SIGN Artist ver.
SIGN
เสร็จสิ้นแล้วกับภารกิจแบบผีผี
คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท
วันกลับมาจากวัด
วันก่อนไปวัด
ไปก่อนตาย ไม่เสียดายชาติเกิด ตอน Frozen Waterfall in Minnesota
มะ มา ละ
นะ นะ นะ
ปั่นจักรยานสวนรถไฟ
เดินเล่นยามโพล้ เพล้
ทักทาย
อะไรใหม่ๆ
หัวใจ และ ความคิด
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝันตอนจบ
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝัน 1
1-7 วันที่ผ่านมา
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 30
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 26-29
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 25
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23-24
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23.5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 22
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 20-21
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 18-19
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 17
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 16
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 15
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 13 - 14
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 12
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 10,11
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 9
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 8
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 7
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 6
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 5
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 4
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 3
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 2
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 




“ สวัสดีครับ คุณ .....ดิชั้นโทรมาจาก......คุณเป็นผู้โชคดี

ได้รับรางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์ส คลาส

ไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งที่นั่ง ไปเที่ยวกับกรุ้ปทัวน์ ในวันที่ ....ไม่ทราบว่าจะ

สะดวกที่จะเดินทางมั้ยคะ ถ้าสะดวกทางเราจะทำการเดิน

เรื่องเอกสารให้ทันทีเลยค่ะ"


“ เอ่อ ค่ะ เอ่อ ดิชั้นยังงง อยู่เลยค่ะ ว่า โทรมาจากที่ไหน ... “


“ อ๋อ ค่ะ ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ ทางเราจะทำเรื่องเอกสาร

ที่สถานทูตให้ รวมถึง เราจะทำการจองโรงแรม....ที่ได้ชื่อว่า

โรแมนติค มากที่สุดโรงแรมนึง ของเวนิสให้เลยค่ะ "


ภาพตัดมาที่สนามบินก่อนเดินทาง

“ อ่าวไหนหล่ะคะ ไม่เห็นมีคนอื่นๆ เลย "


“ อ๋อ คุณเป็นผู้โชคดีเพียงคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์ในการนั่งชั้น

เฟิร์ส คลาส ส่วนคนอื่นได้ชั้นตั๋วปกติค่ะ เดี๋ยวเอาไว้

ไปถึงที่นั่นแล้ว เราจะแนะนำคุณกับทุกๆคนให้รู้จักกันเอาไว้นะ

คะ"


หลังจากบินมาถึง ก็เจอลูกทัวน์คนอื่นๆ

“เดี๋ยวดิชั้นจะพาคุณไปที่โรงแรมเองนะคะ"


“ อ่าว แล้วคนอื่นไม่ไปด้วยกันเหรอคะ"


“ อ๋อ คนอื่นได้สิทธิ์พักอีกโรงแรมนึงน่ะค่ะ ของคุณได้เป็น

VIP GUEST เลยได้พักที่นี่น่ะค่ะ เดี๋ยวพอถึงโรงแรมแล้ว

เก็บของอาบนำ้อะไรเสร็จ เย็นๆ ดิชั้นจะพาคุณไปล่อง

เรือกองโดร่าเพื่อชมนครแห่งสายน้ำ แห่งนี้กันนะคะ "

30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 25



ภาพตัดมาเรือกองโดร่า ที่กำลังล่องไปตามสายน้ำ

สายตาก็ชมความงดงามของเมือง และบรรยากาศโดยรอบ


“ บรรยากาศดีดีแบบนี้ เหมาะที่จะมาเป็นคู่มากๆเลยนะคะ

ไม่รู้ว่า คุณมีแฟนรึเปล่าคะ "


“ มีค่ะ แต่เค้าติดงานเลยซื้อตั๋วตามมาไม่ได้น่ะค่ะ"


สายตาที่มองวิวทิวทัศน์ รายล้อมสองข้างทาง พลางสายตา

ของหญิงสาวก็คิดถึงแฟนหนุ่มที่อยู่เมืองไทย


สักครู่เรือก็มาจอดที่ร้านอาหารแห่งนึง ที่ถูกประดับประดาไปด้วย

ดอกไม้หลากสีสันเต็มไปหมด


“ ร้านน่ารักจังเลยนะคะ"


“ ค่ะ บังเอิญว่า วันนี้ที่ร้านเค้ามีงานเลี้ยงน่ะค่ะ ก็เลยมีการ

ตกแต่งร้านด้วยดอกไม้สวยๆ แบบนี้ เชิญเลยค่ะ เดี๋ยวเราจะ

แวะพักทานอาหารกันที่นี่ ซักครู่นึง เดี๋ยวคุณรอที่เรือซักครู่นะ

เดี๋ยวชั้นจะขึ้นไปดูความเรียบร้อยภายในร้าน ก่อนน่ะค่ะ

แล้วเดี๋ยวจะให้ ต้นหนเรือพาคุณขึ้นไปนะคะ"


พอซักพัก ไกด์สาวก็เดินมาส่งสัญญาณว่า เรียบร้อยแล้วให้ขึ้นมา

ได้เลย ต้นหนเรือจึงพาเธอขึ้นไปด้านในร้าน


พอเธอเดินไปถึงร้านก็พบว่า คนที่อยู่ร้านทั้งหมด เป็นคนไทย

ที่มาด้วยกันจากประเทศไทย ก็ยังไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก

เพียงแต่ทำไมเค้าแต่งตัวดูดีกันจังเลย แถมยังยืนเหมือนรอเรา

คนเดียวอีก รึเป็นเพราะเรามาแบบวีไอพีกันนะ


พอเดินเข้ามาในร้าน ทุกคนก็ยืนรอโดยพร้อมเพรียงกัน

พร้อมกับมีคุณลุงคนนึงเดินเข้ามา พร้อมกับพูดขึ้นว่า

“ เนื่องจากคุณมาช้า ทำให้พวกเรารอกันนานมาก พวกเราจึง

อยากจะขออะไรคุณซักอย่างได้มั้ยครับ"


หญิงสาวทำหน้าตาเลิ่กลั้ก ก่อนจะตอบว่า

“ ได้ค่ะ ได้ "


คุณลุงก็พูดต่อ

“ ผมอยากจะขอให้คุณรับฟัง คำขอของชายหนุ่มคนนี้ไว้พิจาร

ณาหน่อยพอจะได้มั้ย"


“ ค่ะ ค่ะ ใครเหรอคะ "

หญิงสาวตอบด้วยความ งง งวย ก่อนที่คุณลุงจะหันหน้าไป

ทางต้นหนเรือ ที่เป็นคนพายเรือมาส่งเธอที่ร้านอาหารแห่งนี้


เมื่อหญิงสาวหันหน้าไปมองต้นหนเรือ ต้นหนเรือก็ถอดหมวก

ถอดผ้าคลุมหน้า และแว่นตา ออก ทำให้หญิงสาวตกใจมาก

เพราะต้นหนเรือ ที่แท้ก็คือ แฟนหนุ่มของเธอนั่นเอง!


ก่อนที่เธอจะทันได้ถามอะไร ชายหนุ่มก็คุกเข่าลง พร้อมกับ

ล้วงไปในกระเป๋าแล้วถามเธอว่า


“คุณพร้อมที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับผมมั้ยครับ เราแต่งงาน

กันเถอะ"


น้ำตาของหญิงสาว เอ่อ ล้น ออกมา ก่อนจะพูดว่า

“ ไอ่บ้า ทำไมทำแบบนี้ "


ก่อนที่จะชายหนุ่มพูดต่อว่า

“คุณพร้อมจะแต่งงานกับผมมั้ยครับ"


หญิงสาวตอบด้วยน้ำตาคลอเบ้า ว่า

“ขนาดนี้แล้วยังต้องมาถามอีกเหรอ แต่งสิ "


พอหญิงสาวพูดจบ เหล่าบรรดากองเชียร์ทั้งหลาย ก็เฮกันลั่น

ไปหมด ทีนี้ พวกเหล่าเพื่อนสนิท ก็เดินออกมา พร้อมกับพูดว่า

“ ลุ้นตั้งนาน แน่ะ หัวใจแทบวาย "


น้ำตาหญิงสาว ยิ่งเอ่อล้นหนัก พร้อมกับยิ้มแบบเขินอายสุดๆ

“ พวกแก รู้เรื่องด้วยเหรอเนี่ย พวกบ้า ทำแบบนี้กับชั้นได้ไง

แล้วเธอหล่ะ ไหนว่าติดงาน "


“ ผมก็ติดงาน จริงๆ เพียงแต่งานที่ผมติดก็คืองานนี้

งานที่ผมต้องมาขอคุณแต่งงานนี่ไง"


“ ตาบ้า!! “


“ แล้วคนพวกนี้คือใครเหรอ"


“ คนพวกนี้ ก็คือ ผู้ใหญ่ทั้งหลายที่ผมนับถือบ้าง เพื่อนๆ ของ

ผมที่คุณไม่รู้จักบ้าง"


“ อ่าว นั่น แม่ !!แม่มาได้ไง แม่อย่าบอกนะว่า แม่รู้เรื่องนี้

กับเค้าด้วย!! "


“ จ้ะ แม่รู้เรื่องนี้ เพราะแชมป์เค้าพาผู้ใหญ่มาสู่ขอแม่ก่อนแล้ว

เพียงแต่ แม่ก็บอก ก็ให้คุยกับลูกกันเอง แม่ก็แอบลุ้น อยู่ตั้งนาน

กลัวจะพลาดลูกเขยน่ารักๆ คนนี้ซะแล้ว "


“ แอ่นแน่ ขอบคุณครับ คุณแม่ "พร้อมกับกอดแม่ยายหนึ่งที


“ส่วนเรื่องงานแต่งลูกก็ลองปรึกษากันดู ว่าจะอะไรยังไงนะ "


อีกสามเดือนให้หลัง ก็ถึงเวลา ฤกษ์งามยามดี


โรงแรม สถานที่ที่เตรียมเอาไว้ ภายในโรงแรมสุดหรู

ทุกอย่างพร้อม เมื่อใกล้ถึงเวลา เจ้าสาว เจ้าบ่าวก็แต่งตัว

แต่งหน้าทำผม กัน


และเมื่อถึงเวลา เจ้าบ่าวก็พาเจ้าสาวมาที่งาน


แต่แล้ว......


ไม่มีใครในงานเลย!!


เจ้าสาวหน้าเสีย ก่อนจะถามเจ้าบ่าวว่า

“ เอ้ะ ทำไมคนในงานถึงยังไม่มากันนะ"


“ นั่นสิ ผมก็งง เหมือนกัน สงสัยเค้าอยากให้เราอยู่กันเป็นส่วน

ตัวมั้ง ฮ่าๆ "


“ ตาบ้า จะใช้ได้ไง ทำไม เค้ายังไม่มากันนะ นี่ก็ได้เวลาตั้งนาน

แล้ว"


เจ้าบ่าว ยืนอมยิ้มมองเจ้าสาวอยู่พักนึง ก่อนจะพูดว่า

“ผมลืมบอกคุณเราย้ายห้องจัดนิดหน่อย ทางโรงแรมเค้าบอกว่า

มีปัญหาเกี่ยวกับห้องเดิมที่เราเลือกไว้ ป่ะ เด๊่ยวผมพาไป "


“ ตาบ้า!แล้วก็ไม่บอก!ใจหายหมดเลย เดี๋ยวก็ไม่แต่งซะนี่


“ อ้ะ อ้ะ พูดแบบนี้ ระวังจะเสียใจนะ ที่ไม่ได้แต่งกับผม ฮ่าๆ "


“ ตาบ้า หลงตัวเอง แบร่ "


“ ป่ะ เดี๋ยวผมพาไป "


เจ้าบ่าวก็พาเจ้าสาว ไปที่ลิฟ ก่อนจะกดไปที่ชั้นดาดฟ้า


“ เอ้ะ ทำไมไปที่ชั้นดาดฟ้า มีห้องอาหารข้างบนเหรอ ?? “


“ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นเค้าบอกว่า ย้ายไปที่ชั้นดาดฟ้า"


“ เอ้ะ เธอนี่ยังไง "


พอลิฟท์มาถึงชั้นดาดฟ้า ปุ้บ ภาพที่เห็นก็คือ เฮลิคอปเตอร์

จอดวอมใบพัดรออยู่


“ เอ้ะ มันยังไงกันนี่ "


“ มาถึงตอนนี้แล้ว คุณอย่าเพิ่งหาคำตอบเลย เราไปดูกันดีกว่า

ว่า เค้าจะพาเราไปไหนกัน "


ภาพเฮลิคอปเตอร์ ขึ้นบิน ก่อนจะพาเจ้าบ่าว เจ้าสาว บินผ่าน

เมือง มองเห็นวิว ทิวทัศน์ ที่เต็มไปด้วยแสงไฟของเมืองด้าน

ล่าง ที่สวยสดงดงาม


“แล้วเธอจะพาชั้นไปไหนเนี่ย ว่าแต่เมืองสวยจังเลย "


“ จุ้ๆ เดี๋ยวก็รู้ "


สักครู่ เฮลิคอปเตอร์ก็ชะลอตัว ภาพที่ปรากฎอยู่ด้านล่าง

ก็คือ มีเรือยอร์ชลำใหญ่ จอดอยู่หนึ่งลำ และบนนั้นเต็มไปด้วย

แขกเหรื่อ ที่มาร่วมงาน ที่พอเห็นเฮลิคอปเตอร์ เจ้าบ่าวเจ้าสาว

เดินทางมาถึง ก็โห่ ร้องด้วยความยินดี พอ ฮ.เริ่มลดตัวพาเจ้า

บ่าว เจ้าสาวลงมา ทันทีที่ก้าวแรกของเจ้าบ่าว เจ้าสาว

ที่ประคองกันลงมาแตะพื้น เสียงโห่ร้อง เสียงปรบมือ

เสียงเปิดแชมเปน ดัง สนั่นหวั่นไหว เจ้าสาวยิ้มด้วยความเขิล

อาย ก่อนที่น้ำตาจะเอ่อ ล้น อีกครั้ง ก่อนหันมาค่อนเจ้าบ่าว

เบาๆ แล้วพูดว่า "ตาบ้า"


30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 25


พอเจ้าบ่าว เจ้าสาวเดินพ้น ฮ.ปุ้บ พิธีกรก็เชิญทั้งคู่ขึ้นไปบนเวที

ก่อนที่พิธีกรจะถามเจ้าสาวว่า รู้สึกอย่างไรบ้าง ที่เจ้าบ่าวเซอไพรซ์

แบบนี้


เจ้าสาว ยิ้มด้วยความเขิลอาย ก่อนจะตอบว่า


“ รู้สึกตกใจมากที่ตอนแรก เห็นไม่มีแขกเลยที่โรงแรม"


คนในงานหัวเราะกันครืน


“ แล้วก็ไม่รู้ตาบ้า นี่ จะเซอไพรซ์ไปถึงเมื่อไหร่ เล่นเอาน้ำตา

ไหลแล้วไหลอีก หน้าตาแต่งมา จะเลอะหมดแล้วเนี่ย"


คนในงานหัวเราะกันเอิ้ก อ้าก


“ แต่ก็อยากบอกว่า ประทับใจมากค่ะ เป็นความทรงจำที่งดงาม

มากๆ เค้าเป็นแบบนี้เสมอ และแม้นแต่ในวันนี้ เค้าก็ยังเล่น

ยังงี้อีก แต่นี่ก็เป็นจุดนึงที่ทำให้ชั้นรักเค้าหมดหัวใจค่ะ"


เสียงคนดู โห่ ฮิ้ววว กันด้วยความสนุกสนาน


พิธีกรเลยหันมาถามเจ้าบ่าวบ้างว่า ทำไมถึงเลือกที่จะทำเซอไพร้

อีกครั้งในวันนี้ หลังจากที่เพ่ิงทำไปตอนขอแต่งงาน


“ คือ ในทุกช่วงนาทีเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ผมคิดว่าผมนั้นก็

จะทำให้เค้ามีความสุข และมีความประทับใจมากที่สุด ก้เลย

เลือกที่จะเปนแบบนี้ ยิ่งในช่วงเวลาที่สำคัญๆ ด้วยแล้ว ผมก็

อยากจะทำให้เป็นช่วงเวลาที่งดงาม และน่าประทับใจมากที่สุด

เช่นเดียวกันครับ ผมอยากให้สิ่งนึงที่เมื่อวันนึงเราแก่ตัวลง

เราจะยังคิดอยู่เสมอว่า ถ้าชาตินี้เราไม่ได้รัก และใช้เวลาร่วมกัน

มันคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากที่สุดเรื่องนึงเลยทีเดียว"


และแล้วงานก็ดำเนินไปด้วยความเป็นกันเอง ถึงแม้นงานจะถูก

จัดเต็มสตรีม แต่หาใช่จัดเพื่อหน้าตาทางสังคมไม่ กลับดำเนิน

ไปเพื่อให้ช่วงเวลานี้ เป็นที่จดจำของเจ้าบ่าว และเจ้าสาว ตราบ

นานเท่านาน


และงานนนี้ไม่มีวีทีอา ว่าเจ้าบ่าว เจ้าสาว มาเจอกันได้ยังไง

แต่เป็นละครที่เจ้าบ่าว และเจ้าสาว แสดงเพื่อให้คนดูให้ดูว่า

เรืื่องราวที่ผ่านมา เป็นมายังไง และยังทำให้ทั้งคู่เหมือนได้รำลึก

ถึงความทรงจำ วันเวลาเก่าๆ ที่ทั้งสองคนเคยใช้ร่วมกันมาอีก

ด้วย"


เอ้า ส่งตัว !!เย้ย!!! 55


.......................................


ครับก็จบไปแล้ว กับ 30วันแห่งความเพ้อเจ้อ

วันที่25 :: งานแต่งงานในฝัน


ต้องเรียกว่า เขียนยากพอสมควรเลย เพราะก่อนหน้านี้ผมก็พอมี

ความคิด วาดฝันเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง เพียงแต่ไม่ได้ลงราย

ละเอียดมากมาย เพราะไม่รู้จะคิดไปทำไม แฟนยังไม่มีเลย 55

วันนี้ในเมื่อโจทย์มา ก็จัดเต็มซะเลย


เสร็จการเพ้อเจ้อของผมแล้ว หลายคนอาจมีคำถามหลายๆ

คำถาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งผมก็จะอธิบายถึงคำตอบของคำถาม

ที่ผมเดาไว้ ว่าน่าจะมีคนสงสัย เช่น

เรื่องที่ว่า ขืนแห่ไปขอแต่งงานไกลถึงเมืองที่โรแมนติคขนาดนั้น

แล้ว เวลา ฮันนีมูน มันจะโรแมนซ์รึ??ในเรื่องนี้ผมก็คิดแบบนี้

ว่า ในกระบวนการเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงาน จุดสำคัญๆ

ของเรื่องนี้ ก็จะเป็นตอนที่ขอแต่ง กับ ตอนแต่ง เพราะฉนั้น

สองจุดนี้เราต้องให้ความสำคัญให้มากที่สุด ส่วนเรื่องฮันนีมูน

เอาเข้าจริงๆ นะ คนสมัยนี้ กว่าจะได้แต่งงานกัน มันฮันนีมูน

กันไปตั้งกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ ฮ่าๆ เพราะฉนั้น ผมเลยแพลนให้ตอน

ขอแต่งกับ แต่ง มันสวีทมากๆ ส่วนตอนฮันนีมูน ก็สวีทกันไป

ตามเรื่อง ตามราว ต้องยอมรับว่า รูปแบบของกิจกรรมมันจะ

ไม่ใช่ ตื่นเต้นเหมือนก่อนแต่งกับตอนแต่ง เพราะฉนั้น ถ้าเป็น

ผม ผมจะโฟกัสไปที่สองจุดนี้ก่อน


ส่วนคำถามที่เราอาจจะโดนถามว่า

“ เฮ้ย ฟังๆ ดูค่าใช้จ่ายมันเยอะนะนั่นน่ะ"


จริงๆ แล้วในเรื่องนี้อยากให้มองสองประเด็น

หนึ่งจริงๆ ค่าใช้จ่ายมันไม่ได้เยอะกว่าเดิมมากมายอะไร

เพียงแต่ การจัดการ การวางแผน มันต้องมีการจัดการที่ดี

และที่สำคัญ ต้องกล้าทุ่ม !!ถ้าคิดว่าจะแต่งงานเอาโล่ห์

ผมไม่แต่งดีกว่า สำหรับผม เหมือนที่ผมเพ้อเอาไว้ ผมอยากให้

งานของผม เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำระหว่างผม กับ แฟน

และคนที่มาในงาน มากกว่าที่จะคาดหวังในเรื่องหน้าตา

ทางสังคม และเงินทองที่มาในซองบัตรเชิญ


แต่เราก็ไม่ต้องไปคาดหวังว่า มันต้องจัดเต็มขนาดนี้

เราอาจจะจัดเต็มแบบนี้ แต่ ปรับรูปแบบที่ออกมา แต่ยังคงไว้

ซึ่งความประทับใจ และการเซอไพร้ เหมือนที่ผมบอก ทุกอย่าง

มันอยู่ที่จัดการ และระบบการคิด ของธรรมดาแค่ไหน ถ้าเรา

จัดวาง ลำดับเรื่องราวให้เป็น เล่นกับความรู้สึกของคนให้ได้

แค่นั้น สิ่งที่ธรรมดาๆ ก็อาจจะทำให้เป็นที่น่าจดจำไปจนวันตาย

ก็เป็นได้^^

     Share

<< 30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23-2430 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 26-29 >>

Posted on Sat 27 Apr 2013 19:09
Hello colleagues, you are sharing your feelings concerning web site 30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 25 - Diary of Mysterryboy, I am also new user of web, therefore I am also getting more from it. Thanks to everything.
Alexander Mcqueen Bags Online Store   
Sat 7 Dec 2013 21:19 [2]
 

Oh! Wow its genuinely a humorous and jockey 30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ วันที่ 25 - Diary of Mysterryboy posted at this place. thanks for sharing it.
Nike Air Max 1 Premium   
Tue 26 Nov 2013 21:22 [1]
 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh