสิ้" ... เอ่อ อันนั้นจะสร้างที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้รึเปล่านั่น-*-

v

v

People

ความน่าเชื่อถือของผู้นำสาร ทั้งในส่วนของผู้ริเริ่ม

และ ผู้นำพา ต้องสังเกตกิริยาท่าทาง คำพูด จับพิรุธ

ในเนื้อหาที่สื่อสารออกมา ในเนื้อหาที่ไม่ได้เตรียมมา

(เหมือนหลักการทางจิตวิทยาอย่างนึงที่บอกว่า

ถ้าคุณอยากได้ความจริง จงอย่างถามในคำถามที่คุณต้องการรู้แบบตรงๆ แต่จงถามคำถามที่เหมือนไม่เกี่ยวข้องแบบอ้อมๆ และเนียนๆ )

ออกแนวลักษณะMind Game


“ เอ้ คนนี้ท่าทางน่าเชื่อถือแลดูมีเงิน เดี๋ยวลองส่งคนเข้าไปสำรวจบ้านเค้าดิ้ ว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เข้าออกบ้านตอนไหน " 55 นั่นมันโจรแล้วเฟร้ยยย!!

v

v

Interest

ความลงตัวของผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น เพราะทุกสิ่ง

ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคน หรือ สิ่งแวดล้อม

เราต้องคิดในเชิงButterfly Effect

เพราะหากเราไม่คิดถึงผลกระทบ ในวงที่อยู่ไกลออกไป

มันก็ไม่ต่างกับการ ขว้างบูมเมอแรงของปัญหา ที่อีกไม่ช้าไม่นาน ปัญหาก็ต้องวกกลับมาหาเราอยู่ดี

ถ้าเราจะเอาแบบเบ็ดเสร็จเซฟ ก็ต้องคิดเผื่อ แต่ถ้าจะวัดดวง ก็ต้องคิดถึงผลที่ได้ ว่าคุ้มค่ากันรึเปล่า


“ โอเค ตกลงเราเริ่มดำเนินโครงการนี้แล้วนะครับ ขอบคุณมากที่แนะนำโครงการมา เดี๋ยวยังไงขอที่อยู่นิดนึงนะครับ จะส่ง Thank you การ์ดไปให้ตอนปีใหม่"

....พูดจบ คงจะพบกับลูกปืน ฮ่าๆ

v

v

Law

ขาดไม่ได้เลยในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน

"ธุรกิจ"กับ"กฏหมาย"ต้องวิ่งมาคู่กันเสมอ


“โอเคเราจะขึ้นคอนโดชื่อว่า คอนโดมงคลนพเจ้า อยู่แล้วรับรองรวยยาวๆ...ยังไงอ่ะ....เราจะใช้ไม้พยุงทั้งหลัง...เฮ้ย ผิดกฏหมาย ...จะผิดได้ไง ไม่ได้ตัด มีคนเอามาขาย เราก็ซื้อ ก็เท่านั้นเอง...คุ!คุ!!คุ แน่ๆ !! 5 5


v

v

Power

สุดท้าย เรื่องนี้สำคัญไม่แพ้กัน เรื่องของ "อำนาจ"

บ้านเมืองเราขาดเรื่องนี้ไมไ่ด้เลย เพราะท้ายสุด

ถ้าผลประโยชน์มันมากพอ คำว่า "กฏหมาย"

กับ"ความถูกต้อง" ก็ยังต้องเป็นรอง

เพราะฉนั้นในโครงการใหญ่ๆ ก็ต้องให้ความสำคัญ

ในมุมนี้ ไม่แพ้กัน ว่าหากเกิดการทะเลาะกัน

คุ้มมั้ย ความเสียหายจะขยายวงกว้างถึงแค่ไหน


.......................


นี่ก็เป็นคร่าวๆ ที่เวลามีอะไรผ่านเข้ามา ต้องวิเคราะห์

แบบเห็นภาพขึ้นมาในหัว พร้อมตั้งคำถาม ทั้งกับตัวเอง

และกับคนอื่น เพราะจุดที่คนฟังคาดหวังจากคนหนุ่ม

เวลาทำงานก็คือ การวิเคราะห์ที่เฉียบคม และ วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล หากเรามีจุดเด่นเหล่านี้ ก็คงจะพอ

กลบจุดอ่อนในเรื่องของวัยวุฒิ และ แบคกราวได้


โอ้ะ ที่สำคัญไม่แพ้กันอีกหนึ่งข้อ

v

v

Art of communication

ศิลปะในการสื่อสาร เรื่องนี้สำคัญไม่แพ้กัน ยิ่งในส่วนของประเทศที่มีประเพณี ในเรื่องของ "ลำดับอาวุโส"

ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน ใหญ่แค่ไหน แต่หากไร้ซึ่ง

ความอ่อนน้อมถ่อมตน คำตอบที่ออกมาก็คงไม่ดีนัก


ทั้งหมด ก็เป็นสิ่งคร่าวๆที่ผมต้องประมวลในการทำงาน


เอ่อ ที่มีภาษาอังกฤษกำกับ ไม่ใช่กระแดะ อยากจะสปีคอิงลิช แต่อย่างใดนะครับ ฮ่าๆ มันออกจะแนวลูกทุ่งๆ ด้วยซ้ำไป ในเชิงหลักทฤษฎี ทั้งในส่วนของเจ้าของภาษา หรือ ศัพท์แสงทางวิชาการ เค้าคงมีศัพท์ที่สละสลวยกว่านี้ แต่ที่ผมเลือกใช้กำกับลงไป ก็เพราะผมคิดว่า

บางทีภาษาอังกฤษมันมีคำอธิบาย แบบเห็นภาพในตัวเอง บางทีพยายามอธิบายด้วยภาษาไทยเป็นร้อยเป็นพันคำ ก็ยังไม่เท่ากับพูดภาษาอังกฤษ ไม่กี่คำ


เพราะในส่วนของภาษาไทย มีความละเอียดอ่อนเอามากๆ เพราะฉนั้นอาจทำให้ผู้เสพไม่เข้าใจในสิ่งที่พยายามจะสื่อสาร เลยกำกับไว้ให้อีกทางนึง

จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นไปอีก


“อ๋อๆ ไอ่อ้วน นี่พยายามจะพูดแบบนี้ อ๋อ เข้าใจละ "


อะไรทำนองนั้น55


ในส่วนของกลุ่มเพื่อนน้อยคนมาก ที่จะรู้ว่า

เวลาทำงานตัวตนของผมนั้นเป็นอย่างไร

เพราะผมถือคติจะปล่อยของเท่าที่จำเป็น ฮ่าๆ


การ และ งาน

คำทำนาย ที่ได้มาพร้อมกับของมงคล5อย่างตอนตรุษจีน"กายหวั่นไหวได้ แต่ใจอย่าไหวหวั่น "


เอ้ะ มันเหมือนกับคำว่า "นอกกายได้ แต่อย่านอกใจ " รึเปล่านะ!ฮ่าๆ จะบ้าเรอะ !!






     Share

<< อาทิตย์หลังวาเลนไทน์สัปดาห์ที่เยอะแยะ >>

Posted on Tue 19 Feb 2013 15:27
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh