เรื่องราวเกี่ยวกับความรัก
ออกแรงแล้วก็กิน
I love you more
บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี ตอนจบ
บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี ตอนพักครึ่ง
บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี
ทำบุณชราชลีเด้อ
น้องสาวเพื่อน
คำเฉลยหลากหลายเรื่องราว
หลากหลายเรื่องราว
ไม่มีอะไร
รายงานหลังความตายของมารดา
บันทึกของการจากลา
กลับมาอีกครั้ง
แด่ผู้หญิงที่รักมากที่สุด
R.I.P My friend
ครัว ศอฉ.
เก็บตัวฝึกวิชา
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา
กิ้งก่า
อิมพีเรียล
My love
อ้อด แอ๊ด
SIGN Artist ver.
SIGN
เสร็จสิ้นแล้วกับภารกิจแบบผีผี
คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท
วันกลับมาจากวัด
วันก่อนไปวัด
ไปก่อนตาย ไม่เสียดายชาติเกิด ตอน Frozen Waterfall in Minnesota
มะ มา ละ
นะ นะ นะ
ปั่นจักรยานสวนรถไฟ
เดินเล่นยามโพล้ เพล้
ทักทาย
อะไรใหม่ๆ
หัวใจ และ ความคิด
30 วันแห่งความเพ้อเจ้อ :: ท้ายสุดบทสรุปแห่งฝันตอนจบ
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


สวัสดีครับ ห่างหายไปนาน

เพิ่งกลับมาถึง กทม เมื่อวานนี้ หลังจากไปภารกิจพิเศษ

ที่เชียงใหม่มา


มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ในช่วงที่ผมหายตัวไป


มากมาย จนผมถามตัวเองว่า ผมนั้นควรจะรู้สึกอย่างไร

กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นดี??


จุดเร่ิมต้นของหัวข้อในวันนี้ ขอเริ่มต้นตั้งแต่ วันจันทร์ที่แล้ว

ก็แล้วกันนะครับ



วันจันทร์

เปิดฉากมาอย่างเงียบสงบ ราว กับท้องฟ้าสีหม่นๆ และฝนที่ตก

พรำๆ


โดยปกติ ร้อยวัน พันปี เช้าวันจันทร์ แบบนี้ ก็มักจะไม่ค่อยมี

กิจกรรมอะไรมากมาย เพราะผมนั้น มักจะหลีกเลี่ยง

การที่ต้องนู่น ต้องนี่ ในวันนี้ เนื่องจากโดยปกติ วันทำงาน

วันแรกแบบนี้ รถมักจะติด และค่อนข่างวุ่นวายเลยทีเดียว


แต่จันทร์ที่ผ่านมานี้ บังเอิญว่า มีเอกสารต้องให้ วิน วิ่งไปส่ง

สองสามที่ ก็เลยต้องลงจัดการแต่เช้า ละเอกสารเจ้ากรรมก็ดัน

อยู่ในรถของหุ้นส่วนที่เอามาฝากไว้ ซึ่งจอดอยู่บนตึกจอดรถของ

คอนโด


ตอนลงมาก็เห็นรถตำรวจจอดอยู่หน้าตึก ก็ไม่คิดอะไร คิดในใจ

คงจะมาตรวจเวรตามปกติ ก็เลยเดินผ่านไปไม่สนใจ

ก็เลยเดินไปที่อาคารจอดรถ เข้าไปในลิฟท์ กดชั้น 9แล้วก็กด

ปิดลิฟท์ก็เหมือนจะไม่มีอะไร


...แต่แล้ว...


ประตูลิฟท์ปิด แล้วก็เปิด เราก็คิดว่า ปุ่มอาจค้างก็เลยกดปุ่ม

ปิดประตูอีกครั้ง ประตูลิฟท์ก็เลื่อนปิด แล้วก็เปิดอีกครั้ง

เป็นแบบนี้ ประมาณ 3ครั้ง ก็เลยชะโงกหน้าไปดูที่ปุ่ม

กดลิฟท์ด้านนอกว่า มีไฟ ข้างอยู่มั้ย ปรากฏว่า ก็ไม่มี ปกติ

คราวนี้ ก็เลยปุ่มปิดประตู ค้างไว้เลย ก็เลยได้ขึ้นมาเอาเอกสาร


ขาลง ก็ไม่มีอะไร ประตูปิดปกติดี พอเดินมาหน้าตึก เอ้ะ รถ

ตำรวจยังไม่ไป แฮะ เอ๋ แล้วไหงมีรถพยาบาลด้วย


มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า ก้แล้วทำไมเอาเอกสารแล้ว

ไม่เดินไปส่งให้วิน เลย

เหตุผลก็ไม่มีอะไร มาก ครับ ผมรู้สึกแปลกๆ ก็เลยเดินกลับ

มาเอาสร้อยพระมาแขวนคอ เพราะเมื่อกี้ตอนลงมา ดันลืม55


กลับมาที่กำลังจะเดินเข้าตึก เห็นรถพยาบาล ก็เริ่มตะหงิดๆ

คิดว่า น่าจะมีคนป่วย พอตอนเดินสวน ก็มาเจอะ ตำรวจ

สองนายพอดี เค้าออกประตูมาไม่ได้ เพราะแสกนนิ้วไม่ได้

ไอ่เรามาถึง ก็เลยแสกนให้เค้าออกมา พอเค้าออกมา เค้าก็บอก

ยาม ว่า เดี๋ยว รถกู้ภัยจะมานะ เราก็ฟังๆ แล้วก็เดินขึ้นห้องไป


ยังคิดอะไรไม่ออก แต่เริ่มอยากรู้ว่า เกิดอะไรขึ้น พอห้อยพระ

เสร็จ ก็เดินลงมา ถามยามข้างล่างว่า มีคนตายเหรอครับ

ยามก็บอกว่า ใช่ เอ่อ คิดในใจ ดีที่ตูไม่รู้ตั้งแต่ตอนขึ้นลิฟท์

เมื่อกี้ ไม่งั้นคงหลอนกว่านี้


ตอนเดินไปส่งเอกสารให้วิน รถพยาบาลอีกคันก็วิ่งสวนมา

ด้วยความรีบเร่ง


พอเดินกลับมาถึงหน้าตึก ก็เห็นรถกู้ภัย เปิดท้ายกระบะ

เป็นร่องพอดิบพอดี ประมาณตัวคนนอนยาวๆ ตอนแรกกะจะ

ถ่ายไปแกล้งเพื่อนๆ แต่คิดไปคิดมา กลัวถ่ายติดอะไร เลยเก็บ

ความคิดดีดี นี้ไว้ พอลองดูหน้าตึกตรงข้าม ก็มีไทยมุงประมาณ

สองสามคน ก็เลยลองมายืนหน้าตึกเราดิ้ ดูว่า เค้าจะพูดว่าไง


แหม้ สมกับเป็นคนไทย จริงๆ พี่แกเล่นพูดบิ้วซะขนลุกเลย


“ นี่นะ ดูฟ้าสิ วันไหนมีคนจากไปนะ ฟ้าจะหม่นๆ ฝนตก

พรำๆ แบบนี้ ไม่รู้เป็นยังไง .... “


เอ่อ ฝน ฟ้า มันก็เป็นไปตามธรรมชาติ ละมั้งครับ แหม่

บิ้วซะ ตรูเห็นภาพ เรือนไทยสมัยโบราณ บรรยากาศ

ริมคลองแม่นาคเลย แสรดด


มาถึงตรงนี้ ชีวิตเร่ิมมีปัญหาละ เพราะเดี๋ยวต้องออกไปข้างนอก

ก็เลยกะว่า เดี๋ยวรอพักใหญ่ๆ ค่อยออกไป รอเค้าทำอะไรเสร็จ

กันก่อน


ก็รออีกประมาณ ชั่วโมงกว่า ก็เลยเดินออกมา พอเดินมาถึง

บันไดที่กำลังจะลงมาชั้น 1ได้ยินเสียง โวยวาย เราก็ก้มลงไป

มองที่ลิฟท์ เห็นประตูลิฟท์กำลังเปิดออก...เสียงโวยวายแบบนี้

ไม่เป้นอะไรอื่นแน่ นอกจากขน ...ลงมา


ร่างกายสั่งให้ขาหยุดเดินอัตโนมัติ ได้ยินเสียงคนในลิฟท์ตะโกน

ออกมา บอกให้ยามมาช่วยยก ยามก็คงจะกลัวไม่กล้าไป

จนคนในลิฟท์ต้องตะโกนซ้ำ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว มาช่วยกัน

หน่อย เอ่อ นะ พวกลุกพี่ คงเห็นจนชินตาแล้วกับเรื่องอะไรแบบ

นี้ แต่ คนปกติ ชีวิตนึง จะได้เห็นซักกี่ครั้งกัน อีตอนที่กำลังคิด

ในใจ เอ่อ กลิ่นมาแบบจัดเต็ม รีบกลั้นหายใจแทบไม่ทัน


แม่เจ้า ตูเอ้ย อุตส่าห์ รอเวลา ตั้งนาน นึกว่าจะเรียบร้อยแล้ว

ที่ไหนได้ มาเจอะ แจ็กพอต อีก กรู้ ว ว ว ว


เลยเดินออกอีกตึกเลย เห็นน้ำหยดที่พื้น คิดในใจ น้ำเหลืองรึ

เปล่าฟระ ยกขาข้าม แบบเกรงใจ ในบัดดล


พอมาสอบถาม ก็ได้ความว่า จริงๆ แล้วคนที่เสียไป ตอนเช้า

เค้ายังเป็นคนโทรเรียกรถพยาบาลเอง แต่บังเอิญรถพยาบาล

มาช้ามาก จนความดันเค้าขึ้น หายใจไม่ออก และช็อกเสีย

ชีวิตไป ยังหนุ่มแท้ๆ แค่สี่สิบเอง


อนิจจัง เริ่มต้นสัปดาห์มา ด้วยเรื่องราวสีหม่นๆ


วันอังคาร

วันนี้ น่าจะวันที่ผลการตรวจของแม่ ออก แม่ป่วยไม่มีแรง

มาหลายอาทิตย์ และเริ่มมาทรุดหนักไม่กี่วัน พี่สาวก็เลย

พาแม่ไปตรวจ ซึ่งผลก็น่าจะออกวันนี้ แต่แล้วพอผลออกมา

หมอก็บอกว่ายังไม่รู้ว่าเป็นอะไร ต้องให้ตรวจซ้ำอีกครั้ง

และมานอนที่ รพ ซึ่ง ณ ขณะนั้น พวกพี่สาวก็เริ่มทนไม่ไหว

เพราะรอผลตรวจมาก็หลายวัน อาการของแม่ก็เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ

รักษาอะไรก็ไม่ได้ เลยย้าย รพ จาก เอกชนไปเป็นของรัฐ


ซึ่งได้ความว่า วันพรุ่งนี้จะพาไปแม่ตรวจ และนอนที่รพ ของรัฐ


วันพุธ

พี่สาวก็รีบพาแม่ไป ตั้งแต่ หกโมงเช้า เพราะโรงบาลของรัฐ

นี่เป็นอะไรที่คนเยอะ คิวยาวมาก พอหมอเอ็กเรย์ ตรวจนู่นนี่

นั่น ก็ได้ความว่า สถานการณ์ตึงเครียดมาก เพราะหมอพบว่า

มีเชื้อร้าย เต็มปอดไปหมด แต่ยังไม่รู้ว่า เป็นอะไร ต้องเจาะ

ปอด เพื่อค้นหาคำตอบ


ในตอนแรก หมอจะให้กลับบ้าน แต่พอหมอดึงฟิมล์ขึ้นมาดูอีก

ครั้ง ก็บอกว่า ไม่ได้ ต้องนอน และให้เครื่องช่วยหายใจโดยด่วน

เพราะ ณ ตอนนี้ ออกซิเจนในร่างกายแม่ต่ำมาก

แม่จึงได้นอน รพ และ ใส่เครื่องช่วยหายใจ อยู่ที่ห้องฉุกเฉิน

เพราะหมอกลัวว่าจะช็อก


ณ ขณะนั้นเป็นตอนเที่ยงๆ พอพวกพี่สาวทุกคนรู้ข่าว ก็ตกอก

ตกใจ ร้องห่มร้องไห้กันใหญ่ เพราะตั้งแต่คราวที่เสียพ่อไป

บ้านเราก็ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรแบบนี้อีกเลย

บางคน ที่ทำงานประจำ ก็ลาเลย เพื่อไปเยี่ยมแม่ ส่วน

ตัวเรานั้น ก็ใจไม่ดี แต่ฟังพี่พูดไป โวยวายไป เราก็พูดอะไร

ไม่ออก มันจุกอยู่ในลำคอ พอวางโทรศัพท์จึงถามตัวเองว่า


เรากำลังรู้สึกอะไรอยู่??


และเราควรจะรู้สึกยังไง??


และตอนนี้เราควรจะต้องทำยังไง??


สมองมันบอกเรา ว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ที่มีการเกิด

กการเจ็บ การป่วย และการจากไป มันเป็นสัจธรรมของชีวิต

และหัวใจ เรากลับรู้สึกอีกอย่าง


ผมก็ไม่รู้ว่า ผมนั้นเสียใจรึเปล่า เพราะหัวสมองมันว่างเปล่า

แต่น้ำตามันก็ไหลออกมา


รู้สึกตัวเองเหมือนคนโง่


เพราะไม่รู้ว่า ควรจะรู้สึกยังไง ควรจะเสียใจมั้ย รึว่าจริงๆ แล้ว

เราก็กำลังเสียใจอยู่ แต่ทำไม เราถึงหาเหตุผลไม่ได้ว่า

น้ำตาเรามันไหลทำไม เราเสียใจ เพราะอะไร

ทำหน้านิ่งๆ แต่น้ำในตามันก็ไหลออกมา


ก็รอฟังข่าวจากพี่สาว


พอเย็นๆ ได้ความว่า ตอนนี้ หมอให้พักรอดูอาการ เพราะ

ตอนนี้ร่างกายของแม่อ่อนแอมาก ไม่สามารถเจาะปอดเพื่อ

ตรวจได้


ก็เลยซื้อตั๋วไป วันเสาร์รอบเช้าสุด เพราะซื้อกะทันหัน ตั๋วเต็ม

เกือบหมด ส่วนนึง คงเป็นเพราะมีรับปริญญาที่นู่นด้วย

ก็กะว่า พอเครื่องลงก็ไปเยี่ยมแม่ก่อน แต่ก็ได้ความในตอนหลังว่า


เยี่ยมได้ เฉพาะ ตอนเที่ยง และบ่ายสาม เพราะตอนนี้ห้อง

พิเศษเต็มหมด ต้องอยู่ห้องฉุกเฉิน รวมไปก่อน


ก็พยายามทำใจร่มๆ ไม่คิดอะไร


วันศุกร์

ขณะกำลังออกกำลังกาย ที่คอนโด ตอนบ่ายๆ เนื่องจาก

ห้องเป็นกระจก ติดกับทางเดินของอีกตึก จึงได้เห็นว่า

มีรถ รพ มาอีกละ เอ่อ ใครเป็นอะไรอีกล่ะเนี่ย ซักพักก็มีคน

แก่ นอนรถเข็นใส่สายยาง ระโยง ระยางเต็มไปหมด

เอ่อ หนักขนาดนี้ ทำไม ไม่พักที่บ้านนะ แต่ก็เข้าใจ

สมัยนี้ สังคม มันเเปลี่ยน คนต้องทำงานหนัก บางครั้ง

การที่ให้เค้าไปนอนที่บ้าน ซึ่งก็คาดว่าอาจะเป็น ต่างจังหวัด รึ

ชานเมือง คนที่ต้องทำงาน ก็คงไม่สะดวก


คิดในใจ ทำไม อาทิตย์นี้ มันเจอแต่เรื่องแบบนี้ฟระ


ซึ่งในเรื่องนี้ ก็ได้ความจากหลวงพี่ว่า

“เทวทูต นั้นมาปรากฏ ให้เราเห็น "


เอ่อ หลอนอีกแล้วครับ จนไปเชียงใหม่ ถึงไปตามหลวงพี่

อีกครั้งว่า

“หลวงพี่ครับ ทำไม ยมทูต ถึงมาปรากฏให้ผมเห็นล่ะครับ

ผมจะตายแล้วเหรอครับ"


“บ่ใจ่แชมป์ เทวทูต บ่ใจ่ ยมทูต เขามาปรากฏ เพื่อให้รู้ และ

เข้าใจ ในสัจธรรม ในวัฏฏะของชีวิต ถือว่าเป็นคนมีบุญ ถึง

ได้เห็น"


เอ่อ เล่นเอาจิตตก ไปชั่วขณะ ไอ่เราก็นึกว่า ยมทูต ที่แท้เทวทูต

นี่เอง ฮ่าๆ


วันเสาร์

ขึ้นเครื่องตั้งแต่7โมง ต้องไปถึงสนามบินตั้งแต่6โมง

แทบจะไม่อยากลุก เพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอน ก็ปาเข้าไป

จะตี1ไม่รุเปนไร นอนไม่ค่อยหลับ สะดุ้งตื่นตลอด


มาถึงสนามบินเชียงใหม่ แปดโมงนิดๆ ไม่ดีเล รถโรงแรมมารอ

รับ เรียบร้อย มาถึงก็ไปดู ของโรงงานนิดนึง เพราะอยู่ใกล้ๆ

สนามบิน ก่อนจะไปตลาดหนองหอย ซื้อปลา ไปปล่อย

วันนี้ มาเช้าเกิน ปลายังไม่มา เหลือแต่ของเก่า ตัวใหญ่ๆ

ทั้งน้าน ก็เลยเหมาหมด เกือบสิบตัว ไปปล่อยที่วัดชัยมงคล

ที่เดิม


ปล่อยปลาเสร็จ ก็ไปหาหลวงพี่ เอาของไปถวายท่าน แล้วก็

สนทนากับท่าน เพื่อรอที่จะไป โรงพยาบาล เมื่อถึงเวลาก็

ไปแวะรับพี่สาวที่บ้าน ก่อนไปโรงพยาบาลด้วยกัน


แค่เห็นน้ำตาก็จะไหล สภาพท่านดูโทรมลงไปถนัดตา

ใส่เครื่องช่วยหายใจ ถึงแม้นเราจะพยายามหยอกล้อ

ให้ความหวังมากเท่าใด แต่น้ำตาก็จะไหลเสียให้ได้ แม่ก็หัวเราะ

เบาๆ เพราะอ่อนแรงมาก สภาพในห้องพัก ค่อนข้างหดหู่เลย

ทีเดียว แต่ละคน อาการหนักมาก คนข้างเตียงแม่

เป็นคุณยายคนนึง ที่ดูเหมือน

จะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ลูกสาวร้องไห้ตลอดเวลา แต่ก็

พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ น่าสงสารมาก

(สงสารแต่คนอื่น ไม่สงสารตัวเองเหรอฟระ ฮ่าๆ)


ตอนเย็นที่เจอกันอีกครั้ง ก็เห็นคุณตาซึ่งน่าจะเป็นสามี

มานั่งสวดมนต์ข้างๆ พยายามกระซิบ พูดกับคนไข้ตลอดเวลา

เหมือนพยายามที่จะส่งเสียงของเค้าให้ไปถึงให้จงได้

เคยเห็นแต่ในหนัง ไม่คิดเลยว่า จะได้เห็นของจริงในวันนี้



กลับมาที่เรื่องของตัวเองดีกว่า


ผมนั้นก็พยายาม จะคุยตลก กับแม่ ให้แม่ได้ยิ้ม พยายาม

จะพูดอะไร ที่ทำให้เค้ามีความหวัง แต่ก็ไม่รู้ทำไม ยิ่งพูดอะไร

แบบนี้ มันยิ่งกลับทำให้เราเศร้า เศร้า และเศร้า น้ำตา

จะไหลตลอด จนเหมือนว่า พูดอะไร ก็พูดไม่จบ

เปลี่ยนไปจับมือแทน น้ำตากลับไหลมาอย่างง่ายดาย


พอหมดเวลาเยี่ยมตอนเที่ยง ปุ้บ ก็รีบไปหาซื้อ เครื่องดื่ม

อาหารเสริมที่ให้พลังงาน เปลี่ยนน้ำดื่มทั้งหมดเป็นน้ำแร่

อย่างดี เลือกเอาชนิด ขวดสวยๆ ที่ปกติ เรานั้นก็ไม่อาจดื่ม


กลับมาอีกทีตอนบ่ายสาม แม่ก็เหมือนจะมีกำลังใจขึ้น

ดื่ม เครื่องดื่มที่เราซื้อมาจนหมด เพราะเรายุ บอกว่า ให้

พลังงานเยอะ และอร่อยด้วย ซึ่งแม่ก็ชอบ เพราะแม่บอก

มันหวานมันดี


สถานการณ์ ตอนเย็น ก็เหมือนจะคลี่คลายไประดับนึง

ทุกคนก็เริ่มมีรอยยิ้มได้ เพราะอาการแม่เหมือนจะทรงๆ และดี

ขึ้นนิดหน่อย


ก็แยกย้ายกันไป


พอกลับมาถึง โรงแรม อาบน้ำ นู่นนี่ นั่นเสร็จ ก็ข้นไป

กินข้าว บนชั้นดาดฟ้า โรงแรม กับ แฟนเก่า ที่ไมไ่ด้เจอกัน

เกือบสามปี แต่ก็ไม่ได้กลับมาเจอเพราะความเสน่ห์หา

แต่อย่างใด มาเจอกัน เสมือนเพือ่นกันคนนึง โดยเหตุผล

ส่วนตัวของเรานั้น เราแค่อยากรู้ว่า เค้าจะเปลี่ยนไปในทิศทาง

ไหน จะเป็นเหมือนที่เราเคยคิดว่า เค้าจะเป็นยังงั้น ยังงี้มั้ย


ผมนั้น ชอบทำวิจัย กับชีวิตจริง


ซึ่งตลอดการคุยกัน สองสามชั่วโมง ก็ต้องเรียกว่า ผมนั้นได้

แต่รับฟัง แทบจะไม่ได้พูด จนผมแซวเค้ากลับว่า ไม่รู้

เพราะผมเรียบร้อยขึ้น รึ เค้าแกร่งกล้า ขึ้นกันเลยทำให้

สถานการณ์เป็นแบบนี้


ซึ่งจริงๆ ที่ผมไม่พูด ไม่ใช่ว่า ไม่มีอะไรจะพูด เพียงแต่

ผมนั้น มองแล้วว่า ณ ตอนนี้ เค้านั้นเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

และกำลังสนุกสนานกับการใช้ชีวิต ในสังคมใหม่ๆ

กำลังเริ่มที่จะเข้าสู่โลกของธุรกิจ กำลังมองโลกด้วยความสวยงาม

ซึ่งผมก็บอกว่า ลองใช้ชีวิต แบบที่คิดไปก่อน แล้วอีกหนึ่งปี

ให้หลังเราค่อยมาคุยกันในเรื่องนี้อีกครั้ง


ซึ่ง บทสรุป ของการพบเจอกันครั้งนี้ ก็ทำให้การวิจัยของผม

นั้น ถึงตรงจุดนี้ก็ยังคงสามารถยืนยันได้ว่า เค้ายังเป็นไป

ตามที่ผมคิดเป้ะ ถึงตรงนี้ เราก็แค่รอดูว่า อีกหนึ่งปีให้หลัง

เค้าจะเป้นอย่างที่เราคิดมั้ย


. . . ไม่มีมิตรภาพบนโลกของธุรกิจ. . .


ซึ่ง เรื่องราวในด้านนี้ก็ได้มาตอกย้ำ

มากระหน่ำ ซ้ำเติมผม ในช่วง

จังหวะเวลานี้ พอดิบ พอดี ในเวลาที่เรากำลังอ่อนแอ

วันเสาร์ หุ้นส่วน ก็โทรมาแจ้งข่าว ที่ไม่ค่อยดีนัก ในเรื่อง

ของการที่เราลงทุนร่วมกับเค้า


ในเรื่องนี้ช่วยตอกย้ำในความจริงที่ว่า

1.

คนทุกคน มีความเห็นแก่ตัวเป็นสมบัติ ส่วนตัวกันทั้งนั้น

ไม่ว่าเราจะคิดว่า คนคนนั้นเป็นคนดีแค่ไหนก็ตาม


2.

ไม่มีมิตรภาพในโลกของธุรกิจ


3.

ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามที่เราไปเกี่ยวข้อง ขอให้รู้ว่า อย่าไว้ใจคนอื่น

ถึงแม้นคนอื่นจะพูดว่า เป็นความรับผิดชอบของเค้า

มีอะไรเค้าแก้ปัญหาให้ได้

ตลอดชีวิตของผมที่เจอมา ถ้าดีจะมีแต่คนกันรับ แต่ถ้าเสีย

จะมีแต่คนช่วยโยนออกไปให้พ้นตัว



ช่วงนี้ เรียกได้ว่า มาหนัก จัดเต็ม ในทุกเรื่อง ทุกไลน์ของชีวิต

ทุกไลน์ธุรกิจ เลยก็ว่าได้ จนไม่รู้เลยว่าควรจะเริ่มแก้ปัญหา

ที่เรื่องไหนดี อยากจะรีบกลับ กทม มาก เพราะตอนนี้ทุกอย่าง

รอบๆ ตัว มันหมุนเร็วมาก จนสติ เราตั้งรับไม่ทัน แถมไม่พอ

มาเจอปัญหา ในเรื่องของความรู้สึกอีก ที่แม้นเราจะรู้ และ

เข้าใจมันด้วยเหตุ และ ผล แต่หัวใจ เรามันกลับแสดงออก

ในทางตรงกันข้าม


ผมว่า วันนี้จะยาวไป กลัวลง ละเวบจะแฮงค์

เพราะเรื่องราวยังอีกยาว วันนี้ แม่กำลังจะเจาะปอด เพื่อ

เสี่ยงดูว่า อาการจะเป็นยังไงบ้าง ก็ภาวนา ขอให้รอด

ปลอดภัย เพราะความเสี่ยงที่ร่างกายจะรับไม่ไหวอยู่ที่50/50

เดี๋ยวเราค่อบกลับมาต่อกันในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะครับ^^





     Share

<< กิ้งก่าสัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2 >>

Posted on Tue 16 Jul 2013 17:37
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh