คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท
วันกลับมาจากวัด
วันก่อนไปวัด
ไปก่อนตาย ไม่เสียดายชาติเกิด ตอน Frozen Waterfall in Minnesota
มะ มา ละ
นะ นะ นะ
ปั่นจักรยานสวนรถไฟ
เดินเล่นยามโพล้ เพล้
ทักทาย
อะไรใหม่ๆ
หัวใจ และ ความคิด
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝันตอนจบ
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝัน 1
1-7 วันที่ผ่านมา
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 30
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 26-29
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 25
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23-24
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23.5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 22
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 20-21
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 18-19
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 17
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 16
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 15
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 13 - 14
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 12
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 10,11
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 9
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 8
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 7
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 6
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 4
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 3
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 2
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 1
Party on the beach ตอนจบ
Party on the beach ch2
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 







30วันแห่งความเพ้อเจ้อ

วันที่22 :: สามวิธีจีบตัวเองให้ติด


ขอเพิ่มเป็นสามสิบวิธีได้ก่ ฮ่าๆ


อ่ะ เอาเฉพาะเรื่องหลักๆ ที่จะทำให้โดนใจก็แล้วกันเนอะ


อืม ยากเหมือนกันแฮะ งืม งืม



ข้อ1

พูดในส่ิงที่น่าฟัง

เรื่องการสื่อสารสำหรับผมนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ทั้งในส่วนของลักษณะคำพูด และ เนื้อหาที่พูดออกมา

มีผู้หญิงหลายคน ที่หน้าตาดี บุคลิกดี แต่พอพูดออกมาแล้ว

บ่องตง สุนัขไม่รับประทาน แทบจะเดินหนี


พูดธรรมดาไม่ต้องสุภาพมาก แต่มีความเป็นกันเอง สบายๆ

ในตัวคำพูด ผมจะเกลียดมากกับผู้หญิงที่ชอบพูดคำหยาบคาย

หรือ ใช้วาจาที่รุนแรง ที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด

ต่อให้หน้าตาหยั่งนางฟ้า นางสวรรค์ รึลูกท่านหลานเธอที่ไหน

ชายคงต้องขอลา กับอีกบางประเภท ที่พอสนิทกันมากๆ แล้ว

ขาดความเกรงใจในคำพูดนึกอยากจะสบถ อะไรออกมา

ก็ไม่มีการยั้งคิด แบบนี้ ต่อให้รู้จักกันมานานแค่ไหน ก็ไม่ไหว

ห่างกันไว้ดีกว่า


แต่มันต่างกับการเรียกเราแบบไม่สุภาพนะ เช่น ไอ่อ้วน อี่พี่แชมป์ อี่บ้า อี่....คือแบบนี้ มันเป็นการพูดกันเล่นๆมากกว่า

ผมให้ความสำคัญกับอารมณ์ที่แฝงมาในคำพูดมากกว่าเปลือก

ของมัน


และคำพูดประเภทเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทั้งๆ ที่เรื่องที่กำลัง

พูดถึงเป็นเรื่องส่วนตัวของเรา นิดๆ ก็พอไหว แต่ถ้าบ่อย

ครั้ง ก็ไม่ไหวเหมือนกัน


บ่อยครั้งที่ชีวิตผมจะประทับใจ ในการสื่อสารของคน จนทำให้

รู้สึกชอบ จนถามไปถึงอยากเป็นแฟนเลยก็มี

เพราะการพูดของคนมันสะท้อนหลายอย่างออกมา

ไม่ว่าจะเป็นความคิด การเลี้ยงดูของครอบครัว นิสัยที่แท้จริง

มันจะออกมา แต่บางที มันจะแฝงอยู่ในคำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจสื่อ


บางคนก็หน้าตาธรรมดาๆ ไม่ได้สะดุดอะไร แต่พอรู้จักกันไป

นานๆ การพูดทำให้รู้สึกน่าฟัง น่าประทับใจ ไปเลยก็มี


และโดยส่วนตัวข้อนี้ มีน้ำหนักมากๆ ในการที่จะทำให้ผมตัด

สินใจคบใครซักคน เพราะถ้าเรามีความสุขที่เราได้พูดได้คุย

กับคนคนนั้น ไม่ว่าจะนานแค่ไหนเราก็ยังจะมีความสุข

ไปกับมัน เพราะมันไม่ได้เสื่อมไปกับกาลเวลา



ข้อ2

ไม่เรื่องเยอะ


ด้วยความที่ชีวิตหลักๆ ของผมนั้นเป็นคนง่ายๆ ถ้าไม่ใช่เรื่อง

งานแล้ว ผมจะวางสเต็ปง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เพราะในเรื่อง

ของงาน เราวางไว้ซับซ้อนแล้ว ถ้าชีวิตหลัก หรือ เรื่องทั่วไป

เราก็ยังทำแบบเดียวกัน คาดว่าจะเป็นบ้าไป ฮ่าๆ


เพราะฉนั้น ถ้าตั้งแต่ก้าวแรก ก็เยอะเรื่อง ต่อให้อยากรู้จัก

แค่ไหน ก็คงต้องขอลา


คิดไรมาก มีคนชวนไปกินข้าว อึดอัดมั้ย ถ้าไปด้วย ถ้าไม่

แล้วสะดวกก็ไป แต่ถ้าใช่ ก็ไม่บ่องตงๆ ว่าไม่สะดวกใจ

เท่านั้น จบ บวก ลบ คูณ หาร อย่าไปตั้งให้มันติดรูท

ตรูจะงง เสียสุขภาพจิต



ข้อ3

อะไรดีนะ จริงๆ แค่สองข้อบน ก็แทบจะศิโรราบละ

อืม อืม อ่อ อ่อ นี่


มีจิตใจที่ซื่อตรงต่อกัน


ไม่ได้หมายความว่า ต้องเป็นคนดี้ คนดี ซื่อสัตย์ รักชาติ

มาก อะไรทำนองนั้น

แต่ในที่นี่หมายถึง เรื่องระหว่างเราสองคน

ต้องซื่อตรงต่อกัน อย่ามีเล่ห์เหลี่ยม เพราะผมนั้นใช้ชีวิตในโลก

ธุรกิจ ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม หากมาใช้กับผม แป้บเดียว

เดี๋ยวก็ดูออก แล้วความรู้สึกระหว่างกันและกัน มันจะกลายเป็น

สมการบวก ลบ ขึ้นมาทันที ซึ่งผมคิดว่า มันไม่ใช่กับนิยาม

คำว่ารัก ที่อยู่ในใจผม เพราะถ้าผมรักใครซักคนแล้ว ผมก็มี

แต่อยากที่จะให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ


แค่ขอให้เราสองคนมีหัวใจที่ตรงกัน แค่นั้นก็พอแล้ว

ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเจ้าของซึ่งกันและกัน แค่เราได้มองเห็น

และเข้าใจว่า เราสองคนนั้นอยู่ที่ตรงไหน แค่นั้นใจของเราสอง

คน ก็คงจะไม่มีวันจากกันไปไหนแล้ว


.............................................


จริงๆ ผมว่าวิธีการที่จะจีบผมให้ติดนั้นโคตรจะง่าย เป็นเรื่อง

ง่ายๆ พื้นฐาน พูดดีต่อกัน เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ทำดีต่อกัน เข้าใจกัน แค่นั้นก็พอแล้ว

เป็นเรื่องง่ายๆ ที่คนมักจะมองข้าม ทั้งๆ ที่ผมว่า มันยากมาก

นะที่พูดมาน่ะ


มัวแต่ไปคิดเยอะ ไปปั้นแต่งความคิด ยังงู้น ยังงี้

จะต้องสวย ต้องรวย ต้องเก่ง โอย


สวย ซื้อผมได้มั้ย ? ?


ก็ไม่ได้ โอเคอาจเป็นประตูบานแรก

ที่ทำให้ผมสนใจ และอยากรู้จัก แต่ไม่ใช่หมายความว่า สิ่ง

นี้จะซื้อใจผมได้ เพราะในยุคนี้ต้องบอกว่า คนสวย คนหน้าตาดี

ล้นเมืองไม่พอ ผู้ชายแท้มีน้อยอีก ยิ่งกับโลกที่ผมอยู่แล้วนั้น

ถ้าในเรื่องนี้ เงินซื้อได้ เพราะฉนั้น ไม่จำเป็น


แล้วรวยล่ะ? ?


อันนี้ก็ไม่ต้อง เพราะผมคิดว่า ผมอาจจะไม่เก่ง แต่ผมก็พอเอา

ตัวรอดของผมเองได้ และผมไม่ได้ ทะเยอะทะยาน จนต้อง

ใช้คนอื่นเป็นทางผ่านขนาดนั้น


แล้วถ้าเก่งหล่ะ? ?


ปกติ ถ้าเก่งมา แทบจะตั้งธงว่าขอบายเลย ประเภทเวิกกิ้ง

วูแมน แบบสุดๆ นี่ เป็นตัวเลือกท้ายๆ ของการพบเจอกันเลย

เช่น หน้าตา อะไร ได้หมด โดนใจมั้ก แต่ถ้ามีดีกรีเก่งมาพ่วง

นี่ คิดหนัก จนแทบจะโบกมือลา ตั้งแต่งานยังไม่เริ่มเลยทีเดียว


เพราะโดยส่วนตัวคนที่ผมมองหา คือคนที่ไม่ใช่ต้องมายืนเป็น

แกลดิเอเตอร์ข้างๆ เรา แต่อยากได้คนที่มาเป็นที่พักพิงกาย

พักพิงใจ ในยามที่เราบาดเจ็บจากศึกสงคราม ในยามที่เรา

นั้นเหนื่อยล้าจากการตรากตรำ คอยจัดการเรื่องที่เราไม่มีเวลา

จัดการ รึอาจจะเป็นนิยามของคำว่า แม่บ้านอะไรทำนองนั้น


สนามรบของคุณเหรอนู่น การจัดการภายในบ้าน จัดการธุรกิจ

ที่มั่นคงนู่น ไม่ใช่สนามการค้าแบบฟาดฟันที่เรายืนอยู่นี่


ผมไม่ได้อยากมีชีิวิต ที่ยิ่งใหญ่ โห หน้าที่การงาน ธุรกิจค้ำฟ้า

แต่ พอกลับมาบ้าน กลับหาคำว่า"บ้าน"ไม่เจอ


เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเรียนรู้มาจากการเติบโตของผม

ว่า เมื่อก่อนนั้น ตอนที่พ่อผมยังอยู่ ไม่ว่าผมจะออกไปเจอ

เรื่องร้ายใดๆ มา แต่ทุกครั้งที่ผมกลับมาบ้าน ร่างกาย

ของผมนั้นเปี่ยมไปด้วยแรงพลัง แรงกาย แรงใจ ทั้งๆ ที่

อาจจะไม่มีใครมารับรู้เลยก็ได้ ว่า เราไปพบ เจอะเจออะไรมา

แต่พอเราเหยียบเท้าย่างเข้ามา สิ่งที่เราเจอ คือ ความสบายอก

สบายใจ ความคุ้นเคย สมการง่ายๆ ที่ไม่ต้องรอเราไปถอด

เพื่อหาคำตอบ


มันเหมือนกับภาพ เราโดนคนอื่นไล่ชก ไล่ตบ ไล่ตี หมดแรง

หนีเข้าบ้าน ไม่มีแรงจะสู้รบอีกต่อไป แต่พอเข้าบ้านปุ้บ

กินข้าวอิ่ม เห็นหน้าคนที่เรารัก แรงฮึด พลังช้างสาร เหมือน

สวรรค์บันดาล มาจากไหนก็ไม่รู้ รีบวิ่งกระโดดข้ามรั้วออกมา

แล้วตะโกน ว่า "พวกเมิง ต๋ายยยยย "ฮ่าๆ



นี่แหละครับ นี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ผมถึงยังโสดอยู่ทุกวันนี้

เพราะสิ่งที่ผมนั้น มอง และแสวงหา มันอาจจะแลดูตรงข้าม

กับบุคลิกภายนอกของผม เลยทำให้คนที่เค้ามา งัดของดีออกมา

แบบไม่ตรงประเด็น เลยไม่ได้ใจเราไปซะงั้น


แต่อย่างว่ามันก็คงจะยาก เพราะโลกภายนอกที่ผมออกไปสัมผัส

มันทำให้ผมนั้นต้องแสดงออกอีกแบบนึง เลยทำให้คนทั่วไปยาก

ที่จะเข้าใจในสิ่งที่ผมเป็น แม้นแต่คนในแก็งค์เอง ผมว่าก็ยาก

ที่จะเข้าใจผม เพราะผมนั้นก็ไม่ได้แสดงออก ทุกสิ่งที่ผมเป็น


ก็เลยต้องกินแห้วกันต่อไป ฮ่าๆ


30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 22

ชายเศร้า จุงเบย T T

     Share

<< 30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 20-2130 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23.5 >>

Posted on Mon 22 Apr 2013 17:39
Wow, what a video it is! Genuinely fastidious quality video, the lesson 30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 22 - Diary of Mysterryboy given in this video is really informative.
Ray Ban Glass outlet   
Fri 4 Oct 2013 17:16 [5]
 

This paragraph 30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 22 - Diary of Mysterryboy is related to website programming is in fact good for me because I am web programmer. Thanks for sharing keep it up.
Parajumpers new york   
Wed 7 Aug 2013 19:39 [4]
 

?????????????????????????????????????????????????
????? ??   
Tue 9 Jul 2013 12:46 [3]
 

??????????????????????????????????
?????   
Mon 8 Jul 2013 22:41 [2]
 

?????????????????????????????????
????? ??   
Thu 27 Jun 2013 2:00 [1]
 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh