30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23.5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 22
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 20-21
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 18-19
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 17
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 16
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 15
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 13 - 14
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 12
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 10,11
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 9
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 8
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 7
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 6
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 4
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 3
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 2
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 1
Party on the beach ตอนจบ
Party on the beach ch2
ซากาโมโต้ คุง
เช้าจรดค่ำ
การ์ตูน
Change Talk
เล่าศิลปะ
เรื่องเล่าแบบติดๆ ต่อๆ
คิดในส่วนดี
สัปดาห์ที่เยอะแยะ
การ และ งาน
อาทิตย์หลังวาเลนไทน์
วาเลนไทน์อันร้อนแรง
คืนก่อนวาเลนไทน์
ก่อนวาเลนไทน์
เก็บตกเชียงใหม่
ชายเที่ยวไทย ตอนครบรสเมืองเชียงใหม่ วัดสุดท้ายเน้อเจ้า
ชายเที่ยวไทย ตอนครบรสเมืองเชียงใหม่ วันที่สามเน้อเจ้า
ออกเดินทาง
ทัวน์ทั้งไหว้ ทั้งชิม อิ่มไปกับนายแชมป์ ตอน ไต่ฮงกงแห่งมูลนิธิปอ ตอนจบ
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 




สวัสดีคร้าบ


เมื่อวาน ไปดูหนังเรื่องแม่นาค มาก ชอบมาก ^^

เป็นหนังผี ในรอบกี่ปีก็ไม่รู้ ที่ยอมไปดู เพื่อนๆ สงสัย กล้าไปดูเรอะ อันแน่ สงสัยสาวๆ ชวนแน่ๆ เลย


มิได้เป็นเช่นนั้นดอก อยากดูเพราะเห้นเค้าบอกว่า เวอร์ชั่นนี้

เค้าจะถ่ายทอดในอีกมุมมองนึง


ก็เลยอยากไปดู ว่าเค้าจะถ่ายทอดในมุมไหน และก็ไม่ผิดหวัง

จริงๆ ต้องยอมรับว่า คนทำหนังเรื่องนี้เค้าวาง มิติในการดำเนินเรื่องได้ดีมาก ชอบที่ดูเสร็จแล้วความรู้สึกที่เกิดขึ้น มันคือรอยยิ้มที่อยู่ในใจ มากกว่า เป็นตราประทับความกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น


ชอบครับ ชอบ ใครว่างลองไปดูนะครับ ไปเติมรอยยิ้ม ไปเติมความสุข และที่สำคัญ อีกจุดนึงที่เค้าเน้นในเรื่องนี้ ที่ทำให้หลายๆ คนเสียน้ำตา ก็คือ ในเรื่องของความงดงามของความรัก และความผูกพันธ์ เค้าเน้นให้เราเห็นในด้านที่งดงาม มากกว่าความน่ากลัว ชอบครับ ชอบ แอบปาดน้ำตาไปนิดนึง ฮ่าๆ


ก่อนจะไป ก็เป็นอีกครั้ง ที่ความชัดเจนในการตัดสินใจทำให้เรามีความสุข เพราะอะไร ? ?


ตอนแรก มีเพื่อนสองคนชวนดู แต่เอาไปเอามา คนนึงไม่ไป

เลยเหลือคนเดียว ถ้าไปก็ต้องไปกันสองคน แต่เราถามใจตัวเองแล้ว ไม่อยากไปกันสองคน เพราะเรามีมิติทางความคิดที่ต่างกัน

เกินไป ถ้าอยู่รวมกันหลายๆคน ก้โอเค แต่ถ้าอยู่กันสองคน

ไม่น่ารอด น่าจะเป็นช่วงเวลาที่อยากให้ผ่านไปไวๆ

ก็เลยบอกเพือ่นคนนั้นไปว่า ช่วงนี้ คนเยอะขอผ่าน ไม่ไป ฮ่าๆ


เลยตัดสินใจไปกับน้องในแก็งค์อีกคนแทน และก็ต้องบอกว่า กลายเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่น่าจดจำอีกครั้ง เพราะเราดูกันตอนเกือบสองทุ่ม

ดูเสร็จประมาณ สี่ทุ่ม น้องเค้าก็ชวนไปกินข้าว เราก็ไป ก็ไป

ไม่คิดไรมากอยู่ละ ไปเบาๆ ก่อนกลับบ้านละกัน

เพราะน้องเค้ามีเรียนเช้า ตอนแรกจะไป นู่นแถมโรงบาลเกษมราษฏ์ ร้านไรก็ไม่รู้ แต่พอออกมาหน้าห้างแล้ว รถติดมาก

คาดว่า จะไม่ได้กิน เลยลองเดินไปที่ร้าน ปาเต้ะ ตรงห้าแยกลาดพร้าว ไม่เคยนั่ง แต่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี

Party on the beach ตอนจบ

Party on the beach ตอนจบ


ตอนแรกก็กะนั่งคุยกันเบาๆ ซักพักก็กลับ แต่แล้วน้องเค้าบอกให้ลองแหย่เพื่อนอีกคน ก็เลยแกล้งส่งรูปไป ชีก็เลยตอบกลับมาว่า

อีก25นาทีเจอกัน ฮ่าๆ


Party on the beach ตอนจบ

Party on the beach ตอนจบ


จากคุยกันเบาๆ เริ่มครื้นเครง พอซักพัก น้องอีกคนที่เรานัดจะไปเอาหนังสือที่ฝากเค้าไว้สื่อสารมา เราแกล้งส่งรูปไปให้

เท่านั้นแหละ แว้บเดียว โผล่มาแบบเซอไพร้อีกคนเลย!!

Party on the beach ตอนจบ

Party on the beach ตอนจบ

Party on the beach ตอนจบ

Party on the beach ตอนจบ



ชีบอกว่า อยู่ใกล้ๆ นี้พอดี กลายเป็นครื้นเครงแบบฝุดๆ

กินเบียร์ไฮเนเก้น ไปลังครึ่ง นั่งจนร้านปิด ขอซื้อเค้าเพิ่มเค้าไม่ขายให้ละ ฮ่าๆ


ชอบจริงๆ ที่ได้กินแบบงัดข้อแบบนี้ คือ ถ้าเราไม่ล้ม เหล้าต้องหมดร้าน ไม่ก็ร้านต้องปิด อะไรทำนองนั้น ฮ่าๆ

เรื่องนี้ก็ถูกหยิบยก มาพูดกันในวง มีเพื่อนคนนึงถามว่าคืนวาน เราเป็นอะไร แลดูนอยๆ น้องอีกคนเลยรีบตอบแทน

เพราะชีรู้ทางเราดีอยู่ละ บอกว่า ที่พี่แกนอยๆ เพราะพี่แกไม่สุด !


ฮ่าๆ ถูก !!


คือเรื่องของเรื่อง มีเพื่อนคนนึงจะกลับก่อน เพราะมีธุระตอนเช้า

คนอื่นก็เลยกลับกันหมดเลย เราเลยเซ็ง

คือไม่ว่าถ้าจะกลับก่อน แต่ควรจะบอกก่อน ไม่ใช่ มาหักดิบ

เอาตอนที่กำลังมันๆ


ก็เลยขยายความเพื่อนไปว่า สไตล์ผม ถ้าเวลาไหนที่เป็นเวลาส่วนตัว เป็นเวลาที่ผมไม่ใช่มันเพื่อทำประโยชน์ในด้านอื่นๆ ให้กับตัวเอง แต่ถ้าเราเลือกที่จะใช้มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข

โอกาส ที่เราจะได้พบโอกาสแห่งความสุข ก็ต้องมากกว่าสิ่งอื่นใด


ผมไม่ได้อยากได้คอนเนคชั่น ในเวลาแบบนี้


ผมไม่ได้อยากได้ผลประโยชน์ ในเวลาแบบนี้


ผมไม่ได้อยากได้อะไรแม้แต่อย่างเดียว นอกจากสิ่งที่เรียกว่า

“ ความสุข"


Party on the beach ตอนจบ

Party on the beach ตอนจบ

ผมเป็นคนชัดเจนนะ ฮ่าๆ


เหมือนที่ผมปฏิเสธเพื่อนอีกคนไป เพราะผมมองแล้วว่า

โอกาส ที่อาจเกิดเรื่องในมุมที่ไม่โอเค มีสูงกว่า มุมของความสุข

เพราะฉนั้น ตัดเลย อยู่เฉยๆ ยังดีกว่า ฮ่าๆ


อย่างเงี้ยเราตั้งเป้าไว้ว่า แค่เบาๆ สบายๆ ก่อนกลับบ้าน

แต่พอมันกลายเป็นเต็มที่ สุดๆ ไปเลย มันเลยกลายเป็นความฟินเป็นทวีคูณ


และตอนที่ไปดื่มกันเมื่อวานนี้ ก็เลือกที่จะไม่ชวนให้ครบแก็งค์

เพราะไม่อยากเรื่องเยอะ แค่นี้ ก็เพียงพอแล้ว มันมีแต่จะสุขน้อย

หรือสุขมากก็เท่านั้นเอง ขอแค่ให้บวก แค่นี้ก็เป็นโบนัสของชีวิตแล้ว


เพื่อนอีกคนเลยงอล หาว่าไม่ชวน น้องอีกคนรีบแก้ตัวใหญ่

ผมเลยบอกว่า ไม่เห็นเป็นไร เราสบายๆ มาเจอกัน คิดไรมาก

เยอะเรื่อง น่าเบื่อ ดีที่ไม่ชวน สะบัดบ้อบใส่อีกหนึ่งที ฮ่าๆ

Party on the beach ตอนจบ


Party on the beach ตอนจบ

เบียร์วุ้นๆ^^



ช่วงนี้ ใช้ชีวิตออกแนว Bad boy มั้ก ทั้งในส่วนของการทำงาน

และภาพรวม


ชัดเจนในเส้นทางเดินมากๆ งานเรื่องไหน ไม่เข้าท่า ก็ตัดออกเลย ไม่ยื้อ ไม่ฝืน นอนตื่นสาย ไม่เอาความกดดันทางความคิด

ในเรื่องของความขยัน มาทำให้ต้องเป็นทุกข์ มีสิ่งไหนที่ต้องทำ

ก็ทำทันที ไม่ช้า แต่ไม่ต้องเติมเสริมแต่ง ความคิดว่า เราควร

จะทำอะไรให้ชีวิตดีกว่านี้หรือไม่

ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามทางของมันเลย


สิ่งใดเข้ามาแบบไหน เราก็แสดงท่าทีออกไปแบบนั้น

ไม่มีอารมณ์มานั่งเสแสร้ง ตอแหล ว่าไม่เป็นไรน้า อื้ม สบายๆ

ช่วงนี้ไม่มีอารมณ์นี้ คุณทำดีต่อผม ผมเบิ้ลคืนให้สิบเท่า!!

ใครไม่ดี มา ไม่ว่า แต่อย่าเจอกัน ไม่ได้อยากมานั่งรองรับ

อารมณ์ใคร ช่วงนี้ไม่มีรม ขอลา พร้อมสะบัดบ็อบใส่ ให้หมั่นไส้อีกหนึ่งที ! ( เอ่อ รู้สึกวันนี้ สะบัดบ็อบหลายทีละนะเนี่ย ฮ่าๆ)



หลายๆ คนถามผมว่า ทำไมผมเป็นคนชัดเจน และคิดอะไรมากขนาดนั้น


ปัญหาส่วนใหญ่ของโลกใบนี้ มันก็มาจากความไม่ชัดเจนตั้งแต่แรกนี่แหละ ไม่ใช่หรือ ??


สำหรับตัวผม ที่ขีดกรอบชัดเจน ในเกือบจะทุกสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

ก็เพื่อเป้นการป้องกันตัวเอง เผื่อเวลามีอะไรผิดพลาด เราจะได้ไม่ต้องกลับมาโทษตัวเอง มาตีอกชกตัว มาหาเหตุผลมากมาย

ไม่ต้องโทษนั่น โทษนี่ จบลงที่ ก็เป็นเพราะเราวางแนวไม่ดีแต่แรก จบ


เราขีดกรอบที่เรามองเอาไว้ แต่ถ้าได้ดีกว่านั้น เราก็ถือเป็นโบนัส

จะบวกมาก บวกน้อย ส่วนนั้นก็ถือเป็นกำไรแล้ว ชีวิตก็แฮปปี้

มีแต่ความสุข


แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น มันก็อาจจะมาจากที่ว่า บุคลิกภาพภายนอกของผมนั้น ดูเป็นคนง่ายๆ สบายๆ อะไรก็ได้ และอยู่ในฐานสังคม

ที่ค่อนข้าง กว้าง เพราะฉนั้น ถ้าเราไม่ชัดเจนในสิ่งที่คิด สิ่งที่ทำ

มันอาจจะทำให้ จุดที่ผมต้องยืน มันไม่ใช่จุดของผมอย่างแท้จริง

มันอาจจะเป็นจุดที่คนอื่น จูงมือผมไปยืนอยู่ตรงนั้น แต่มันไม่ได้ออกมาจากหัวใจของผม ก็เป็นได้



กลับมาที่ การเดินทาง Party On the beach


หลังจากที่รุ่นอรุณ หลังจากผ่านศึกเมาหนักริมชายหาด

ก็ไม่มีอะไรมากมาย ตื่นเช้าลงไปกินข้าว คุยกันยาวๆ สนุกสนาน จนห้องอาหารเค้าปิด ขึ้นไปนอนเล่นซักพัก เช็คเอ้า

ตอนเที่ยง เดินลงมา พบโจทย์สาวคนเมื่อคืน ชีจ้องมา แต่เราก็แกล้งเป้นมองผ่านเลยไป ออกเดินทาง แวะปั้ม ซื้อกาแฟ ก็บังเอิ็ญมาเจอ พี่โต้ะข้างๆ ที่มากับโจทย์สาว ก็ยัง งง เพราะถามไปว่า อ่าวมากันสามคนเหรอครับ เค้าก็บอกว่า มากันสามคน

แต่แรกแล้ว แล้วผู้หญิงเมื่อคืนมันคืออะไรฟระ??


ก็คุยกันสนุกสนาน ยิ้มให้กัน นี่แหละหนอความงดงามของคำว่า

“ มิตรภาพ"


ขากลับก็คุยกันสนุกสนานเหมือนเดิม แวะซื้อของฝาก ส่วนชายร้อน เดินไปแป้บเดียว ขอกลับมาพักที่รถดีกว่า ฮ่าๆ


พอกลับมาถึง เพื่อนสาวก็รอไปสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ละ

ซึ่งเธอสื่อสารมาก่อนละว่า ช่วยไปส่งหน่อยนะ เพราะเธอกลับไฟล์ดึกสุด ก็ไปนั่งกินข้าว คุยกันที่สนามบิน ตอนมาถึง บังเอิญเห็นคนยืนกอดร่ำลากัน เลยแซวว่า เดี๋ยวก่อนเธอกลับ เธออย่าลืมทำแบบนี้นะ ก็แซวเล่นกันไป ฮ่าๆ


นั่งคุยกันนานมาก จนถึงเวลาขึ้นเครื่องก็เดินไปส่งที่ เกต

พอเธอจะเข้าประตู ก็วางของ แล้วบอกว่า มะ

เราก็งง มะ ไรฟระ ก็เลยเดินไปใกล้ๆ พอไปใกล้ๆ ปุ้บ

ชีก็เลยกอดแน่นๆ หนึ่งที !!


งง เบย -*-


ฮ่าๆ


ก็จบการเดินทางแบบมีความสุขมากจริงๆ

^^

Party on the beach ตอนจบ

มื้อบ่ายขากลับ ณ ดอนหอยหลอด


Party on the beach ตอนจบ

เฮียคำนวนงบประมาณ


ท้ายสุดในวันนี้ ผมมีหนึ่งสิ่งที่อยากพูดถึง ตอนนี้ผมชอบอ่าน

ที่หลายๆ คนเขียน ในเรื่องของ 30วันแห่งความเพ้อเจ้อมากๆ

(ไม่ใช่ว่า ผม อยากจะไปรู้เรื่องชาวบ้าน อะไรขนาดนั้นนะครับ ฮ่าๆ )


เพียงแต่ ผมรู้สึกว่า เกือบจะทุกคนที่เขียนถึงเรื่องราวเพ้อเจ้อในแต่ละวัน มันทำให้ผมมีความสุขที่ได้อ่าน เพราะผมรู้สึกว่า

มันมีรอยยิ้ม มันมีเรื่องราว มันมีความสุขซ่อนอยู่ในตัวหนังสือ

เหล่านั้น ทุกครั้งที่ได้อ่าน รู้สึกได้ว่า ความสุขมันสื่อออกมา

ออกมาทักทานให้หัวใจคนอ่านได้ยิ้มตามเรื่องราวไปด้วย


เหมือนทุกคนเล่าอย่างมีความสุข^^


ผมอาจจะเว่อไปเอง ก็ได้นะ ฮ่าๆ เพียงแต่สำหรับผมแล้ว

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมยิ้มได้จริงๆ ขอบคุณทุกๆคนที่เขียนครับ

^^



     Share

<< Party on the beach ch230 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 1 >>

Posted on Sun 31 Mar 2013 14:00
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh