เฉลยเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก
เรื่องราวเกี่ยวกับความรัก
ออกแรงแล้วก็กิน
I love you more
บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี ตอนจบ
บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี ตอนพักครึ่ง
บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี
ทำบุณชราชลีเด้อ
น้องสาวเพื่อน
คำเฉลยหลากหลายเรื่องราว
หลากหลายเรื่องราว
ไม่มีอะไร
รายงานหลังความตายของมารดา
บันทึกของการจากลา
กลับมาอีกครั้ง
แด่ผู้หญิงที่รักมากที่สุด
R.I.P My friend
ครัว ศอฉ.
เก็บตัวฝึกวิชา
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา
กิ้งก่า
อิมพีเรียล
My love
อ้อด แอ๊ด
SIGN Artist ver.
SIGN
เสร็จสิ้นแล้วกับภารกิจแบบผีผี
คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท
วันกลับมาจากวัด
วันก่อนไปวัด
ไปก่อนตาย ไม่เสียดายชาติเกิด ตอน Frozen Waterfall in Minnesota
มะ มา ละ
นะ นะ นะ
ปั่นจักรยานสวนรถไฟ
เดินเล่นยามโพล้ เพล้
ทักทาย
อะไรใหม่ๆ
หัวใจ และ ความคิด
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2

อากาศยามเช้าก่อนออกเดินทาง


หลังจาก ที่กำลังพูดคุย ดื่มกันไป ซักพักก็ได้โทรศัพท์จากพี่สาว

ด้วยความร้อนรนว่า ให้ไปที่โรงพยาบาลด่วน

แม่อาการทรุดหนัก


ก็เลยให้แฟนเก่าไปส่ง ชีก็ไปแบบเมาๆ แล้วก็เฮ้อ เพลียใจจริงๆ

กับชีจริงๆ คนเราถ้าอยากจะรู้จักกันจริงๆ ให้ดูเวลาที่

จะประพฤติ ปฏิบัติตัวยังไง ถ้าเราสังเกตดีดี เราก็จะสามารถ

มองเห็นได้ว่า ณ ปัจจุบันคนคนนี้ เป็นคนยังไง


พอไปถึงไอ่เราก็คิดในใจ สงสัยจะโดนพวกพี่สาวสวดแน่ๆ

หน้าแดงมาแบบนี้ แต่ก็ทำใจละ ไปถึง แม่ก็เปลี่ยนเครื่องช่วย

หายใจ มาเป็นแบบที่ให้ออกซิเจน ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

พวกพี่สาวก็นั่งกันอยู่ข้างนอกบ้าง ยืนที่เตียงบ้าง ละก็เหมือน

เดิม เดินมาบอกว่า อย่าร้องไห้ให้เค้าเห็นนะ เหมือนตอนที่พ่อ

เสียเด้ะ คิดในใจ เบื่อมาก จนแทบจะอยากเดินหนี

ไม่ให้ร้องตอนนี้ ละจะให้ร้องตอนไหนฟระ


ก็แอบมีเรื่องฮาๆ มาในภาวะที่ตึงเครียดแบบนี้

ซักพักพี่สาวอีกคน ก็เดินมาพูดแบบรู้สึกผิดว่า เมื่อกี้กำลัง

นั่งกินเบียร์กับพี่เขยที่ร้านอาหาร เพราะออกจาก รพ ไป

ก็กะว่าจะหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน+เครียดๆ มาหลายวัน

เลยดื่มนิดหน่อยพอให้ผ่อนคลาย ส่วนพี่อีกคน ก็พูดว่า

เมื่อกี้ก็กำลังนั่งดื่มไวน์กับเพือ่นที่บ้าน ไอ่เราก็เข้าใจนะ

เพราะทุกคนที่นี่ คงจะเครียดมาหลายวัน ก็เลยทำให้เรานั้น

รอดตัวไป


รอซักพัก พยาบาลก็มาย้ายแม่ ลงมาห้อง ไอซียู คราวนี้

ก็เยี่ยมลำบากกว่าเดิม เพราะเข้าได้ทีละคน และเป็นเวลาอีก


ตอนนี้แม่ยังรู้สึกตัวปกติ ยังมีอารมณ์ขันบ้าง แต่พูดไม่ได้

เพราะมีสายยางอยู่ในปาก


พอแยกย้าย เราก็กลับมา รร ตามเดิม

อาบน้ำ เตรียมตัวนอน เพลียสุดๆ เที่ยงคืนกว่าแล้วด้วย

แต่ความรู้สึกเหมือนไม่อยากนอน มันหลากหลายอารมณ์

ปนเป กันไปหมด ก็เลยเล่นๆ ไอแพด พอกำลังนอนเล่นไอแพด

เอ่อ ไฟดับ !!ตึ่งโป้ะ!!โรงแรมใหญ่ขนาดนี้ไฟดับ

พยายามทำใจดีสู้เสือ นอนเล่นไอแพด ท่ามกลางความมืด

นอนไปได้ซักแป้บ เริ่มวังเวง เพราะไฟส่องสว่างแต่ตรงหน้าเรา

เลย เปลี่ยนใจใช้ไอแพด ส่องทางเพื่อเปิดประตู สู่ทางออก

ตาก็มองไม่ค่อยเห็น เพราะถอดคอนแทคแล้ว เปิดประตู

ออกมา ก็ได้ความว่า มีอีกหลายคน ที่ประสบโชคชะตาเดียว

กันกับเรา มีผู้หญิงตะโกนมาจากฝั่งตรงข้าม ถามเราว่า

ไฟดับใช่มั้ยคะ เราก็บอกว่า ใช่ ผมว่า หลายๆคน น่าจะกลัว

ที่ว่า ไฟนั้น ดับเฉพาะห้องตัวเองเป็นแน่แท้ เหมือนที่ผมก็กำลัง

รู้สึกอยู่เช่นเดียวกัน พอผู้หญิงคนนั้น กำลังถาม ไฟก็มาพอดี

โล่ง แต่นอนยากกว่าเดิม คราวนี้เปิดหมด ทั้งไฟในห้อง

ทีวี นอนทั้งยังงั้นเลย ฮ่าๆ


วันอาทิตย์


เมื่อคืนก็เหมือนนอนไม่ค่อยเต็มอิ่มเท่าไหร่นัก ขี้เกียจลุกสุดๆ

ลงมาเกือบกินอาหารเช้าไม่ทัน คนมาคุยงานซักพักนึง

พอเสร็จก็สื่อสารกับหลวงพี่

หลวงพี่บอก ถ้าไม่ไปไหน เดี๋ยวหลวงพี่จะพาไปทำบุญ

เราก็โอเค พอคุยงานขึ้นไปพักบนห้องซักแป้บนึง เสร็จ

ก็ออกไปซื้อปลา ปล่อยปลาเหมือนเดิม 

สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2

สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2


ก่อนที่จะเข้าวัดไปหา

หลวงพี่ ท่านก็พาไปทำบุญ กราบครูบาอาจารย์ผู้มากพรรษา


สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2

แต่ละองค์ที่ท่านพาไปก็ชราภาพมากๆ องค์นึงเป็นหลวงปู่

ที่เรามากราบหลายครั้ง ตอนนี้ท่านก็แทบจะช่วยตัวเองไม่ได้

เมื่อคราวก่อนที่มา เราก็ต้องอุ้มท่าน เข้าไปอาบน้ำ รอบบนี้

ท่านก็ยังนอนบนเตียงเหมือนเช่นเคย พอเห็นโยมมา ก็ร้องไห้

น่าสงสารมาก เรามาถึงเย็นมากแล้ว เมื่อเห็นว่าท่านน่าจะอยาก

พักผ่อน หลวงพี่จึงกราบนมัสการขอลา


อีกองค์นึง ท่านก็ชราภาพมาก จะลุกจะเดิน ก็ลำบาก

วันนี้ก็เอาอีกละ เราได้ประคองท่านเดินเข้าห้องน้ำ ประคอง

ท่านยืนฉี่ สงสัยเรานั้นจะมีวาสนากับห้องน้ำ ซะเหลือเกิน 55

ก็พูดคุย กับท่านเสร็จ ก็ขอลา พอท่านรู้ว่าเราจะกลับ ท่านก็ให้

เราพาท่านมานั่งหน้าระเบียง ท่านก็นั่งมองพวกเราค่อยลับสาย

ตาท่านไป เป็นภาพที่สะเทือนอารมณ์มาก


มันสะเทือนอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก ได้แต่คิดตรึกตรองในใจว่า

แม้นแต่ครูบาอาจารย์ผู้ฝึกปฏิบัติ อย่างสันโดษมาตลอดชั่วชีวิต

วันที่ท่านเหล่านั้นชราภาพ ความเหงา ความอ้างว้าง กลับมี

พลังอย่างไม่น่าเชื่อ


คงจะจริง ที่มีคนพูดว่า

"มนุษย์นั้นไม่ได้ถูกสร้างมาให้อยู่คนเดียว เรานั้นเป็นสัตว์สังคม

เราต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ว่าจะเป็นทางกาย รึ ทางใจ

มันคงจะดีถ้าตัวเรานั้น ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ได้อยู่ที่เหมาะ

ที่ควร ที่มีแต่คนที่เข้าใจเรา อย่างแท้จริง

มันคงจะดีถ้าตัวเรานั้น ได้มีใครซักคนที่รักเราอย่างแท้จริง

อย่างไม่มีเงื่อนไข และได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

ตราบสิ้นลมหายใจในช่วงชีวิตนี้"


สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2

สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2

สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2

ตอนกำลังจะกลับ ก็ได้รับการสื่อสารจากแฟนเก่าอีกครั้ง

ว่าเย็นนี้ว่างมั้ย กินข้าวด้วยกันมั้ย ตอนแรกก็ตอบตกลงไป

แต่จริงๆ มีนัดกับเพื่อนเก่าไว้ก่อนแล้ว แต่ก็เลื่อนของเพื่อน

ไปค่ำหน่อย แต่พอเอาไปเอามา สงสัยเค้ารอเรานานเกินไป

เลยบอกว่า ขออนุญาติเบี้ยวนัด เพราะไม่ไหวง่วง นั่งรออยู่ร้าน

กาแฟ เมื่อคืนกลับดึกมาก เราก็เลยโอเค เราจะได้สบายๆ

คิวไม่ต้องเบียดกันมาก จนทำให้เรานั้นรู้สึกอึดอัด


กลับมาอาบน้ำ อาบท่าเสร็จ เพื่อนก็มารับที่โรงแรม เพื่อหา

อะไรกินกัน ตอนกำลังจะไปหาอะไรกินกันนี่แหละ

ชาวคณะจาก กทม ที่บังเอิญชี มาพักผ่อนยาวที่นี่ ก็สื่อสาร

มาว่า คืนนี้อยากนั่งชิว จะไปไหนรึเปล่า

ก็เลยถามเพื่อนเราไปว่า เอาไงดี เพราะเพื่อนก็รู้จักกัน

เพื่อนก็เลยบอกว่า ไปนั่งชิวกันซักพักก็ได้ ก็เลยไปนั่งชิวกัน

ที่Mo'C Mo'L


ซึ่งก่อนไป เราก็กลับตาและพิจารณา

แล้วว่า เราควรจะต้องคิด ต้องรู้สึกยังไงดี กับสถานการณ์

ตอนนี้ ก็เลยตัดสินใจว่า ถ้าเราไม่ลุกขึ้นสู้กับความรู้สึกที่

กำลังเกิดขึ้นกับเรา ชีวิตเราอาจจะแย่ และพ่ายแพ้ก็เป็นได้

ก็เลยตัดสินใจว่า คืนนี้ จะเป็นคืนสุดท้าย ที่ตัวเรานั้นจะตกอยู่

ในความรู้สึกแบบหนักๆ แบบนี้


เพราะก่อนจะออกมาก็สับสนหลายอย่าง ว่าจะเลื่อนตั๋วยาวเลย

ดีมั้ย ก็นั่งเชคๆ ไฟล์ วันอื่น ถ้าไม่บังเอิญ ว่า มันมีขั้นตอน

ที่ยุ่งยากพอสมควร ถ้าบังเอิญว่ารอบบนี้ บินชั้นธุรกิจ

คาดว่า เราคงจะได้เลื่อนตั๋วเรียบร้อยไปแล้ว

แต่เมื่อเราได้มีเวลาคิด และ ทบทวน มากยิ่งขึ้น

เลยทำให้เราคิดได้ว่า เราควรจะลุกขึ้นมาสู้กับความรู้สึกนี้ได้แล้ว

ปัญหา มันมีไว้ทดสอบปัญญาเรา

ความโศกเศร้า มันผ่านเข้ามาเพื่อให้เรานั้นได้เข็มแข็ง และ

ทบทวนตัวเองว่า ณ ตอนนี้สิ่งที่เรากำลังทำ มันใช่รึเปล่า


เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงตั้งการชิวครั้งนี้ว่า

"งานสลัดความโศกเศร้า"


ซึ่งเพื่อนที่ไปก็บอกว่า เอ้อ คช (คุณแชมป์)ตัวจริงมันต้อง

แบบนี้ สนุกสนาน ร่าเริง และมั่นใจ แบบนี้


ก็สนุกสนานกันไป ก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่มาร่วมนั่งชิวกัน

เราไปกัน ห้าคน ซึ่งตอนแรกก็คิดว่า บรรยากาศน่าจะเบาๆ

เพราะน้องผู้หญิงอีกคนเราก้ไม่รู้จัก เพื่อนอีกคนเราก็ไม่สนิท

เท่าไหร่ แต่กลายเป็นว่า ทั้งห้าคนกลายเป็นส่วนผสมที่แตกต่าง

อย่างลงตัว เลยกลายเป็นโชว์ที่สมบูรณ์สำหรับค่ำคืนนี้อีกหนึ่งคืน

สามสาวมีความสุขกันมาก จนร้านปิด ยังไม่ยอมเลิก ให้เรา

กับเพื่อนอีกคน พาไปกินโจ้กต่อ เอ่อ ที่ผ่านมายังกินโจ้กไม่พอ

อีกเรอะ


ไม่ใช่เว้ยย!!


เค้าหมายถึงโจ้กเป็นถ้วย ไม่ใช่โจ้กที่เป็นมุขตลก

55

สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2

แต่เราทั้งสองคนนั้นไม่ไหวแล้ว เพราะพรุ่งนี้ผมต้องรีบตื่นตั้งแต่

ตี5อีกครั้ง เพื่อไปทำบุญกับหลวงพี่ ก่อนจะกลับกทม

ส่วนเพื่อนอีกคน ก็ต้องทำงานเช้า ก็เลยหนีกลับ ฮ่าๆ


คืนนี้ไฟโรงแรมไม่ดับ แฮะ อิอิ



วันอาทิตย์

นาฬิกาปลุกประมาณ3รอบได้ โคตะระไม่อยากจะลุก เพราะ

เพิ่งได้นอนไปไม่เท่าไหร่ แต่ก็ต้องลุก เพราะนัดหลวงพี่เอาไว้

ท่านให้คนไปเตรียมข้าวของทาน ไว้รอแล้ว คนขับรถก็มารอ

ด้านล่าง พอไปถึง วิหารยังไม่เปิดเพราะเช้าเกิน ก็เลยยืนรอ

ชมบรรยากาศหน้าวิหาร ซักพัก พระเณร ก็เดินกลับมาจาก

บิณฑบาตร ก็เลยได้โอกาส ตักบาตรด้วยเงินกับเณรน้อย

เพระาเมื่อวาน ตอนไปงานบุญ ที่ครูบาหลวงจัด ได้ยินท่าน

พูดออกไมค์ว่า จะมีกองทุนใช้เพื่อส่งเสริมการศึกษาของเณร

เพราะเณรนั้นไม่ค่อยมีเงิน เราก็นึกขึ้นได้ เอ้อ น่าจะใช่

เพราะเณร จะเอาเงินมาจากไหน ก็เลยถือโอกาส

ใส่ปัจจัย เล็กๆ น้อยๆ ตามกำลัง ให้กับเณรเหล่านั้น


ในขณะที่เรายืนชื่นชม อากาศยามเช้าหน้าวิหาร ที่อากาศวันนี้

ก็ดีมาก ท้องฟ้าสดใส ลมโชยมาเย็นๆ พอให้รู้สึกสดชื่น

ก็ทำให้เราได้นึกถึงนิยามนึง ที่เราชอบพูดว่า


“ไม่มีอะไรที่จะอยู่กับเราตลอดไปจริงๆ ไม่ว่าสิ่งใดผ่านเข้ามา

เดี๋ยวก็ผ่านออกไป มีมืดเดี๋ยวก็มีสว่าง มีทุกข์เดี๋ยวก็มีสุข

มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะประคองสติของเรา ให้พาตัวเรานั้น

อยู่รอดปลอดภัยได้ยังไง ในวันที่เราตกอยู่ในสภาวะที่อะไร

ก็ไม่เป็นดังที่ใจเราต้องการ"


สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2


ณ ตอนนั้นผมรู้สึกได้เลยว่า กระแสของสิ่งต่างที่กำลังผ่านเข้ามา

มันไม่ใช่กระแสแห่งความหมองหม่นอีกต่อไปแล้ว


ถึงแม้นจะยังมีกระแสแห่งความทุกข์ใจ ความไม่สบายใจ แต่ใน

ขณะเดียวกัน มันก็ไม่ใช่กระแสเดียวที่ผ่านเขามา ทุกสิ่ง

ทุกอย่างมันก็ผ่านเข้ามาในชีวิตเราเช่นเดียวกัน

ขึ้นอยู่กับว่า เราจะปล่อยให้ความทุกข์ มาบดบังสายตา

จนเรานั้นมองอะไร ก็เป็นความทุกข์ใจไปซะหมดรึเปล่า


พอกลับมาที่โรงแรมเพื่อกินข้าวเช้า เก็บของเตรียมตัวเดินทาง

เพื่อนก็สื่อสารข้อความมาทางเฟสว่า จะแต่งงานแล้ว

ตอนเดือนพฤศจิกายน อยากให้มาร่วมงาน และถ้าเป็นไปได้

ก็อยากให้ช่วยเป็นพิธีกร ให้ด้วย ซึ่งเราก็ตอบตกลงไป


มาถึงตรงนี้ ก็ยิ่งทำให้เรามั่นใจขึ้นว่า บัดนี้เรื่องราวความทุกข์

ที่ผ่านเข้ามา ได้ผ่านเข้ามา เหมือนตบหน้าเราให้รู้ตัว

มีสติ มากยิ่งขึ้น ให้เเรานั้นได้ทบทวนตัวเอง จากหลายๆ

เรื่องที่กำลังเป็นไป ให้เราใช้ชีวิตแบบมีสติ และกลายเป็น

คนโดยสมบูรณ์มากย่ิงขึ้นไปอีก


เมื่อสรุปได้ดังนั้น ก็ตัดสินใจว่า เราจะทิ้งความเศร้าใจ

ไว้ที่นี่ สิ่งที่เราต้องทำก็คือก้าวเดินต่อไป เราจะไม่ร้องไห้

คร่ำครวญ ด้วยความเห้นแก่ตัว ที่จะฉุดรั้งท่านไว้ ถึงแม้

เราจะอยากทำมันมากแค่ไหนก็ตาม


สถานการณ์ ณ ตอนนี้


เมื่อวันก่อนที่บอกว่าแม่จะต้องเจาะปอด

พอถึงเวลา จริง หมอกลับไม่เจาะให้ เพราะร่างกายแม่อ่อนแอ

มาก หมอจึงให้ยานอนหลับตลอดเวลา

นัยยะนึง ก็เพื่อว่า หากท่านไม่ไหวจะได้ให้ท่านไปอย่างสบาย

ไม่ต้องทรมาณ

อีกนัยยะนึง เพื่อให้ร่างกายท่านได้พักผ่อนอย่างแท้จริง


ซึ่ง ณ ตอนนี้ทำให้ไม่รู้เลยว่า ตกลงแล้วแม่จะไปตอนไหน


และเมื่อวานนี้(วันพุธ)จู่ๆ หมอก็จะเจาะปอดแม่

ถ้าพี่สาวไม่ไปเยี่ยมก็ไม่รู้ ซึ่งอย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้

ว่า การเจาะ ปอด ร่างกายแม่อาจรับไม่ไหว และอาจจะไปเลย


ตอนเช้าพวกพี่สาว ก็เลยให้เราช่วยนัดหลวงพี่ เพื่อไปทำบุญ

เสริมสร้างกำลังใจ เราก็บอกหลวงพี่ให้ท่านช่วยชี้ทาง

ให้กับพวงพี่สาวเราด้วยเถิด อย่าให้เดินผิดทาง พากันไป

เดินสู่หนทางที่งมงาย หากต้องเกี่ยวข้องด้านพิธีกรรม ก็ขอให้

เป็นพิธีกรรมทางพุทธของเรา อย่าเดินทางผิดจนนำไปสู่การ

เสียเงินเสียทอง โดนหลอก เหมือนตอนสมัยพ่อเลย


เมื่อวานตอนเย็น ก็โทรเชค ทุกห้านาทีเลย ว่าแม่เป็นไงบ้าง

โทรหาพี่สาวคนนึง โทรไปทีไรไม่ยอมพูด ให้คนอื่นพูดตลอด

เพราะพูดไปร้องไห้ไป เลยให้คนอื่นพูดดีกว่า


สุดท้าย

แม่ก็ยังสู้ไหว ปลอดภัย ตอนนี้ตรวจแล้วก็พบว่า

แม่มีอาการไตวาย และ ปอดติดเชื้อรา ซึ่งต้องตรวจเชื้อนี้

อีกครั้งว่า จะรักษายังไง ณ ตอนนี้แม่ก็ยังอยู่ในห้องICU

และนอนหลับไม่รู้ตัวเหมือนเดิม


ตอนนี้ก็ได้แต่ทำใจให้สงบ และก้าวเดินต่อไป

ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ^^




     Share

<< สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา เก็บตัวฝึกวิชา >>

Posted on Thu 18 Jul 2013 11:47
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh