1-7 วันที่ผ่านมา
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 30
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 26-29
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 25
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23-24
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23.5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 22
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 20-21
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 18-19
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 17
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 16
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 15
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 13 - 14
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 12
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 10,11
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 9
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 8
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 7
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 6
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 4
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 3
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 2
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 1
Party on the beach ตอนจบ
Party on the beach ch2
ซากาโมโต้ คุง
เช้าจรดค่ำ
การ์ตูน
Change Talk
เล่าศิลปะ
เรื่องเล่าแบบติดๆ ต่อๆ
คิดในส่วนดี
สัปดาห์ที่เยอะแยะ
การ และ งาน
อาทิตย์หลังวาเลนไทน์
วาเลนไทน์อันร้อนแรง
คืนก่อนวาเลนไทน์
ก่อนวาเลนไทน์
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 5


เอ้ะ? ? ชั้นมาทำอะไรที่นี่? ?

ยุทธการตามล่าผีสาวแสนสวย!!


30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 5

อุ้บส์ น่ากลัวจุงเบยยยยย ทำไงดีหว่า? ?


30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 5

มาจิบเบียร์ แทนดีกว่า สบายใจกว่าเย้อะ ฮ่าๆ



ครับ ดังที่เห็นตามภาพ เมื่อวานผมไปMansion 7 มา


เหตุที่ไป ก็ไปก็ไม่ได้จะไปเล่นบ้านผีสิงอะไรหรอกครับ เพียงแต่จริงๆ ต้องไปเรียนภาษาจีน เพียงแต่รู้สึกว่า วันนี้เหนื่อยๆ สมาธิ ไม่ค่อยมี ก็เลยชวนเพื่อนโดด5 5 เพื่อนบอกเธอนี่ประจำเลยนะ เอาน่า ก็ตามสไตล์

ก็เลยชวนเพื่อนเอาหนังสือเรียน ไปนั่งซ้อมสนทนากันดีกว่า

น่าจะสบายๆ ได้ประโยชน์มากกว่า และที่สำคัญน่าจะเหมาะกับสภาพของเราตอนนี้


เพื่อนก็โอเค ก็เลยหาว่าจะไปร้านไหนดี สุดท้ายเลยไปที่ Mansion 7 เพราะเห็นว่า มีร้านชิค ๆ อยู่ ในนั้นก็จะมีอยู่สามร้าน ร้านนึงเป็น ร้าน wineร้านนึงเป็นร้านbeerอีกร้านเป็นcocktailสุดท้ายก็เลยเลือกร้านเบียร์ พอสั่งไรเสร็จ เราก็พยายามจะชวนเพื่อนสนทนาภาษาจีน กำลังเริ่มคุยได้นิดนึง เอาละมาชวนคุยเรื่องเศรษฐกิจ คุยไปแแป้บ นึง ไอ่เราก็ดึงกลับมาสนทนาจีนต่อ แป้บนึง ก็พาเราไปคุยเรื่องเศรษฐกิจ ก็คุยกันแป้บนึง พอรู้ตัว ก็กลับมาสนทนาจีนกันอีกนิด พออีกแป้บ ก็ชวนคุยเรื่องความรัก ว้ากกกก ไม่ต้องลงต้องเรียนมันแล้ว ฮ่าๆ

นั่งคุยเรื่องบ้าบอ แล้วก็จิบกันไปเลย จบเรืื่องจบราว ตรูเหนื่อยจะพยายามแล้วเฟ้ยยย ฮ่าๆ


เพื่อนกินไปสามชวด เริ่มอ้อ แอ้ รุงรังเล็กน้อย รินเบียร์แบบเต็มสตรีม ไม่ลงแก้ว เทกระจาดเต็มโต้ะ และเก้าอี้ ฮ่าๆ อะไรจะเมาง่ายขนาดนั้น แต่สุดท้ายก็กินกันไป ประมาณ12ขวด

เบียร์นอกล้วน กรึ่มได้ที่ ห้าทุ่มกว่า เลยได้เวลากัลบบ้าน จบการเรียนภาษาจีนของวันนี้ เพียงเท่านี้ ฮ่าๆ


อ่ะ เรากลับมาที่ภารกิจหลักกันดีกว่า


30วันแห่งความเพ้อเจ้อ

วันที่5 :: ห้าสถานที่ที่อยากไปมากที่สุด



ผมยังคิดไม่ค่อยออกเท่าไหร่ว่าอยากไปไหนบ้าง

เอาที่มีอยู่ในใจตลอด เลยก็แล้วกัน เอ้ะ รึจะเป็นแบบนี้ดี วันนี้พาเพื่อนสาวไปกินเป็ดปักกิ่งที่ฮ่องกง วันพรุ่งนี้ พาอีกคน ไปเที่ยวเที่ยวเซนโตซ่าที่สิงคโปร์ อีกวัน พาอีกคนไปล่องคลองชมความโรแมนติค ที่เวนิส ฮ่าๆ ไม่ใช่ละ


1. France :: Paris


ที่นี่เป็นที่ที่ผมอยากไปมาตลอด เหตุที่ผมอยากไปสำหรับที่นี่ ก็คือการไปสัมผัสความงดงามของเมือง และเรื่องราวของเมืองที่ถูกถักทอ เรื่องราวกันอย่างมีระบบ เป็นเรื่องราวที่ถ้าใครได้เข้าใจถึงการถักทอเรื่องราวในมุมนี้ จะทำให้อิ่มเอมไปกับประวัติศาสตร์ และความโรแมนติคของเมืองนี้ขึ้นอีกเยอะ


เหตุที่อยากไปที่นี่? ?


ตั้งแต่เกิดมาที่นี่ ก็เป็นประเทศแรกเลยที่ผมอยากไป เหตุก็เพราะวันนึงสมัยผมเรียนถาปัด ผมไปอ่านหนังสือชื่อว่า สถาปัตยกรรมฝรั่งเศส แล้วก็ชอบมาก ชอบจนอ่านจบแล้ว ก็ยังไปหาซื้อมาครอบครองเป็นของตัวเอง เพราะหนังสือเล่มนี้ จะบอกเล่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมที่นี่ เพียงแต่จุดที่มันโดนใจของผมก็คือ เรื่องราวของสถาปัตยกรรมที่นี่ มันถูกถักทอกันในเชิงองค์รวม หมายถึง แต่ละสถานที่ที่เราคิดว่ามันเจ๋ง ก็ยังไม่เจ๋งเท่ากับเรื่องราว ที่มันผูกพันธ์กัน มันเหมือนกับทุกสิ่งมันมีความเชื่อมโยงกัน

มันไม่ใช่แค่ เกิดขึ้นมาลอยๆ มันเต็มไปด้วยแนวคิด ที่ถูกกรั่นกรอง มาถักทอเรื่องราวแต่ละที่เข้าด้วยกัน เป็นอย่างดี


ก็ลองจินตนาการเอาเองว่า มันจะเจ๋งแค่ไหนกันนะ ถ้าเราไปในที่ที่ มันเต็มไปด้วยเรื่องราว เต็มไปด้วยมิติทางความคิด การวางถนนแบบนี้ การวางสถานที่ตรงนี้ ลงตรงนี้ มันไม่ใช่แค่ตอบโจทย์เรื่องของการใช้งาน แต่มันยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และเต็มไปด้วยรายละเอียดของความคิด ต้องบอกว่า มันสุนทรีย์เอามั้ก มาก

ชอบง่ะ> <


ใครที่มีแพลนว่าจะไป ลองไปหาหนังสือเล่มนี้อ่านดูนะครับ

อ่านไม่ยาก ออกแนวการท่องเที่ยวปารีส ด้วยซ้ำไป

ถ้าไปที่นี่ ก็คิดว่า อยากจะอยู่ที่นี่ซักสามถึงสี่วัน แล้วก็เป็นโปรแกรมแบบสบายๆ เดินชมเมือง ได้สัมผัสถึงเรื่องราวที่แฝงอยู่รอบๆ ตัว อะไรทำนองนั้น คงจะฟินไม่น้อยเลยทีเดียว^ ^



2. USA :: เมืองไหนยังไม่ได้ทำการบ้านเลย


เหตุที่อยากไปที่นี่? ?


มีเหตุผลหลักที่มาก่อนเพือ่นเลย ก็คืออยากจะไปซื้อรองเท้าnew balance ฮ่าๆ ฟังแลดูปัญญาอ่อนแท้ๆ แต่มันคือเรื่องจริง เพราะผมเคยเจอปัญหา ตอนที่ซื้อแว่นray ban มาแล้วพอมาศึกษาจริงๆ แล้วก็เกิดคำถามว่า ตกลงของตูของจริง หรือปลอม ไม่ซีเรียส ถ้าจะใช้อะไรที่เป็นของปลอม แต่ต้องแน่ใจว่ามันปลอม คือ ให้ชัดๆ ไปเลยว่า มันจริง รึ มันปลอม และที่สำคัญจะเศร้าหนัก ถ้าต้องไปจ่ายราคาจริง แต่ได้ของปลอม ฮ่าๆ


คือ ไม่อยากตกอยู่ในอารมณ์นั้นอีกแล้ว รู้สึก โง่ๆ ยังไงก็ไม่รู้


สิ่งหลักๆ ที่อยากทำถ้าไปที่นี่ จะไปซื้อรองเท้า new balace กับแว่นray ban ถ้าสมประสงค์สองเรื่องนี้ ได้ซื้อรองเท้าซักห้าคู่ แว่นอีกสี่อันก็ถือว่าเท่าทุนละ

ส่วนที่เหลือ เรื่องการท่องเที่ยวถือเป็นกำไร สบายใจ

ตกลงมันจะซื้อไปขาย รึ ซื้อมาใช้กันฟระ 55


ส่วนเรื่องเที่ยวต้องทำการบ้านอีกทีว่าอยากไปไหน แต่ ณ ตอนนี้สถานที่เที่ยวกับที่ ก็ยังเฉยๆ ยังไม่มีที่ไหนโดดเด่น



3. Hong Kong or Singapore


เหตุที่จะไปสองที่นี่ ไม่มีอะไรมาก อยากไปชอปปิ้ง เบื้องต้น ก็มีพวก จิลเวอรี่ นาฬิกา เสื้อผ้าบ้าง อะไรยังงี้ ไม่มีเหตุผลอื่นใดมาเพ่ิมเติมเลย คือขอให้ได้ไปในวันเวลาที่ของsaleอะไรทำนองนั้น



เร่ิมยากละ เริ่มคิดไม่ออก ทำไมตรูดูเป็นคนรักสันโดษแบบนี้ฟระ

งั้นก็เลือกจากที่มีแว้บๆ ในใจก็แล้วกัน



4. Switzerland ::น่าจะซูริคนะ


เหตุผลไม่มีอะไรมาก จะไปซื้อนาฬิกา ฮ่าๆ อาจมีคนสงสัยว่าในช็อปเมืองไทย รึใกล้บ้านเราก็มีทำไมต้องไปซื้อไกล อืมมม

ก็ต้องบอกว่า หนึ่งกลไก ตรงนี้ก็เป็นเรื่องของราคา แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ประเด็นหลักจะอยู่ที่ ความ Originalของวัสดุที่ใช้ประกอบในตัวเรือน เช่น อย่างในช็อปในไทย จะมีนาฬิกาแพงๆ บางยี่ห้อ ที่วัสดุทุกชิ้นในตัวเรือนเค้าจะมีเลขรหัสเฉพาะตัวอยู่ เช่น นาฬิกาเรือนนี้รหัสประจำนาฬิกาเรือนนี้เลย001และถึงแม้นจะเป็นรุ่นเดียวกัน แต่ถ้าคนละเรือนก็จะมีรหัสที่แตกต่างกันไป เพราะฉนั้น พวกอะไหล่ ฟันเฟือง แมคคานิค ต่างๆ มันก็จะเป็นเลขรหัสเดียวกันหมด แต่บางทีในช็อปไทย รุ่นที่ควรจะเป็นเช่นนี้ กลับ มีเลขซี่รี่ส์ ที่ไม่ตรงกัน เพราะเป็นเหตุผลในเรื่องของการค้า ที่ถูกสรรหามาเพื่อลดต้นทุนของนาฬิกา

อะไรทำนองนั้น


เพราะฉนั้น เวลาที่คนเล่นของพวกนี้ เค้าคงไม่ได้ยอมจ่ายแพง

เพื่อของที่เป็นของเหมือนใครก็ได้ มันน่าจะมีความเฉพาะตัวกว่านั้น


เหมือนเมื่อสองสามเดือนก่อน มีคนจะมาถามผมว่า สนใจมั้ยนาฬิกาเรือนนี้ ยี่ห้อนี้ ในโลกมีอยู่ ร้อยเท่าไหร่ไม่รู้ และเรือนนี้เป็นเรือนที่ หกสิบกว่า (ซึ่งในตัวเรือนจะถูกระบุเอาไว้เลย)

ผมก็ตอบว่า ผมสนใจมาก เพียงแต่ ผมไม่มีเงินจะไปซื้อขนาดนั้น ฮ่าๆ


อืม มมมม

ซึ่งจริงๆ ตรงนี้ผมว่า นอกจากความภูมิใจของผู้ที่สวมใส่จะได้รับ ก็คงจะเป็นความมั่นใจ ที่ติดมาด้วย


แต่สำหรับผม ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้น ถ้าได้ก็ดี แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ตามสภาพน่ะครับ ฮ่าๆ



5. Japan or North เอ้ยSouth Korea


สองที่นี่ ก็ดี ถ้ามีโอกาสก็คงจะไป เพราะก็ซื้อหนังสือมาศึกษามาบ้างนิดหน่อย ก็ถือว่า น่าไปดีอยากไปเหมือนกัน



บทสรุป


คือ ต้องบอกว่า เหตุผล ณ ตอนนี้ ถ้าผมจะต้องเดินทางออกไปต่างประเทศ ก็จะมีอยู่แค่สามเหตุผลหลักๆ นั่นคือ 1 . ช็อปปิ้ง2.สัมผัสบรรยากาศของเมืองด้วยตัวคนเดียว3.ธุรกิจ



เพราะตอนนี้ผมไม่ได้มีใครไปด้วย เพราะฉนั้นที่ที่ผมตั้งใจว่า อยากจะไป มันก็ต้องตอบโจทย์ ส่วนของเราคนเดียว


ช็อปปิ้ง> > แน่นอน คนเดียวก็มันได้ ถ้าให้ดีมีคนไปช่วยถือของก็ดี เพราะตามสไตล์ช็อปที มีถือไม่ไหว


สัมผัสเมือง> > อันนี้ถ้าจะให้ดี ต้องไปคนเดียว เพราะความเงียบจะทำให้เราสามารถสัมผัสเรื่องราวๆ รอบๆ ตัวได้ดียิ่งขึ้น

รึจะมีใครไปด้วยก็ไม่เป็นไร ไม่ซี เพียงแต่ แค่เรื่องราวที่อยู่รอบๆ ตัวก็เพียงพอที่จะทำให้เรา ไม่ต้องเหงาใจแล้ว


ธุรกิจ> > ไปที่ไหนก็ได้ ถ้านั่นคือ การไปเพื่อธุรกิจ เพราะมันมีจุดหมาย ของการเดินทาง ส่วนเรื่องราวต่างๆ ที่จะได้รับ ในระหว่างนั้น ถือเป็นโบนัสกันไป


เพราะฉนั้น หลักๆผมถึงนึกออกแค่ ไม่กี่ที่

สัมผัสเมือง> > ฝรั่งเศส

ช็อปปิ้ง> > USA , HK , SP , Swiss

ธุรกิจ> > ยังไม่แน่ชัด แต่แนวโน้มน่าจะเป็นอินเดีย จีน ลาว เวียดนาม กัมพูชา กลุ่มอาเชียน ทั้งหลาย



และตามConceptของผม จ่ายแพงกว่าไม่เป็นไร แต่ขอให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะฉนั้น การเดินทาง น่าจะ ไม่ได้ไปแบบทัวน์ทั่วไป ส่วนจะจัดการยังไง ก็ต้องดูความเหมาะสมอีกครั้งนึง



แต่ผมว่านะ ถ้าตรงใจที่สุด

“อยากไปไหนก็ได้ ที่ได้ไปกับคนที่เรารู้ใจ"

5 5

     Share

<< 30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 430 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 6 >>

Posted on Fri 5 Apr 2013 13:03
ชอบที่พี่แชมป์ บอกว่า “อยากไปไหนก็ได้ ที่ได้ไปกับคนที่เรารู้ใจ"....^_____^

30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ พอมีหัวข้อให้เขียนแบบนี้ แล้วก็ดีเนอะ พออ่านไดฯ พี่แชมป์ แล้ว นึกถึงตัวเอง ว่า เนอะ ทำไม เราถึงไม่อยากไปต่างประเทศบ้าง แต่ก็อย่างที่ พี่แชมป์ บอกแหละเนอะ .... ของ ต้า เหมือนสถานที่สร้างบรรยากาศ มากกว่า....^^

ชอบที่บอกว่า ของปลอม แต่จ่ายราคาจริง อันนี้ เซ็งเลยเนอะ

อ่านไดฯ พี่แชมป์ แล้วทำให้นึำกได้ว่า จริง ๆ แล้ว ก็อยากไป มัลดีฟส์ อะ.....น่าจะสวย....^^

Mansion 7 เคยเห็นในทีวี เค้าจัดธีมดีเนอะ เคยดูตอนเค้าพาไปร้านขนมจีน อะครับ
ต้า   
Sat 6 Apr 2013 9:48 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh