บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี
ทำบุณชราชลีเด้อ
น้องสาวเพื่อน
คำเฉลยหลากหลายเรื่องราว
หลากหลายเรื่องราว
ไม่มีอะไร
รายงานหลังความตายของมารดา
บันทึกของการจากลา
กลับมาอีกครั้ง
แด่ผู้หญิงที่รักมากที่สุด
R.I.P My friend
ครัว ศอฉ.
เก็บตัวฝึกวิชา
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา
กิ้งก่า
อิมพีเรียล
My love
อ้อด แอ๊ด
SIGN Artist ver.
SIGN
เสร็จสิ้นแล้วกับภารกิจแบบผีผี
คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท
วันกลับมาจากวัด
วันก่อนไปวัด
ไปก่อนตาย ไม่เสียดายชาติเกิด ตอน Frozen Waterfall in Minnesota
มะ มา ละ
นะ นะ นะ
ปั่นจักรยานสวนรถไฟ
เดินเล่นยามโพล้ เพล้
ทักทาย
อะไรใหม่ๆ
หัวใจ และ ความคิด
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝันตอนจบ
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝัน 1
1-7 วันที่ผ่านมา
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 30
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 26-29
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: วันที่ 25
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


นาน จน ....เกือบจะลืมไปแล้ว ว่าชั้นเคยรักเธอมาก่อน...


....................................................................................................................................................................................................................................................................................

.......................



ตกลงมันเกี่ยวอะไรฟระ?? 55


แค่อยากจะบอกว่า เกือบลืมไปแล้วว่า จะเขียนว่าอะไรต่างหาก

ฮ่าๆ



ช่วงสองสามวันนี้ ก็มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย แต่ก่อนที่จะไปเรื่อง

ราวตรงนั้น เรามาว่า กันที่ประเด็นหลักกันก่อนดีกว่า


SIGN Artist ver.


จริงๆ จะบอกว่า เป็นเวอร์ชั้น อาร์ตติส ก็อาจจะไม่ตรงนัก

อืม เพียงแต่ในเวอร์ชั่นนี้ จะไม่มีเหตุผล มารองรับ อะไร

มากมาย แต่จะเป็นเรื่องของความรู้สึก ซะเป็นส่วนใหญ่


จริงๆ ก็อย่างที่บอกไปใน คราวที่แล้วว่า แท้จริงแล้ว มันก็

อาจจะมีเหตุผล ในตัวมันเองอยู่ เพียงแต่มันเป็นเหตุผล

ที่อยู่ภายในจิตใต้สำนึก ก็เลยทำให้เรานั้นยากที่จะอธิบาย


แต่ทั้งนีี้ ทั้งนั้น ก็ไม่อยากจะทำให้มันไปคาบเกี่ยวกับ

การที่ว่า"หาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง"


เพราะฉนั้น ขอพูดในมุมนี้ ดีกว่าว่า

“อยากให้รู้ว่า ตูติสส์ "

อิอิ


เราจะเริ่มยังไงดีนะ เรียบเรียงๆ เอ้ะ เขียนไม่ออก บอกไม่ไป

รึ จะไม่เขียนดีนะ เพราะไงวันนี้ ตูติสส์ อยู่แล้ว !!ฮ่าๆ


เคยมั้ย ที่เรามีคำถามเกิดขึ้นว่า

"ทำไม เค้าทำแบบนี้นะ ปกติเค้าไม่ใช่คนแบบนี้ นี่นา "


"เค้าไม่น่าทำแบบนี้นะ เอ้ เพราะอะไรกัน ?? "


ซึ่ง ถ้าโดยส่วนตัว ของผมนั้น เรื่องราวประมาณนี้ จะเกิดในมุม

ของเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา มากกว่า ซึ่งหลายๆครั้ง ผมนั้น

ก็หาเหตุผล ไม่ได้ จนสุดท้าย เมื่อได้เจอบ่อยๆ เข้า

ก็เลยสรุปกับตัวเองว่า

"เป็นเรื่องของสิ่งที่เรานั้นมองไม่เห็น

เป็นเรื่องของเจ้ากรรมนายเวร"


ผมควรจะอธิบายยังไงดีนะ? ?


บางคนก็พูดว่า คนจะรักกัน บุญต้องเสมอกัน ถึงจะไปด้วยกัน

ได้ดี ซึ่งในเรื่องนี้ ผมไม่ขอออกความเห็น เพราะไม่มีคำตอบ

จริงๆ


ยังงี้ ให้ดีกว่า ถ้ามีโอกาส ลองสังเกตุ กันเอาเองว่า

เวลามีโอกาสที่จะชวนคนที่เรารักไปทำบุญ รึ สร้างความดี

เค้ามีปฏิกิริยายังไง ยิ่งประเภทบุญเยอะๆ นี่สังเกตให้ดีเลย


คือในมุมนี้ ผมก็ไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะ ใจเรานั้นสงบ จนมอง

เห็นเรื่องราวบางอย่าง รึ เป็นเพราะมีแรงขับจากแห่งหนใดที่มา

เป็นตัวขับ ให้เกิดบางสิ่ง บางอย่าง กัน


ซึ่ง เรื่องนี้ ตัวผมไม่มีคำตอบ แต่คิดว่า ถ้าได้เขียน คงจะมีคน

ช่วยหาคำตอบ รึ อาจจะมีเรื่องราวดีดีมาแชร์ให้เรา ได้ความรู้

บ้างก็เป็นได้


หลายคนเกิดมาเพื่อใช้กรรมซึ่งกัน และกัน ถ้าเราประพฤติ

ปฏิบัติหมั่นทำความดี บุญของเราก็อาจจะทำให้เรานั้น สามารถ

ชดใช้กันได้เร็วขึ้น


รึบางคน เกิดมาเพื่อสร้างกรรมร่วมกัน ถ้าเราประพฤติ

ปฏิบัติหมั่นทำความดี บุญของเราก็อาจจะทำให้เรานั้น หยุด

ที่จะสร้างเวร สร้างกรรมต่อกัน เหมือนมีสิ่งมาคอยห้ามเอาไว้


ถ้าเราทำดี ถ้าบุญเราถึง เวลาที่เราจะพลั้งพลาดทำเรื่องไม่ดี

ที่เป็นการผูกเวร ผูกกรรมกับคนอื่น ก็จะมีเหตุ รึ มีอะไรดลใจ

ให้เราสามารถหักห้ามใจตัวเอง เอาไว้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่า

แบบนั้นนะครับ


ซึ่งท้ายสุดของSIGN Artist ver. นี้ก็ขอสรุปว่า

ให้เรานั้นได้มีแบ่งปันเรื่องราว

และร่วมกันหาคำตอบในมุมนี้


ขอให้รู้ว่า ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ที่เกิดขึ้น เรื่องบางเรื่องที่ไม่สมเหตุ

สมผล บางครั้ง มันก็เกิดขึ้น เพื่อเป็นสัญญาณให้เรานั้น

ได้ตั้งข้อสังเกต และ หาคำตอบเพื่อให้คลายสงสัย


เมื่อครั้งที่แล้ว ผมพูดถึงว่า ในสมองคนเราจะมีสิ่งที่เรียกว่า

"เครื่องหมายในสมอง( somatic marker ) “

ที่ทำให้เราสามารถมีคำตอบให้กับหลายๆ เรื่องได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งอันนั้น ผมยกมาจากตำรา


แต่ในวันนี้ ในเรื่องนี้ มาจากความเชื่อส่วนตัวของผม ที่เชื่อว่า

การสร้างบุญ สร้างกุศล

จะทำให้ชีวิตเรา พบเจอกับคำว่า

“เครื่องหมายในชีวิต( life marker ) “

ตัดกรรมเลว สร้างกรรมดี


แต่อย่างไรก็ตาม ผลของสิ่งเหล่านี้ ก็คือ การมีเครื่องหมาย

เป็นสัญญาณบอกทางให้กับชีวิต แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น สิ่งที่เราขาด

ไม่ได้ก็คือ สติ และ ปัญญา เพราะถึงแม้นจะมีป้ายบอกทาง

ให้เรา แต่หากเราไม่มีคติ ตั้งตนอยู่ยนความประมาท และขาด

ปัญญาในการพิจารณา


ป้ายสัญญาณบอกทางเหล่านั้น ก็คงจะเปล่าประโยชน์

เหมือนเราเดินมาเจอทางแยก มีป้ายบอกทางว่า ซ้ายไปเหว

เราเหลียวซ้าย และ ขวา แล้ว ก็คิดในใจ

“ ทางไปลงเหวยังไง ทำไม สองข้างทางมีแต่ทุ่งดอกไม้

สวยงาม แต่ดูทางที่บอกว่า เข้าเมือง กลับมีแต่ความแห้งแล้ง

ดูทุรกันดาล โห้ะ ไม่เชื่อหรอก ไปตามที่เห้ฯนี่แหละ"

สุดท้ายก็ตกเหวตาย


แต่ก็ไม่ได้หมายความ ว่า ให้เชื่อในสัญญาณจนขาดสติ

แต่ให้มอง แล้วใช้ปัญญาในการพิจารณา มองให้กว้างขึ้น

มองให้ลึกซึ้ง ยิ่งเมื่อชีวิต เจอสัญญาณ สิ่งที่ต้องการมากที่สุด

ก็คือ ความสงบ เพื่อที่จะสามารถ พิจารณา มันได้อย่าง

ถ่องแท้นั่นเอง



จากเรื่องความรัก ไปๆ มาๆ กลายเป็นเรื่องธรรมมะ

เรื่องเหนือธรรมชาติไปซะอย่างงั้น ถ้างง งง ลองอ่านไป อ่านมา

แล้วนำไปเขย่า ๆ ให้เยอะๆ หน่อย เหมือน ขนมหมีโคล่า

อะไรนั่น ที่เขย่าๆ จนมันกลายเป็น ช็อกโก้ บอล ไปเลย

อันนี้อ่านๆ เสร็จ ก็เอาเรื่องที่อ่านไปพิจารณา แล้วเขย่าๆ

มันในหัว บางทีอาจได้ผลลัพท์ที่ดีจนคาดไม่ถึงนะคร้าบ อิอิ


ท้ายสุดนี้ ไหนๆ ก็พูดเรื่องกรรม แล้ว ไปเจอบทความน่าสนใจ

มาอันนึง เลยขออนุญาติ นำมาให้อ่านกันเล่นๆ นะครับ



คำว่าตัดกรรมในที่นี้ ความหมายของผม คือตัดการกระทำอันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ทั้งทางกายและใจ ของตนเอง
เครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการตัดกรรม นี้ก็คือ การมีสติ

(การรู้สึกตัว)
การตัดนี้ตัดที่ต้นเหตุ ด้วยการมีสติ ในการ คิด การพูด และการกระทำ
ไม่ใช่ไปตัดกรรมด้วยวิธีทางไสยเวท หรือคาถา อาคม เพราะนั่นไม่ใช่เป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุ แต่เป้นพิธีทางใจที่ช่วยเสริมกำลังใจเท่านั้น
ในทุกวันนี้คนเราหันมาให้ความสนใจในเรื่องของกรรม ผลของกรรม มากขึ้น แต่ ยังไม่เข้าใจว่า ทำอย่างไรเราจะตัดกรรมได้จริงๆ


หลายคนบอกว่า กรรมตัดไม่ได้ แต่ผมขอบอกเลยว่าตัดได้ครับ ถ้าจะถามว่าตัดได้ด้วยอะไร ก็เราสามารถตัดกรรมได้ด้วยการมีสติ ก่อนคิด ก่อนพูด ก่อนทำ อะไรก้ตาม ถ้าเรามีสติ เราก็ไม่ทำกรรมที่ไม่ดี แต่ถ้าเรายังขาดสติ เราก้ยังเผลอทำกรรมที่ไม่ดีอยู่เรื่อยไป
คนส่วนมากที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ เลยมักจะไปหาพิธี แก้กรรม ตัดกรรม แบบทางไสยเวท แต่ตามที่จริงแล้ว วิธีที่จะตัดกรรมได้ดีที่สุด คือการใช้สติ การมีสติ เป็นตัวตัดกรรม
การตัดกรรมนั้น เราสามารถใช้สติในการตัดการกระทำของเราที่ไม่ดีได้ด้วยการมีสติ
แต่การตัดผลของวิบากกรรมนั้นคงไม่สามารถตัดได้ เนื่องจาก เป้นกฏของความเป้นไปในธรรมชาติ5อย่าง ที่เรียกว่า นิยาม อันมีด้วยกันอยู่5อย่างคือ


ซึ่งกฎที่ว่านี้มีอยู่5ประเภท เรียกนิยาม 5 (กำหนดอันแน่นอน,
ความเป็นไปอันมีระเบียบแน่นอนของธรรมชาติ)ได้แก่
1.
อุตุนิยามกฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับอุณหภูมิ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ต่าง ๆ โดยเฉพาะดิน น้ำ อากาศ และฤดูกาล อันเป็นสิ่งแวดล้อมสำหรับ
มนุษย์หรือวัตถุที่ไม่มีชีวิตทุกชนิด ซึ่งเมื่อมีเหตุปัจจัยเพียงพอก็จะเกิดขึ้น
โดยธรรมชาติของมันเอง ไม่มีใครเป็นผู้กำหนดหรือห้ามได้ “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” เช่น การที่ฝน
จะตก ก็ต้องมีเหตุปัจจัยเพียงพอให้เกิด ซึ่งได้แก่ การระเหยของน้ำบนดิน
การรวมตัวของก้อนเมฆ การเกิดลมพัด การกระทบกับความเย็น เป็นต้น


2.
พีชนิยามกฎธรรมชาติที่ครอบคลุมความเป็นไปของสิ่งมีชีวิต
ทั้งพืชและสัตว์ เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ เช่น เมื่อเรานำเมล็ดข้าวเปลือกไปเพาะ ต้นที่งอกออกมาจะต้องเป็นต้นข้าวเสมอ หรือ ม้าเมื่อออกลูกมา
แล้วย่อมเป็นลูกม้าเสมอ ไม่มีทางเป็นแมวได้เลย


3.
จิตตนิยามกฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับกลไกการทำงานของจิต
กระบวนการของความคิด ซึ่งจิตมีกฎเกณฑ์ในการทำงานและแสดงพฤติกรรม
เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว เช่น ควบคุมยาก เปลี่ยนแปลงเร็ว เกิดดับตลอดเวลา


4.
กรรมนิยามกฎธรรมชาติเกี่ยวกับการกระทำของสิ่งมีชีวิต
คือกระบวนการให้ผลของการกระทำ เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่มีใคร
รับกรรมแทนใครหรือตัดกรรมให้ใครได้ เป็นต้น

5.ธรรมนิยามกฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ และอาการ
ที่เป็นเหตุเป็นผลกันแห่งสิ่งทั้งหลาย เป็นกฎสากลที่ครอบคลุมความเป็นไป


ทั้งฝ่ายจิตและฝ่ายวัตถุ กฎข้อนี้มีขอบเขตครอบคลุมกว้างขวางที่สุด(กฎ4ข้อข้างต้น ก็สรุปรวมลงในข้อนี้)อันได้แก่กฎไตรลักษณ์ทั้ง3คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา


การตัดกรรม(ตัดที่การกระทำ)
เครื่องมือที่สำคัญ คือ สติ สตินี้เป้นเครื่องมือที่สำคัญ ในการตัดการกระทำได้แบบชัดเจน ได้ผล เกินร้อย แน่นอนยิ่งมีสติมากเท่าไหร่ ยิ่งตัดเหตุแห่งการกระทำได้เท่านั้น มีสติมากตัดได้มาก มีสติน้อยตัดได้น้อย ไม่มีสติตัดไม่ได้เลยใจก็จะทำตามกิเลสไปเรื่อยๆ



 




 


อย่าลืมพก"สติ"กันนะคร้าบบ^^




     Share

<< SIGNอ้อด แอ๊ด >>

Posted on Mon 24 Jun 2013 16:00
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh