30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 16
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 15
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 13 - 14
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 12
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 10,11
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 9
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 8
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 7
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 6
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 4
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 3
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 2
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 1
Party on the beach ตอนจบ
Party on the beach ch2
ซากาโมโต้ คุง
เช้าจรดค่ำ
การ์ตูน
Change Talk
เล่าศิลปะ
เรื่องเล่าแบบติดๆ ต่อๆ
คิดในส่วนดี
สัปดาห์ที่เยอะแยะ
การ และ งาน
อาทิตย์หลังวาเลนไทน์
วาเลนไทน์อันร้อนแรง
คืนก่อนวาเลนไทน์
ก่อนวาเลนไทน์
เก็บตกเชียงใหม่
ชายเที่ยวไทย ตอนครบรสเมืองเชียงใหม่ วัดสุดท้ายเน้อเจ้า
ชายเที่ยวไทย ตอนครบรสเมืองเชียงใหม่ วันที่สามเน้อเจ้า
ออกเดินทาง
ทัวน์ทั้งไหว้ ทั้งชิม อิ่มไปกับนายแชมป์ ตอน ไต่ฮงกงแห่งมูลนิธิปอ ตอนจบ
ทัวน์ทั้งไหว้ ทั้งชิม อิ่มไปกับนายแชมป์ ตอน ไต่ฮกกงแห่งมูลนิธิปอ
จุดกำเนิด
ปีจอ
ผู้ใหญ่ที่แท้จริง
นิทาน ผีเสื้อปีกขาด
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 





Change Talk




Change Talk

“ ที่นี่ มีคนเขียนไดฯ มั้ยเอ่ย "


“ มีนะ แต่ว่าตอนนี้คนเขียนไดฯ ไม่อยู่ "



อิอิ



มาแปะ ภาพ กับ เพลงเพราะๆ ให้ฟังกันก่อน


“ ..นะ..นั่น มาแล้วครับ คนเขียน มาแว้วววว"


ฮ่าๆ


จากรูปที่ลงพรีวิว เอาไว้ ก็คงจะพอเดาได้ว่า เรื่องที่จะเล่าในวันนี้ จะต้องมีสองสถานที่นี้ มารีวิว ให้ฟังกันแน่นอน


Magnum Cafe' และ งานสัมมนา Change Talk


ซึ่งเป้าหมายหลักของกิจกรรมเมื่อวานนี้ก็คือ งานสัมมนา Change Talk

โดยมีผู้ร่วมทริป ก็คือ เพื่อนผู้เป็นคนชักชวนซึ่งมาจากเชียงใหม่


Arrived >>>>> เพื่อนมาถึงเช้ามาก พอมาถึงก็ปล่อยให้

ใช้ชีวิตในการจัดการธุระส่วนตัวไปก่อน ส่วนตัวผมก็ขอนอนต่อ

เพราะรู้ว่า วันนี้จะเป็นอีกหนึ่งวันที่ยาวนาน ขอเก็บแรง

ไว้ให้ได้มากที่สุด ฟังแล้วแลดูดี ฮ่าๆ


นอนกำลังเคลิ้มๆ ฝันดี ฝันว่าได้กอดใครซักคน ที่ก็ไม่รู้ว่าใคร

โทรศัพท์เรื่องงานก็ดังมาปลุกซะได้!!


ให้ตายสิโรบิ้น เป็นงี้ทูกที้ เคยสังเกตมั้ยครับ เวลาเรากำลัง

เคลิ้มๆ กำลังฝันดีๆ มักจะมีอะไรมาทำให้ตื่นเสมอ

อุ้ บร้ะ เวลาฝันร้ายๆ ไม ไม่ปลุกบ้างน้อ -*-



WORK >>>>> พอตื่นมาก็เห็นเพื่อนกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างสงบ

ส่วนตัวผม ก็ต้องรีบแต่งตัว ออกไปออฟฟิศใหม่ ที่อโศก

ไปประชุม กับ พาร์ตเนอร์ใหม่ชาวอินเดีย เอาละวุ้ย

หลังจากเหล่ตา มองหาช่องทางจะเจาะกลุ่มนี้มานาน

หลายปี พอถึงเวลาจู่ๆ จะมาก็มา แบบไม่ต้องเกริ่นกันเลย

เหมือนที่ผมเคยบอกเอาไว้ คนเรานั้นหากมีความเชื่อ มีความฝัน

จงอย่าทิ้งมัน ไม่ว่า วันนี้เราจะยืนอยู่ไกลจากจุดที่เราฝันมาก

แค่ไหนก็ตาม เพราะบางที สิ่งที่เราต้องการ และฝันถึงตลอดมา

อาจมาหาเราแบบไม่ทันตั้งตัวก็เป็นได้ เหมือนที่หนังสือวรรณกรรมยอดเยี่ยมเล่มนึง ที่ชื่อว่า


"ถ้าโชคมาต้องหาเก้าอี้ให้นั่ง"


กล่าวไว้ว่า

ถ้ามันมา คุณจะหาเก้าอี้ให้นั่งได้อย่างไร ถ้าในเมื่อคุณไม่เคย

เตรียมพร้อม เพราะคอยแต่มองว่ามันอยู่ไกล รึอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้


เพราะฉนั้น ในวันนี้ไม่ว่า ฝันที่เรามี หรือ สิ่งที่เรานั้นต้องการ

จะอยู่ที่ไหน หรือ อยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม จงอย่าทิ้งมัน

เก็บมันไว้ในใจ เมื่อถึงเวลา เดี๋ยวมันก็มาเอง^^


LUNCH >>>>> พอประชุมเสร็จ ก็ให้เพื่อนมาเจอกันที่ฟอร์จูน เพื่อกินข้าวเที่ยง

ร่วมกัน เลยจัดไป กับ พิซซ่า ที่นารายพิซซ่าเลีย


จัดเสร็จ ก็ไปสั่งพิมพ์นามบัตรชุดใหม่ เสร็จก็แวะทักทายเพื่อน

ที่ทำงานในเซ็นทรัลนิดหน่อย ก่อนจะมุ่งหน้าไปพารากอน


เราถึงที่ พารากอน ก่อนงานเริ่มประมาณ2ชั่วโมงครึ่ง

ก็เลยเดินเล่น เข้าไปชมที่สยามเซ็นเตอร์ เพราะหลังจากที่

ปรับปรุงใหม่ก็ยังไม่ได้มีโอกาส มาเชยชม


โอ้ หลังจากปรับปรุงใหม่ก็ถือว่า เข้าท่าเลยทีเดียว แปลก

และ แตกต่างจากห้างทั่วๆไป ดี

ใครมีเวลา ลองไปเดินเล่นดูก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบนะครับ

^^


MAGNUM CAFE' >>>>>> เดินไปเดินมา เพื่อนก็บอกอยากลอง Magnum Cafe'

เพราะเห็นคนโพสต์เป็นกระแสกันเหลือเกิน

อีกทั้ง เพื่อนมาจากเชียงใหม่ ถ้าจะโพสต์อะไรที่น่าสนใจในชั่วโมงนี้ ที่นี่ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว

Change Talk


Change Talk

ก็เลยลองชิมดู จริงๆ ก็มีคนมาถามหลายคนแล้วเหมือนกัน

ว่าลองมากินดูรึยัง แต่ยังไม่สบโอกาสซ้ากกกที

พอกินเสร็จเรียบร้อย สำหรับตัวผม ก็ต้องบอกว่า

“น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก"


ด้วยเหตุผลหลายๆ เรื่อง

ในส่วนของเรื่องรสชาติก็ว่ากันไปตามความชอบของคน

แต่ก็มีการประยุกต์เมนู เข้ากับอาหาร และเครื่องดื่มมากมาย

ก็ถือว่าแปลกดี เพราะฉนั้นเรื่องรสชาติ ผมจะไม่ขอวิจารณ์

เพราะสำหรับผมของที่แปลกๆ และแหวกแนว ผมจะตอบแค่ว่า

ชอบ หรือ ไม่ชอบ ซึ่งในกรณีนี้ ผม "ชอบ"

อิอิ


แต่ที่ชอบมากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่อง "การบริการ"

คือ ต้องเรียกว่า การบริการของเค้า"สมราคา" ของ

สินค้า บริการจัดว่า เข้าขั้นเลยทีเดียว ใส่ใจในรายละเอียดมาก

เช่น ตอนที่เค้าเอาเครื่องดื่มของผมมาเสิร์ฟ แล้วน้ำเอ่อๆ

ล้นออกมานิดเดียว เค้ายกกลับไปเลย แล้วบอกว่า ไม่เรียบร้อยน่ะค่ะ เป็นต้น

แล้วตลอดการใช้เวลาอยู่ในร้าน ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี


ยิ่งประกอบกับ การแต่งตัวของพนักงาน และการตกแต่งร้าน

เอ้อ มันดูเนียนตาไปหมด มันชอบ และมันใช่

แลดูมีรสนิยม ดี มันดูดีแบบที่จับต้องได้ อะไรทำนองนั้น

จะต่างกับโรงแรมหรูๆ ตรงที่อันนั้นมันจะเกร็งๆ และเป็นทางการ ไป มันทำให้ความรู้สึกของเรามีระยะห่าง

แต่แบบนี้ มันก็คงอารมณ์เหมือน เจ้าชายจิ้กมี่

ที่สูงส่ง แต่ไม่ดูเหินห่าง ...มันเกี่ยวอะไรกันฟระ ฮ่าๆ



ลองดูนะครับ เห็นว่า ร้านจะเปิดไม่นานเหมือนมาลองตลาด

ไม่รู้จริง รึเปล่า โอ้ะๆ เกือบลืมราคา

ราคาก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายนะครับ เผลอๆ จะถูกกว่า

ฮาเก้น ดาส ซะด้วยซ้ำไป ร้อยกว่า สองร้อย ประมาณนั้น

^^



Tips >>>>>> มีเรื่องน่าโดดเตะเพื่อนทีนึง

เพื่อนจะให้ลองชิม บราวนี่ในจานของเพื่อน ฝาดดดด

ดันตักจะมาป้อนถึงปาก อี่หนวดดด อยากโดดเตะ


นึกถึงภาพ ผู้ชายผมยาวๆ มีหนวด หน้าตาเข้มๆ

กะอีกคน แนวตี๋ๆนิดๆ ขาวนิดๆ แสรดดดดด

มานั่งป้อนขนมกันในร้านแบบนี้


รีบเอาช้อนเขี่ยลงมาในจานทันที ฮ่าๆ



พอกินเสร็จก็เดินกลับไป สยามพารากอน

ทีนี้ วันนี้ ที่ลานพารากอน เค้าจัดงานmusic session

พอดี้เลย เสียงดนตรีช่างดึงดูด มีพี่โก้Mr.Saxmanลุลา บิลลี่

โอ้ว เครื่องเสียงแน่นแท้ บอกเพื่อนว่า เอ่อ เอาบัตรไปดูคนเดียว

ได้มั้ย ขอนั่งดูงานนี้ดีกว่า ฮ่าๆ



ซักพัก เพื่อนก็ลากไปที่งานด้านบน ด้วยความฉลาดเกินมนุษย์

เกือบเข้าผิดงาน ก็ดูเอ้ ทำไม คนที่มามีแต่ วัยรุ่น สาวๆ

ดีไม่เดินไปถาม ไม่งั้นได้อาย ดีที่เห็นก่อน

ตรงนี้เป็นงานของF&Fกำลังเปิดตัวสินค้าใหม่

เกือบไปแล้วเรา ฮ๋าๆ



Change Talk


งานในวันนี้ก็ได้วิทยากร5ท่าน ซึ่ประกอบด้วย


พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี



    คุณธนญชัย ศรศรีวิชัย

    ( ผู้กำกับภาพยนต์โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก )

     

    คุณอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา

    ( ผู้ก่อตั้งบริษัทเจย์มาร์ท )

     

    คุณอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์

    ( ผู้ก่อตั้งบริษัทเถ้าแก่น้อย )

     

    คุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์

    ( เจ้าของวิธีคิดแกะดำทำธุรกิจ )



โดยมีผู้ดำเนินรายการ คือ คุณภิญโญ

ก็หลังจากฟังเสร็จ ผมกับเพื่อน ก็ได้แต่ดื่มเบียร์ แล้วถอนหายใจ

เฮ้ออออ กันยาวๆ

ท่าน ว.ไม่ต้องพูดถึง ท่านพูดได้ดีสมกับเป็นท่านอยู่ละ

และที่น่ายกย่อง ก็คือ

การที่ท่านยอมเปิดเผย ความไม่ดี

ที่เคยเกิดขึ้นในจิตใจ ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของท่าน ออกมาให้สาธารณะชนรับรู้


ผมว่า สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่น่ายกย่องมาก

เพราะผมเชื่อว่าคนเราทุกคน

ย่อมมีสิ่งที่เราเคยทำผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ ความคิด

การพูดจา ฯลฯ


เพียงแต่จะมีซักกี่คนที่กล้าที่จะออกมายอมรับ

ออกมาเปิดเผยให้คนอื่นได้รับรู้ ยิ่งเป็นความคิดแล้วด้วยนั้น

ยิ่งยากไปกันใหญ่ เพราะความคิดของเราไม่มีใครรู้ มีแต่เพียงตัว

เราเท่านั้นที่รู้ มันคือความจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน จะมีซักกี่คนที่กล้าจะออกมาบอกความจริงข้อนี้ ให้คนอื่นรับรู้ เพื่อที่จะให้

คนอื่นได้รู้ว่า การที่คิดแบบนี้ มันดี ไม่ดี อย่างไร ทั้งที่ความจริง

ไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ แต่การที่ออกมาพูดเรื่องแบบนี้

มันเหมือนกับการส่งสัญญาณไปสู่คนอื่น ให้เกิดความคิด ให้เกิดปัญญา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง


เหมือนกับที่คุณวิกรม กรมดิษฐ์ เคยพูดอย่างไม่อายว่า ตอนที่

เค้าทำธุรกิจใหม่ๆ แล้วยังจนอยู่นั้น จนถึงขั้นที่ว่า ต้องขึ้นรถเมล์ประตูหน้า แล้วเดินไปออกประตูหลัง เพราะไม่มีเงินแม้แต่จะจ่ายค่ารถเมล์


หรือเหมือนกับเศรษฐีแดนไกลท่านนึง ที่พูดว่า วันที่เค้ากำลัง

ก่อร่างสร้างตัว ลำบากมาก ถึงขั้นต้องบากหน้าวิ่งแลกเช็ค

กับคนนั้น คนนี้ไปทั่ว



คือผมมองว่า การที่คนที่ประสบความสำเร็จกล้าที่จะออกมา

พูดถึงประสบการณ์ความขมขื่น ความลำบากที่เคยเกิดขึ้น

มันมีประโยชน์มาก


แน่นอน ตอนที่เราเริ่ม เราอาจจะเอาไอดีล ของคนที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแรงบันดาลใจ ในการก้าวเดินไปข้างหน้า

อยากจะมี อยากจะเป็นเหมือนอย่างเค้า


แต่ วันที่เราลำบาก เราจะนึกถึง ภาพตรงนี้มั้ย ??


ก็คงยาก เพราะวินาทีที่คุณจะต้องเอาตัวรอด ภาพอะไรที่มันสวยงามมากๆ สวยงามเกินจริง รังแต่จะทำให้คุณยิ่งข้นแค้น

ในชะตาของตัวเอง เผลอๆ หนักเข้าอาจเลือกที่จะเดินทาง

ที่ผิดเลยก็เป็นได้ เพราะเอากิเลศแห่งความอยากเป็นตัวนำทาง

จนมากเกินไป



วินาที ที่คุณกำลังลำบาก หรือ คุณกำลังจะเริ่มต้น

ภาพที่มีประโยชน์ และ เป็นแรงใจ ให้กับคุณ มันน่าจะเป็น

ภาพที่เราเห็นว่า เอ้อ คนอื่นมันก็ลำบากเหมือนกับเรา


เอ้อ คนที่เค้าประสบความสำเร็จ คนที่เราอยากเป็น

เค้าก็เคยลำบาก หน้าไม่อาย แทบล้มประดาตาย มาเหมือนกัน

เพราะฉนั้น ถ้าเราฮึด และ ลุกขึ้นสู้เหมือนเค้า เราก็อาจจะ

รอด และไปยืนในจุดที่สวยงามเช่นเดียวกับเค้าก็เป้นได้



หากผมมีโอกาสถาม และต้องเลือกมาหนึ่งคำถามที่คิดว่า

น่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น ผมก็จะถามว่า


“เงินซื้อเครื่องจักรเครื่องแรกของคุณ เงินลงทุนก้อนแรก

ของคุณ คุณเอามาจากไหน "


“ ครั้งแรกที่คุณล้ม คุณแก้ปัญหายังไง ถึงกลับมายืนได้อีกครั้ง

ตอนนั้นคุณนั่งใจเย็น แล้วพูดเหมือนตอนนี้รึเปล่าว่า ก็ต้องสู้ "


ผมว่า การที่คนเราจะประสบความสำเร็จนั้น ไม่ยาก

มีหนังสือ ฮาว ทู มากมายที่สามารถบอกคุณได้ คุณอยาก

จะเป็นสุดยอดในด้านไหน โลกแห่งหนังสือมีบอกหมด


"เพียงแต่ ชีวิตของคนทุกคน ไม่ได้เริ่มต้นที่กระดาษแผ่นแรกของหนังสือ เหมือนที่หนังสือทุกเล่มเป็น"


คนทุกคนต่างมีเรื่องราว ต่างมีชีวิตที่เดินมา ที่แตกต่างกันออกไป บางคนเกิดมาติดลบ บางคนเกิดมาจากศูนย์ บางคนเกิดมาบวกเต็มหลากหลายด้านเต็มไปหมด ยกเว้นด้านที่ตัวเองต้องการ


เพราะฉนั้น ส่วนที่สำคัญ ที่ผมมองว่า เวลาที่เราฟังคนที่

ประสบความสำเร็จ หรือ คนที่เคยผ่านจุดนี้มา

สิ่งที่เราอยากรู้มากที่สุด ก็คือ จุดเล็กๆ เล็กจนบางที

เราแทบจะไม่รู้เลยว่า มันมีตัวตนอยู่

จุดเล็กๆ จุดนี้ ที่เรียกว่า "จุดเปลี่ยน"


เปลี่ยน... ให้คนที่ล้มลง กลับลุกขึ้นมาใหม่


เปลี่ยน... ให้คนที่ท้อแท้ และหมดกำลังใจ กลับ กลายมาเป็น

คนที่เปี่ยมล้น ด้วยพลังแห่งศรัทธา


เปลี่ยน... คนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย กลายเป็นความหวังแห่งครอบครัว กลายเป็นความหวังของสังคม


เปลี่ยน... ให้คนที่ล้มเหลว กลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ


ฯลฯ


หากจะให้ผมนิยามคำว่า

Change

ผมก็คงจะนิยามมันประมาณนี้


และหากงานเมื่อวาน ต้องการให้คนที่ไปฟัง พบคำว่า

Change

ในห้องก็คงต้องมี จุดเล็กๆ จุดที่สามารถเปลี่ยนแปลง

ชีวิตของคนหลายๆคนได้ ลอยเต็มไปหมด


ผมไม่บอกว่า มันเป็นอย่างไรกับงานเมื่อวาน

เพราะอีกไม่นาน ซีดีก็คงจะออกมา แล้วก็ลองหาซื้อ แล้วพิจารณาดูกันว่า คุณหากันเจอมั้ยกับคำว่า

“Change “


.....................



ก่อนจะจากกันไปในวันนี้

ยังคงมีคำถามที่อยู่ในใจเล็กน้อย เรื่องก็คือว่า


เมื่อกี้ในขณะที่กำลังคุยงานกับเลขาบริษัทนึงอยู่ กำลังคุย

กันเรื่องเอกสาร จู่ๆ ปลายทางก็พูดขึ้นมาว่า


"ขอโทษนะคะคุณแชมป์ อยากรู้จักคุณแชมป์ให้มากขึ้นน่ะค่ะ"


“ เอ้ะ แล้วจะให้ผมทำยังไงดีครับ"


“ เอ่อ งั้นฝากดูเอกสารด้วยนะคะ"


พอวางสายไป ก็มานั่งคิด เอ้ มันหมายความว่ายังไงกันนะ

ที่ว่า อยากรู้จักเราให้มากยิ่งขึ้น งง และ งง

เป็นเรื่องส่วนตัว รึเรื่องงานกันนะ ก็กำลังคุยเรื่องงานมันก็

น่าจะเรื่องงานรึเปล่านะ เราก็เลยตอบในมุมนั้นไป

เอ้อ คิดไม่ออก ช่างมันเถิด ฮ่าๆ

     Share

<< เล่าศิลปะการ์ตูน >>

Posted on Wed 6 Mar 2013 19:46
ส่วนตัวเราชอบคุณประเสริฐมาก เราว่าเค้ามีวิธีสื่อให้คนเข้าใจในสิ่งที่ต้องการได้ดี
Pinkomlette    
Wed 6 Mar 2013 19:56 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh