หัวใจ และ ความคิด
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝันตอนจบ
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝัน 1
1-7 วันที่ผ่านมา
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 30
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 26-29
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 25
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23-24
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23.5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 22
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 20-21
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 18-19
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 17
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 16
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 15
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 13 - 14
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 12
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 10,11
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 9
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 8
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 7
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 6
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 4
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 3
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 2
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 1
Party on the beach ตอนจบ
Party on the beach ch2
ซากาโมโต้ คุง
เช้าจรดค่ำ
การ์ตูน
Change Talk
เล่าศิลปะ
เรื่องเล่าแบบติดๆ ต่อๆ
คิดในส่วนดี
สัปดาห์ที่เยอะแยะ
การ และ งาน
อาทิตย์หลังวาเลนไทน์
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


ช่วงนี้เหมือนเกิดอาการ ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ

รู้สึกไม่ค่อยสด เท่าไหร่


ก็ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า

สงกรานต์ปีนี้ ไม่มีโปรแกรมออกนอกสถานที่แต่อย่างใด

เพราะมีงานต้องรีบเคลียร์ รีบทำ อย่างดีก็คงได้แต่

ก้อกๆ แก้กๆ แถวๆ นี้ ก็ขอให้ทุกท่านที่ออกไปเที่ยวกัน

ขับรถระมัดระวัง และมีความสุขมากๆ เด้อวว



มา มากันที่


30วันแห่งความเพ้อเจ้อ

วันที่8 :: ใครสามคนกับสามสิ่งที่อยากบอก



คนที่1


Daddy

พ่อ


30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 8


ชายผู้ที่มีความหมายกับชีวิตของผมมากที่สุดตลอดมา

และตลอดไป


ถ้าใครที่อ่านไดผมมานาน ก็น่าจะพอเดาได้ว่า ผมนั้นกับพ่อ

มีความผูกพันธ์กันมากๆ

ผมกับพ่อ แท้จริงแล้วถ้าจะให้ถูกต้องเรียกว่าพ่อ ว่า

“ คุณตา"เพราะจริงๆ แล้วผมนั้นเป็นลูกของลูกสาวตา

แต่ ตา ขอให้ผมมาเป็นลูกชาย เพราะบ้านนี้ไม่มีลูกชาย

ผมจึงได้กลายมาเป็นลูกของตา และตลอดมา ก็ไม่เคยมีคำว่า

“ คุณตา"มีแต่คำว่า"พ่อ"


และพ่อ ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ความรักของเค้ามันช่างยิ่งใหญ่

เกินกว่าอะไรทั้งหมดในโลกใบนี้


ถึงแม้นวันนี้เค้าจะไม่อยู่แล้ว แต่ความรัก ความห่วงหา

ไม่เคยจางหายไปแม้แต่น้อย แม้นแต่กับพี่สาวหลายๆคน

ก็ยังรัก และคิดถึง พ่ออยู่เสมอ


เพราะสิ่งที่พ่อเป็นสำหรับพวกเรานั้น มันยิ่งใหญ่มาก


พ่อไม่ได้มีมรดก ทรัพย์สมบัติอะไรไว้ให้พวกเรา นอกจากมรดก

ทางความคิด มรดกทางจิตใจ


แต่ที่พ่อนั้นยิ่งใหญ่มากๆ กับพวกเรา เพราะพ่อเป็นเหมือนที่พึ่ง

ทางใจให้กับพวกเราเสมอ


พ่อจะปรากฎตัวทุกครั้งในยามที่เรามีปัญหา


พ่อมักจะโผล่มา ในเวลาที่เราต้องการใครซักคน โดยที่เรานั้น

ไม่รู้ตัวเลยว่า จริงๆ แล้ว พ่อแอบมองพวกเราอยู่ตลอด


เพราะพ่อมักจะทำหน้าที่ เป็นที่ปรึกษา เฉพาะเวลาที่เราร้องขอ

พ่อจะไม่ใช่คนเจ้ากี้ เจ้าการ ว่าต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้

ทั้งๆ ที่ในโลกของธุรกิจ พ่อนั้นมีความคิด มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

มากๆ แต่พ่อก็ไม่เคยใช้มันกับลูก เพียงแต่ปล่อยให้ลูกๆ

ได้เดินไปในหนทางที่ตัวเองเชื่อ และพ่อก็จะคอยปลอบ

คอยแอบช่วยเหลือ ในยามที่เราพลาดพลั้ง


พ่อมักจะทำหน้าที่เหมือนกองหลัง ในยามที่เราวิ่งไปข้างหน้า

อย่างเมามัน แล้วพลาดโดนสวนกลับ พอก็จะแย่งบอล

กลับคืนมา แล้วส่งบอลให้เราพร้อมกับส่งยิ้ม แล้วพูดเพียงว่า

ไม่เป็นไร ไปต่อ และลองทำมันอีกครั้ง


และ พอได้มาเขียนวันนี้ มันก็ทำให้ผมเข้าใจ

ความจริงๆอีกข้อนึง ที่อยู่กับผมและพ่อมาโดยตลอด

เพียงแต่ตลอดมานั้นผม ไม่เคยสังเกตมองเห็นมัน

ก็คือ จริงๆ แล้ว พ่อนั้นเป็นคนที่เข้าใจ และใส่ใจ ในชีวิตเรา

ทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่

พ่อให้ความสำคัญ กับชีวิตเรา ในทุกๆ รายละเอียด ทุกขั้นตอน

แม้นแต่ บางทีเรายังคิดเลยว่า ไม่เห็นเป็นไรเลย

ไม่เห็นสำคัญเลย แต่พ่อก็ยังบอกว่าไม่ได้


ทุกครั้งที่ผมกลับดึก ก็มักจะพบว่า พ่อนั่งดูทีวี รึไม่ก็นอนหลับ

ที่โซฟา แล้วก็บอกว่า พ่อไม่ได้รอ พ่อดูทีวีอยู่

และพ่อก็จะถามว่า หิวมั้ย โจ้กมั้ย โอวัลตินมั้ย ข้าวต้มมั้ย

มาม่ามั้ย ซึ่งผมก็มักจะไม่กิน และพอถามเสร็จ ก็ขึ้นไปนอน

พอมามองย้อนกัลบไป พ่อจะให้เราเชื่อได้ยังไง ว่าพ่อไม่ได้รอ

แล้วจะให้เราไม่รักพ่อ ได้ยังไง


พ่อก็แค่ไม่อยากทำให้เรารู้สึกอึดอัด เวลาที่เราออกจากบ้าน


เพราะพ่อไม่เคยห้าม พ่อจะพูดแค่ว่า ระวังตัว ดูแลตัวเองดีดี


เราต้องยอมรับความจริง ว่า

เราจะมองเห็นความจริงมากขึ้น

เมื่อถึงวันที่เค้าไม่อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว



แล้วคิดดูว่า วันที่เค้าจากไป โลกทั้งใบของผมจะเป็นยังไง? ?



ตลอดชีวิตที่ผ่านมา พ่อเคยตีเพียงหนึ่งครั้ง และหลังจากนั้น

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พ่อก็มาขอโทษ และกอด นั่นยิ่งทำให้เราร้องไห้

หนักกว่า ตอนที่ตอนตี เพราะความเสียใจของการถูกคนที่

เรารักทำร้าย มันมากมายกว่าความเจ็บปวดทางกาย

มากมายยิ่งนัก


และสิ่งที่ผมคิดว่า เป็นส่วนนึงที่ทำให้ผมเป็นคนทะเยอทะยาน

มาตั้งแต่เด็กๆ ก็คงเป็นเพราะผมนั้น อยากจะทำให้พ่อมีความสุข ทำให้พ่อไม่ต้องเป้นห่วงผม ว่าผมจะอยากได้อะไร

เพราะไม่่ว่าผมจะอยากได้อะไร พ่อไม่ต้องห่วง ผมจะหามาเอง


เพราะผมรู้ว่า จริงๆ แล้วพ่อนั้น อยากจะให้ทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่ผมอยากได้ ทุกส่ิงทุกอย่างที่ผมฝัน


และที่สำคัญ พ่อนั้นไม่เคยใช้คำพูดหยาบคาย กับผมเลย

แม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะโกรธแค่ไหนก็ตาม เพราะฉนั้น

ผมถึงเกลียดมาก ถ้ามีแฟน แล้วแฟนใช้คำพูดที่ไม่ดีกับผม

ถึงแม้นมันจะเป็นคำพูดที่ตรงก็ตามที และผมก็เกลียดมาก

เวลาที่ผมได้ยินใครใช้คำพูดที่หยาบคายกับที่คนที่ตัวเองรัก


มีอีกมากมาย กับความดี และความน่ารักของพ่อ ถ้าบรรยาย

สามวันก็คงไม่จบ เพราะฉนั้นมาดูกันดีกว่า ว่าผมอยากบอก

อะไรพ่อ


สิ่งที่ผมอยากจะบอก


ผมขอโทษครับพ่อ


มีเรื่องราวมากมายที่ผมอยากจะขอโทษพ่อ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกผิด

ตลอดมากับพ่อ ก็คือ


วันที่พ่อป่วยหนัก(พ่อผมเป็นมะเร็งที่ตับ ทั้งๆ ที่ท่านไม่เคยดื่มเหล้า)วันที่พ่อต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล

ผมนั้นกลับไม่ได้ดูแลพ่อ มากเท่าที่ควร


ผมกลับหาเหตุ หากิจกรรมเรื่องเรียน มาอ้าง มาเจอหน้าแค่แว้บๆ


ผมอยากจะสารภาพว่า แชมป์ทำใจไม่ได้จริงๆ พ่อ


โลกมันว่างเปล่า มันแย่แน่ๆ ถ้าต้องยอมรับความจริงว่า

พ่อกำลังจะตาย


เพราะผมจะไม่ทำอะไรเลย เพราะผมทำใจไม่ได้ ผมเคยแค่

ต้องห่าง พ่อสามเดือน ร้องไห้จะเป็นจะตาย


แล้ววันนี้พ่อจะให้ผมมายอมรับว่า อีกไม่นานพ่อจะจากผมไป

ตลอดกาล แล้วแชมป์จะอยู่ยังไง


แชมป์ขอโทษที่แชมป์ไม่ได้อยู่ดูแลพ่อมากเท่าที่ควร ในวันที่พ่อป่วยหนัก เพราะมันทรมาณมากๆ ที่ต้องคอยเก็บอาการ

ว่าแชมป์ไม่เป็นไร แชมป์ต้องยิ้มแย้ม ต้องสดใส เพราะทุกคน

ขอร้อง ให้ทำแบบนั้น เพราะไม่อยากให้พ่อจากไปแบบ

เป็นห่วง เพราะช่วงที่พ่อป่วยหนัก พ่อพูดทุกวัน ว่าเป็นห่วงแชมป์ เพราะเหลือแชมป์คนเดียวที่ยังเรียนไม่จบ


มันทรมาณมากๆ ที่ต้องคอยยิ้มแย้ม ทั้งๆ ที่น้ำตาจะไหล

ตลอดเวลา อยากจะร้องไห้ และกอดพ่อให้นานๆ


หลายครั้งที่ต้องแอบกอด และทนไม่ไหวน้ำตามันไหลออกมา

ก็ต้องแกล้งกอดให้นานๆ เพื่อที่จะห้ามให้มันหยุดไหล


แม้แต่วินาที ก่อนพ่อจะตาย ทุกคน ยังต้องกำชับเรา ว่าห้ามร้อง ห้ามร้องเด็ดขาด จนกว่าพ่อจะไป

มันทรมาณแค่ไหน รู้มั้ย ที่เราต้องแสดงออกว่าไม่เป๋นไร


ทำไม ไม่ให้เรา กอดร้องไห้ เหมือนที่ใจกำลังเป็น เราอยากจะกอด และ บอกว่ารักพ่อมากแค่ไหน อยากจะพูดขอโทษ

ทุกสิ่งทุกอย่าง ทำไม ช่วงสุดท้ายที่ท่านยังได้ยินเราอยู่

ถึงไม่ให้เราทำ ทำไม ทำไม และทำไม


ยอมรับเลยว่า ตอนนั้น โกรธทุกคนมาก ที่ทำแบบนั้น


แชมป์ต้องขอโทษพ่ออีกครั้ง ที่ในวันนั้น แชมป์เห็นแก่ตัว

และไม่เข้มแข็งพอ ที่จะยืนอยู่เคียงข้าง และเป็นกำลังใจให้พ่อ


หากในวันนี้ พ่อยังมีโอกาสที่จะได้ยิน แชมป์อยากจะบอกว่า

...แชมป์ ขอโทษครับพ่อ ...



คนที่2


Mommy

วิลลี่ หรือ แม่


30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 8


แม่ หรือ ก็คือ ยาย นั่นเอง ก็ต้องยอมรับว่า ผมก็เพิ่งมาเข้าใจ

ในความรักอันยิ่งใหญ่ของเค้า เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง


เพราะตลอดมา เรามองเห็นแต่ พ่อ อะไร ก็พ่อ อะไรก็พ่อ

แต่แม่ กลับเป็นคนทีเ่ราชอบแกล้งบ่อยที่สุด แม่น่ารักมาก

เพราะแม่เป็นคนซื่อๆ มักจะตามเราไม่ทัน

กว่าจะรู้ตัวก็โดนแกล้งไปแล้ว และแม่ก็เหมือนจะไม่เคยให้

อะไรเราเลย เพราะในตอนนั้น รัศมีของพ่อทำให้เรามองไม่

เห็นถึงสิ่งที่แม่ทำให้เรา จนถึงวันที่พ่อจากไป แม่ก็ยิ่งทำใจไม่ได้

หนัก ทำให้เรา ยิ่งมองไม่เห็นแม่ แต่พอวันที่แม่เริ่มทำใจได้

และเรากลับไปหาแม่อีกครั้ง ก็ทำให้เราเข้าใจว่า

แม่รักเรามากแค่ไหน ในวันที่เราพลาดพลั้งทางธุรกิจ

แม่เป็นคนที่เดินเข้ามา และพยายามที่จะยืนเคียงข้าง

และประคับประคองเรา ทั้งๆ ที่แม้นแต่ตัวเค้าเอง ยังยืน

แทบจะไม่ได้ เพระาแก่มากแล้ว เดินก็กระโดะ กระเดะ

แต่กลับมาช่วยพยุงเรา ให้เราลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง ช่วยเหลือ

ตามกำลัง แต่มันมีค่ามาก ในวันที่ยิ่งใหญ่ มวลหมู่มิตร

มากมาย ไปทางไหน มีแต่คนห้อมล้อม ชื่นชม ยินดี

แต่วันที่พลาดพลั้งไป คนเหล่านั้นกลับสามัคคีที่จะรังเกียจ

เพราะแท้จริงแล้ว วันที่พวกเค้ายินดี มันเป็นเสียงยินดีที่มีแต่

ความอิจฉาริษยา แต่สุดท้ายแม่ กลับเป็นคนที่เดินเข้ามา

เป็นคนบอกให้พี่สาวพามาหาเรา แล้วถามว่าเราเป็นยังไงบ้าง


วันนั้น ทำให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างมันกระจ่าง ว่าแท้จริงแล้ว

ตลอดมา แม่ไม่ใช่ ไม่มีบทบาท ในชีวิตของเรา ท่านอยู่กับเรา

มาตลอด ท่านไม่ได้ไปไหน ท่านก็อยู่ข้างๆ พ่อ เพียงแต่พ่อ

ทำให้เรามองไม่เห็นแม่ วันนั้นเป็นครั้งแรกที่กอดแม่

พร้อมทั้งน้ำตา แบบปล่อยโฮแบบหนักๆ แบบไม่เคยเป็นมาก่อน


เพราะเราคิดว่า แม่ก็คงจะว่าเราเหมือนเคย แต่แม่กลับ

ไม่ว่า แต่พูดเย็นมาก ว่าไม่เป็นไรหรอกแชมป์เอ้ย เอาตัวรอด

ให้ได้แชมป์ แม่เป็นห่วงอะไรมันผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป

ไม่ต้องเป็นห่วงแม่หรอก อีกไม่นานแม่ก็ตายแล้ว ห่วงแต่ตัวเอง

เถอะลูก เอ้ย


และสิ่งที่ผมอยากจะบอกแม่ ก้คือ


แชมป์ขอโทษครับแม่


แชมป์ขอโทษที่วันที่พ่อจากไป แชมป์เลือกที่จะย้ายไปอยู่อีกบ้านนึง เพราะทนแม่ไม่ไหว ที่แม่ทำใจไม่ได้ ที่แม่บ่น และเศร้าหมอง แชมป์ขอโทษที่ในวันนั้น แชมป์ไม่ยืนเคียงข้างแม่


แชมป์ขอโทษ ที่ทุกวันนี้ แชมป์ไม่โทรหาแม่บ่อยๆ

ไม่ใช่ไม่อยากโทรหา แต่ทุกครั้งที่โทรหา น้ำตามันก็ไหล

อยากกลับไปหาแม่ อยากไปดูแล เพราะแม่ก็ชอบพุดซึ้งๆ

ว่าแม่ไม่เป็นไร แม่สบายดี แต่แม่เป็นห่วงแชมป์ เพราะแชมป์

อยู่ไกลๆ ตัวคนเดียว พี่น้องก็ไม่มี ใครจะดูแล แม่รู้มั้ยว่า

แม่ด่า ยังจะดีกว่า พูดแบบนี้ เพราะพูดแบบนี้มันเศร้าใจ


เพราะทุกครั้งที่วางสาย ใจมันก็จะหม่นๆ ไม่อยากทำอะไร

บางที ก็พาลในใจ ว่า ทำไม ทำไม เราต้องมาอยู่ห่างกันแบบนี้

รู้ว่ามันเป็นเพราะเราเลือกเอง แต่ก็แล้วทำไมล่ะ ทำไม



แชมป์ขอโทษที่ไม่ได้กลับไปหาแม่บ่อยๆ บางทีไปก็เจอหน้ากัน

แป้บๆ เพราะแชมป์ทำใจไม่ได้ พอเจอกันนานๆ มันก็ไม่อยาก

จะกลับมา อยากจะคอยดูแล เอาใจใส่

เพราะแม่วันนี้ก็แก่มากแล้ว


...แชมป์ขอโทษครับ แม่ อีกไม่นานรอแชมป์ก่อน...



คนสุดท้าย


แม่อ้อย


30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 8

(คนเสื้อน้ำเงิน)

แม่อ้อย เป็นหนึ่งในบรรดาพี่สาวของผม หากจะเรียกให้ถูกก็คือ

ป้า


แต่ที่เรียกเค้าว่า แม่ก็เพราะว่า เค้าดูแลเราดีมาก

ดียิ่งกว่าลูกเค้าเองอีก


แม่อ้อยเป็นคนที่ใช้ชีวิต สมถะ มากๆ สมถะที่สุดในครอบครัวเราเลย ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้อง

สมถะขนาดนั้น เป็นคนที่ผมคิดว่า เป็นคนหนึ่งในโลกใบนี้

ที่ไม่ต้องมีอะไรมากมาย แต่กลับมีความสุขมากที่สุดในโลก


อยู่กิน ใช้ชีวิต แบบง่ายๆ ง่ายมากๆ ขี่มอไซด์คนละคัน

กับลูก สามี ขับรถยนต์ เคยถามว่าทำไม ไม่ซื้อรถยนต์

แม่อ้อย ไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้น สิ่งที่เค้าตอบกลับมา

ก็คือ ไม่อยากเพิ่มภาระให้ตัวเอง ซื้อรถมันไม่ใช่แค่จบที่ตอนซื้อ

แต่ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าดูแลรักษา ไหนจะหาที่จอดเรื่องเยอะ

นู่นนี่นั่น โอย ปวดหัว อย่างนี้แหละดีแล้วสบายดี ไม่ต้องคิด

อะไรมากมาย


แต่ก็น่าแปลก ที่แม่อ้อย กลับสอนลูกให้ใช้ชีวิตสมถะ แต่พอที

กับเรา กลับให้ลุยให้มันเต็มที่ ยังหนุ่ม ยังแน่น พลาดมา

ก็ไม่เป็นไร ลุกขึ้นใหม่ แน้ะ


แล้วเห็นสมถะ สมถะ แบบนี้ แต่คอยแอบให้การช่วยเหลือ

แบบลับๆ กับเราตลอดมา จำได้แม่นเลยว่า วันที่ล้มครั้งแรก

ก็มีแม่อ้อย นี่แหละ ที่มาหยิบยื่นให้ความช่วยเหลือ

ให้เรากลับมาลุกขึ้นได้อีกครั้งนึง


โลกมันช่างน่าตลก คนที่มีน้อยที่สุด กลับให้เรามากที่สุด



และสิ่งที่เราอยากบอกแม่อ้อยคือ


ขอบคุณครับแม่อ้อย


ขอบคุณแม่อ้อย ที่ไม่เคยทอดทิ้งแชมป์ เลย


ขอบคุณแม่อ้อย ที่คอยเป็นห่วงเป็นใย และดูแล เสมอๆ

ไม่ว่าจะเป็นตอนเด็ก รึ ตอนที่โตแล้วก็ตาม


ขอบคุณที่แม่อ้อย ยืนเคียงข้างแชมป์เสมอมา ไม่ว่าใครจะว่า

ร้ายยังไงก็ตาม


แชมป์สัญญา ว่าจะดูแล แม่อ้อย และ เยียร์(ลูกแม่อ้อย)

เป็นเหมือนแม่อีกคนนึง และน้องสาวอีกคนนึง แน่นอน

...แชมป์สัญญาครับแม่อ้อย...


.....................................


หลายคนอาจสงสัย ว่าแล้วทำไม ในเมื่อผมนั้นมีความรัก

แบบลึกซึ้ง กับคนในครอบครัว ทำไมไม่กลับไปอยู่กับ

ครอบครัว ไม่ไปทำงานใกล้ๆ บ้าน


ผมนั้นก็มีเป้าหมาย และหลักคิดของตัวเองที่ว่า

“ผมจะต้องเป็นมังกรในหมู่พยัคฆ์ ให้จงได้ "


เพราะจะต้องเข็มแข็ง เหมือนต้นไม้ ต้นใหญ่ ที่เอาไว้

ให้คนเหล่านี้ได้พักพิง ให้เด็กได้อาศัยร่มเงา ก่อนจะไป

ผจญโลกอันกว้างใหญ่ ผมจะต้องดูแลคนเหล่านี้ ต่อจากพ่อ

ของผมให้จงได้ ส่วนจะเป็นต้นไม้ใหญ่มากใหญ่น้อย

จะเป็นมังกร รึไส้เดือนดิน ก็ค่อยว่ากันอีกที แต่ยังไง

ต้องพยายามให้มากที่สุดก่อน ส่วนจะไปถึงรึไม่

ค่อยว่ากันอีกที


แหม้ เขียนเรื่องวันนี้ หมดทิชชู่ไปเป็นม้วน !! 5 5

     Share

<< 30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 730 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 9 >>

Posted on Mon 8 Apr 2013 16:43
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh