ทำบุณชราชลีเด้อ
น้องสาวเพื่อน
คำเฉลยหลากหลายเรื่องราว
หลากหลายเรื่องราว
ไม่มีอะไร
รายงานหลังความตายของมารดา
บันทึกของการจากลา
กลับมาอีกครั้ง
แด่ผู้หญิงที่รักมากที่สุด
R.I.P My friend
ครัว ศอฉ.
เก็บตัวฝึกวิชา
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา
กิ้งก่า
อิมพีเรียล
My love
อ้อด แอ๊ด
SIGN Artist ver.
SIGN
เสร็จสิ้นแล้วกับภารกิจแบบผีผี
คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท
วันกลับมาจากวัด
วันก่อนไปวัด
ไปก่อนตาย ไม่เสียดายชาติเกิด ตอน Frozen Waterfall in Minnesota
มะ มา ละ
นะ นะ นะ
ปั่นจักรยานสวนรถไฟ
เดินเล่นยามโพล้ เพล้
ทักทาย
อะไรใหม่ๆ
หัวใจ และ ความคิด
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝันตอนจบ
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝัน 1
1-7 วันที่ผ่านมา
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 30
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 26-29
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 25
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 23-24
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


Halooวันศุกร์ อีกแว้วววว !! 55




SIGN

ฮ่าๆ ตามภาพนะครับ ทุกท่าน


แต่


ก็คาดว่า วันนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เนื่องจากวันพรุ่งนี้มีงาน

ที่ค่อนข้างสำคัญ อีกทั้งช่วงนี้ อยู่ในช่วงเฮลตี้ พยายาม

เข้าห้องยิมทุกวัน สวดมนต์ไหว้พระ และพยายามนอนเร็วๆ

SIGN

เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก แค่ช่วงนี้เวลาออกไปแฮงเอ้า แล้วความ

รู้สึกมันหน่วงๆ ไม่เต็มที่เหมือนที่เคยเป็น พอมานั่งสงบจิต

และวิเคราะห์ลึกเข้าไป ข้างในจิตใจ แล้วก็ได้ความว่า

เอาะ ออ เป็นเพราะเรานั้นอยากจะมุ่งมั่น กับ งานที่กำลัง

ดำเนินไป นั่นเอง

ก็เลย พยายามที่จะไม่ออกไปไหนยามค่ำคืน

(ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ55 )


ขอใช้เวลาในการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ ให้มากน่าจะเป็น

การดี และ เหมาะกับช่วงเวลานี้ของชีวิต

เหมือนที่เคยพูดเอาไว้ว่า เรานั้นไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องทำอะไร

ออกไปเที่ยวไหน เวลาจะเป็นตัวบอกเองว่า ช่วงเวลาไหนเรา

ควรทำตัวยังไง

การที่เราออกไปเที่ยวเตร่ ยามกลางคืน ก็ไม่ได้หมายความว่า

เราจะเป็นแบบนั้นทั้งชีวิต ซึ่งพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ ซึ่งก็แล้วแต่

ว่าใครจะคิดยังไง เพราะยังไงคนที่รู้ดีที่สุดก็คือตัวเรา คนจะคิด

จะเชื่อยังไง ก็ไม่เห็นจะมีผลต่อชีวิตเรา ชีวิตเป็นของเรา

สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่ว่าคนอื่นเข้าใจเราว่ายังไง แต่เป็นคำถามที่

ว่า เรานั้นเข้าใจตัวเองมากแค่ไหน และเข้าใจว่าอย่างไร

สิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า


.........................


SIGN

โผล่ มาวันจันทร์ ชาวบ้านเค้าทำงานยุ่ง ไอ่นี่ เปิดฉากมาเล่น

โต๊ะ พูล ที่ออฟฟิศ ฮ่าๆ



วันนี้อ่านกันช้าๆ นะครับ ยาวไปนิด อิอิ


วันก่อน ไปเรียนภาษาจีน ซึ่งช่วงนี้มีคนเข้ามาเรียนกันเยอะ

พอสมควรทำให้ มีคนที่มีความรู้ ความเข้าใจ หลากหลาย

โรงเรียนเค้าก็เลยถือโอกาส จัดคลาสเรียนใหม่ เพื่อให้เหมาะสม

กับความรู้ของแต่ละคน ก็เลยทำให้ใช้เวลาไม่นาน เนื่องจาก

ตัวผม และผองเพื่อน ออกตัวว่า ขอไปอยู่คลาสต่ำสุด ปูฐาน

ใหม่เลย ฮ่าๆ

ก็เลยสนทนากับอาจารย์ ครู่นึง จึงขอตัวกลับ ก็เลยชวนเพื่อน

มากินข้าวเย็นกันที่ร้านเพื่อน หน้าคอนโดของเรานั่นเอง

จริงร้านเค้าก็มีชื่อร้านดีดีนะ เรียกซะน่าเกลียดเชียวว่า

“ร้านเพื่อน" ฮ่าๆ


จริงๆ ร้านเค้าชื่อว่า " Fatty “ อิอิ


ประเด็นที่น่าสนใจ ที่วันนี้จะนำมาแชร์ ก็คือ เรื่องของคำว่า

“SIGN “


ในที่นี้ไม่ใช่ว่า เราจะมาพูดเรื่องการทำสัญญง สัญญา อะไรกัน

นะครับ แต่ SIGNในที่นี้เป็นSIGNในเรื่องของความสัมพันธ์

ระหว่างคนสองคน รึ จะเรียกอีกอย่างว่า

"เซ้น" รึ"สัญญาณ"

ก็ว่าได้


หลายคนที่อ่าน อาจจะกำลัง งง ยิ่งอ่าน ยิ่ง งง ผมเขียนผม

ยังเริ่ม งง ตัวเองเลย ฮ่าๆ





มุมที่หนึ่ง

“เด็กวิทย์"


ซึ่งในเรื่องนี้ผมก็เชื่อว่า ทุกคน มีประสบการณ์ที่ต่างกันออกไป

เพราะในเรื่องนี้ ถ้าเราพูดในเชิงวิทยาศาสตร์ทางจิต ก็คงต้อง

อ้างถึง เรื่องของจิตใต้สำนึก ที่เป็นเสมือนตัวที่บันทึกความเป็น

ไปของชีวิตเราจริงๆ บันทึกมันด้วยหัวใจ ไม่ใช่กรอบความคิด


เราลองถามตัวเองว่า

“เคยมั้ยที่เรารู้สึกว่าคนนี้เป็นคนที่ไม่ใช่สำหรับเรา แต่เรานั้น

ก็ไม่สามารถหาเหตุผลที่จะเลิกกับเค้าได้ เพราะเค้าก็ไม่ได้

ทำอะไรผิด เพียงแต่รู้สึกว่า มันไม่ใช่"


ความจริงมันไม่ใช่ ไม่มีเหตุผล แต่เหตุผลที่มันมี มันไม่ใช่

เหตุผลที่สังคมเป็นคนกำหนดขึ้น ไม่ใช่เหตุผลที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ

เป็นกติกาของสังคม แต่เหตุผลที่เกิดขึ้นนั้น ผมขอเรียกมันว่า

“เหตุผลของหัวใจ"

ก็แล้วกัน


ทีนี้มันเกี่ยวกับคำว่า" SIGN “ ยังไง


ก็เพราะว่า เหตุผลของหัวใจ มันถูกบันทึกลงไปในหัวใจ

ถูกบันทึกลงไปในจิตใต้สำนึก มันจึงยากที่จู่ๆ เราจะนึกขึ้นมา

เพียงแต่ พอมันมีบางสิ่งที่แว้บ เข้ามากระตุ้นเรื่องราว

เราก็จะรู้สึกว่า มันน่าจะเป็นแบบนั้น แบบนี้นะ


เราลองคิดดู ขนาดเรื่องที่เราบันทึกด้วยจิตเหนือสำนึก

ที่บันทึกด้วยสมอง บางทีเรายังนึกไม่ออกเลย นับประสาอะไร

กับ เรื่องที่บันทึกเอาไว้ในจิตใต้สำนึก ที่สำคัญมันไม่ใช่แค่การ

เอาเรื่องเหตุ และ ผล เปลือกของชีวิตเรามาประมวลผล

แต่มันเอา ถึงสิ่งที่เป็นตัวเราจริงๆ มารวมด้วย


ซึ่งผมก็ไม่ได้มีข้อมูลอ้างอิง ที่เหมาะสมกับที่จะนำมาเป็นหลัก

คิดในทางวิทยาศาสตร์ เพียงแต่เล่าสู่กันฟัง และตั้งข้อสังเกต

กันเอาเอง ทำความเข้าใจกันเอาเอง ก็แล้วกันนะครับ


บางทีเราอาจจะคิดว่า เรามองเห็นแค่นี้ ทำให้เราคิด

เรารู้สึกแบบนี้ แต่จริงๆ อยากจะบอกว่า บางทีมันอาจจะไม่ใช่

ก็ได้ เราลองนึกถึง เวลาที่เราโยนก้อนหินลงไปในน้ำ

สิ่งที่เรามองเห็นได้ชัดเจนมากที่สุด และอาจจะสิ่งเดียวเลย

ก็ได้ที่เรามองเห็น นั่นก็คือ การที่หินกระทบกับน้ำ และ

น้ำเกิดการแตกเป็นวงกระจายออกไป ซึ่งเราอาจจะมองเห็น

แค่นั้น


....แต่....

ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของเรา

หรือที่เค้าเรียกกันว่า" Butterfly Effect “ มันมีมากกว่านั้น

เพราะน้ำที่กระเพื่อมออกไป อาจไปส่งผลในเชิงชีววิทยา

ส่งผลต่อระบบนิเวศน์ของสิ่งมีชีวิตรอบๆ นั้นเลยก็เป็นได้

แล้วใครจะรู้ว่า ก้อนหินที่เราขว้างลงไป มันอาจจะหมายถึง

การที่เราปาก้อนหินไปโดนหัวปลา ซักตัวนึง ก็เรามองไม่เห็นนี่

แต่มันไม่ได้หมายความว่า มันไม่ได้เกิดขึ้น


มันเกิดขึ้น....เพียงแต่เรามองไม่เห็นก็เท่านั้นเอง...


ซึ่งในส่วนนี้ จิตใต้สำนึกจะเป็นตัวประมวลผล โดยที่เราไม่รู้ตัว

และนำข้อมูลเหล่านี้ ที่บางทีเราไม่ทันได้คิด แต่จิตใต้สำนึก

จะนำมาประมวลผลให้เอง


เช่นต่อไป ถ้าใครได้อ่านข้อความของผมแล้ว อาจจะทำให้

ไม่อยากปาก้อนหินลงไปในน้ำก็ได้ เพราะมันอาจจะไปโดน

หัวปลา รึ หัวกุ้ง หัวหอยซักตัวนึง เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยาก

ทำร้ายใคร เพียงแต่ วันที่เรามีโอกาส แล้วเราเลือกที่จะไม่ทำมัน

ถ้ามีคนถามว่า ทำไม ทำไม ไม่ปาลงไปล่ะ


เราก็คงจะไม่ได้ตอบว่า

"อ้อ ครั้งนึงมีคนนึงเค้าพูดไว้ว่า บางทีการที่เราปาก้อนหิน

ลงไป มันอาจจะไปโดนหัวปลา และอาจทำให้ระบบนิเวศน์

ที่นี่เปลี่ยนไปนะ"


เราก็อาจจะตอบไปแค่ว่า

“ไม่รู้สิ ก็แค่ไม่อยากทำ ก็แค่นั้น"


ซึ่งในความเป้นจริง มันมีเหตุผล ในตัวมันเองอยู่ เพียงแต่เรา

ไม่สามารถที่จะถ่ายถอดมันออกมาได้ก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าเรา

ตั้งใจที่จะนึกมันจริงๆ นึกด้วยจิตที่สงบ เราอาจพบคำตอบก็

เป็นได้


ขอยกตัวอย่าง จากหนังสือ ...ตาดู หูฟัง สมองซื้อ มือจ่าย ..

ที่ผมได้แนะนำไปวันก่อน ที่พูดเกี่ยวกับเรื่องจิตใต้สำนึก มา

เล่าสู่กันฟัง


เรามาลองจินตนาการถึงบทสนทนา

ที่เปี่ยมไปด้วยเหตุผลในสมองของเรา

ตอนที่เราตัดสินใจว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดูอีกสักครั้งนะครับ


ดาชานีเหรอ...


ไม่ล่ะ บริษัทโค้กเป็นผู้ผลิตนี่...มีคนบอกว่า

มันเป็นแค่น้ำก้อกในชื่อจอมปลอมเท่านั้น..ฉันไม่อยาก

ได้น้ำดื่มที่เป็นแค่"สินค้า"ชิ้นหนึ่ง แต่อยากให้มันพิเศษ

และเก๋ไก๋


...เดี๋ยวนะ...


นี่ยี่ห้ออะไรเนี่ย อิสคิลเดเหรอ เท่าที่ดูมา

ก็เป็นขวดที่สวยที่สุดบนชั้นเลย นำเข้ามาจากเดนมาร์กด้วย...

ไม่รู้หรอกนะว่าอิสคิลเด แปลว่าอะไร แต่เดนมาร์กเป็นดินแดน

แห่งหิมะ ลำธาร และผู้คนสุขภาพดีบนเนินสกีไม่ใช่รึไง

ขนาดตัวอักษรบนขวดยังเป็นสีฟ้าสว่างเหมือนดวงตาของ

ชาวแสกนดิเนเวียเลย...ขวดก็สะอาดเรียบง่าย และดูเย็นจับใจ

เหมือนน้ำในลำธารบนภูเขาของเดนมาร์กยังไงยังงั้น

..อิสคิลเด..ฟังดูเหมือนหนุ่มเดนมาร์กกำลังพูดว่า

“เย็นชื่นใจ"เลยแฮะ แถมราคาก็แพงเสียด้วย แสดงว่า

มันต้องมีอะไรดีแน่ๆ....


และแล้วอิสคิลเดก็ลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในรถเข็นของคุณ

ทั้งๆ ที่คุณไม่เคยลองยี่ห้อนี้มาก่อน แต่สัญชาตญาณของคุณ

ก็บอกว่า ตัดสินใจถูกแล้ว ถ้าผมขอให้คุณอธิบายว่าทำไม

ถึงตัดสินใจอย่างนี้ คุณก็คงยักไหล่แล้วตอบว่า"สัญชาตญาณ"

น่ะ หรือ "ไม่มีเหตุผลหรอก" หรือไม่ก็"แค่อยากซื้อ"

แต่เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการตัดสินใจของคุณกลับเป็นความ

เชื่อมโยงทั้งในด้านบวก และด้านลบที่คุณสั่งสมมาตลอดชีวิต

โดยที่ไม่รู้ตัว เพราะเวลาที่เราตัดสินใจว่าจะซื้ออะไรนั้น สมอง

ของเราจะรวบรวม และไล่ดูความทรงจำ ข้อเท็จจริง และ

อารมณ์ความรู้สึกปริมาณมหาศาล แล้วเค้นออกมาเป็นการ

ตอบสนองอย่างรวดเร็ว...เกิดเป็นทางลัดที่ทำให้คุณกระโดด

จากจุก ก.ไปยังจุด ฮ.ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที


ทางลัดในสมองเหล่านี้มีชื่อเรียกอีกอย่างนึงว่า


เครื่องหมายในสมอง

( somatic marker )


จากหนังสือ...ตาดู หูฟัง สมองซื้อ มือจ่าย P.147 ...


ที่ผมตัวอย่างนี้มา ก็เพื่ออธิบายให้เห็นภาพมาขึ้นว่า

บางครั้ง การที่เรารู้สึกอะไรบางอย่าง รู้สึกว่าอันนี้ สิ่งนี้

การกระทำแบบนี้ มันเป้นสัญญาณบางอย่าง มันไม่ใช่เรื่อง

ที่เกิดขึ้นทั่วๆไป แต่เรานั้นก็ไม่สามารถหาเหตุผล มารองรับ

ได้

(เพราะต้องยอมรับว่า สังคมของเราสอนให้เรานั้นตระหนัก

ถึงคำว่า เหตุ และ ผล ตลอดเวลา จนบางครั้งก็ทำให้เรามอง

ไม่เห็น รึ มองข้ามความจริงที่เกิดขึ้น ที่อยู่ตรงหน้าเรา เพียง

เพราะแค่ว่า เราหาเหตุผลไม่ได้ )


แต่แท้จริงแล้ว มันไม่ใช่ ไม่มีเหตุผล แต่ต้องบอกว่า มันเต็มไป

ด้วยเหตุผลที่อุดมไปด้วยเรื่องราวทางความคิด และประสบการณ์


เพราะฉนั้น อย่ามองข้ามสัญญาณที่เกิดขึ้น เพียงแต่ต้องแยก

ให้ออกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือ "สัญญาณ" รึเป็นเพียง

“อารมณ์ชั่ววูบ" เพราะมันเป็นเส้นบางๆ กั้นระหว่างกัน

ก็เท่านั้นเอง อย่าลืมว่าจิตใต้สำนึก กับ อารมณ์และความรู้สึก

เค้าอยู่บ้านติดกันนะ อิอิ


อ่ะ เหมือนจะยาวไป วันนี้เราพูดในมุม"เด็กวิทย์"แล้ว

ครั้งหน้า เราจะมาลองพูดในมุม "เด็กติสส์" กันบ้างก็แล้วกัน


คบเด็กสร้างบ้านก็งี้แหละ มีทั้งมุม

"เด็กวิทย์" และ"เด็กติสส์"

อิอิ



SIGN

ขนาดแมวยังชอบคลอเคลีย รองเท้า NBเลย อิอิ


SIGN

เพื่อนส่งรูปมาให้ เพื่อยืนยันว่า ของที่เราร่วมทำบุญไป

ถึงมือเด็กน้อยแล้วน้า ขอบคุณเด้อ ที่ช่วยเป็นสะพานบุญให้

อิอิ


     Share

<< เสร็จสิ้นแล้วกับภารกิจแบบผีผีSIGN Artist ver. >>

Posted on Fri 21 Jun 2013 11:58
Hello, all right brother there are obviously various blogging web sites SIGN - Diary of Mysterryboy, however I suggest you to use Google free blogging services.
Burberry Bags Sale   
Sat 7 Dec 2013 21:16 [18]
 

If some one wants to be updated with newest technologies after that he must be pay a visit this siteSIGN - Diary of Mysterryboy and be up to date all the time.
Ugg Sparkles Boot Sale   
Fri 6 Dec 2013 11:31 [17]
 

I always spent my half an hour to read this website content SIGN - Diary of Mysterryboy daily along with a cup of coffee.
Moncler Jackets   
Fri 6 Dec 2013 0:58 [16]
 

I know this site presents quality based posts SIGN - Diary of Mysterryboy and extra stuff, is there any other website which presents these kinds of data in quality?
Cheap Alexander Mcqueen Sale   
Tue 26 Nov 2013 13:03 [15]
 

I am sure this SIGN - Diary of Mysterryboy has touched all the internet people, its really really fastidious post on building up new weblog.
Air Max 95 Neon   
Thu 21 Nov 2013 2:54 [14]
 

Awesome YouTube video clips posted at this web page, I am going to subscribe for regularly updates, for the reason that I don't want to fail to take this series SIGN - Diary of Mysterryboy.
burberry canvas bag   
Tue 5 Nov 2013 14:24 [13]
 

Hahahahahahaha, this politics related YouTube video is truly so funny, I liked it. Thanks designed for sharing this SIGN - Diary of Mysterryboy.
Louis Vuitton outlet store   
Sat 19 Oct 2013 12:02 [12]
 

YouTube is world's biggest video sharing website, no one can defeat it. Every one add videos at YouTube then obtain embed code and post everywhere SIGN - Diary of Mysterryboy.
Gucci Bag   
Sat 19 Oct 2013 10:37 [11]
 

Downloading data from this website is as effortless |as clicking the mouse rather than other blogs which shift me here and there on the pagesSIGN - Diary of Mysterryboy.
Toms Outlet   
Fri 9 Aug 2013 2:39 [10]
 

I am John, how are you everybody? This article SIGN - Diary of Mysterryboy posted at this web page is truly fastidious.
Oakley Sunglasses   
Wed 7 Aug 2013 13:54 [9]
 

??????????????????????????????????????????UV???????????????????????????????????????
????? ?? ??   
Mon 15 Jul 2013 14:39 [8]
 

??????????????????????????????????????????????????????
????? ??????   
Mon 15 Jul 2013 12:48 [7]
 

???(UV)???????????????????
????? ??????   
Mon 15 Jul 2013 11:51 [6]
 

????????????????????????????????????????????????
???????????   
Wed 3 Jul 2013 7:50 [5]
 

???????????????????
????? ????????   
Mon 1 Jul 2013 8:46 [4]
 

?????????????????????????????????????????????????????????
???????????   
Sat 29 Jun 2013 18:00 [3]
 

?????????????????????????????????
????? ??   
Thu 27 Jun 2013 1:42 [2]
 

??????????TPO?????????????????
?????   
Wed 26 Jun 2013 10:08 [1]
 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh