การต่อสู้กับตนเอง
ตำถามซึ่งไร้คนตอบ
กิน - ดูหนัง - งานแต่งงาน
เรื่องของ Peter
เฉลยเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก
เรื่องราวเกี่ยวกับความรัก
ออกแรงแล้วก็กิน
I love you more
บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี ตอนจบ
บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี ตอนพักครึ่ง
บมสัมภาษณ์ไปทำบุญราชลี
ทำบุณชราชลีเด้อ
น้องสาวเพื่อน
คำเฉลยหลากหลายเรื่องราว
หลากหลายเรื่องราว
ไม่มีอะไร
รายงานหลังความตายของมารดา
บันทึกของการจากลา
กลับมาอีกครั้ง
แด่ผู้หญิงที่รักมากที่สุด
R.I.P My friend
ครัว ศอฉ.
เก็บตัวฝึกวิชา
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา ตอนที่ 2
สัปดาห์แห่ง ทุกขเวทนา
กิ้งก่า
อิมพีเรียล
My love
อ้อด แอ๊ด
SIGN Artist ver.
SIGN
เสร็จสิ้นแล้วกับภารกิจแบบผีผี
คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท
วันกลับมาจากวัด
วันก่อนไปวัด
ไปก่อนตาย ไม่เสียดายชาติเกิด ตอน Frozen Waterfall in Minnesota
มะ มา ละ
นะ นะ นะ
ปั่นจักรยานสวนรถไฟ
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


บันทึกแด่ผู้หญิงที่เรารักมากที่สุด


แด่ผู้หญิงที่รักมากที่สุด



ยังโหวงๆ ในหัวสมองอยู่เลย ช่วงนี้ชีวิต มีแต่เรื่องความสูญเสีย


เวลา9.13.

ได้รับการสื่อสารจากพี่สาวว่า โรงพยาบาลโทรมาให้ลูกๆ

ไปดูใจ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ท่านจะจากไป


. . . แต่สุดท้าย. . .


ท่านก็จากไปก่อนพวกพี่สาวจะไปถึงกันประมาณ2นาที


ปลายสายแต่ละคนที่โทรมาก็ระงมไปด้วยน้ำตา

ตอนนี้ก็คงกำลังเริ่มจัดการ วางแผนเรื่องพิธีกรรมกันอยู่


จริงๆ โดนส่วนตัวผมก็ทำใจไว้ตั้งแต่วันที่กลับมาแล้ว

ยอมรับว่า ตอนที่กลับมาเสียใจมาก ไม่ได้เสียใจแบบตีโพย

ตีพาย แต่เสียใจแบบนิ่งๆ บาดลึกเข้าไปในจิตใจ แค่นึกถึง

แว้บเดียว น้ำตา มันก็พรั่งพรูไหลออกมา


พยายามทำความเข้าใจกับเรื่องราวความเสียใจที่เกิดขึ้น


ก็ทำให้ได้ข้อคิดหลายข้อ ที่ทำให้ เราทำใจยอมรับความจริง

ที่เกิดขึ้น ได้มากขึ้น


ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ


"การดูแล"


ที่เราก็ต้องยอมรับความจริงว่า เรานั้นไม่สามารถดูแลแม่

ได้มากเท่าที่ใจเราต้องการ เพราะตัวเรานั้นต้องมาสู้อยู่ต่างที่

และกับตัวเราเอง เราก็ไม่ได้มีคำตอบที่แน่นอน รึทิศทาง

ว่าเราจะสามารถทำมันได้สมที่ใจเราต้องการได้เมื่อไหร่

เพราะฉนั้น มันคงจะเป็นการเห็นแก่ตัว ถ้าเราอยากจะให้เค้า

อยู่รอเรา โดยที่ไม่รู้ว่า เมื่อไหร่ เมื่อไหร่กันแน่ ที่เราจะได้กลับไป


นี่ก็เป็นหนึ่งข้อที่ตอกย้ำ ให้เราเห็น ความบกพร่องในชีวิต




"ความสงสารแม่"


ต้องยอมรับความจริงอีกข้อนึง ว่า "ความสุข" ของแม่

มันน้อยลง มันจางลง นับตั้งแต่วันที่พ่อเสียไป เพราะก่อนหน้า

นั้น ชีวิตของแม่ มีแต่พ่อ ไม่ว่าจะทำอะไร ไปไหน ท่านอยู่

กันมาตั้งแต่อายุ15ปี วันที่ชีวิตท่านไร้คนที่รัก ที่อยู่กันมา

เกือบจะตลอดทั้งชีวิต ชีวิตท่านเสียศูนย์อย่างเป็นที่สุด ถึงแม้น

หลังๆ ท่านจะทำใจได้แล้ว แต่เราก็พอดูจะออกว่า ชีวิตท่าน

มันเหมือนขาดอะไรไป คือ มันเป็นภาพที่เจ็บปวดทุกครั้ง

มันเป็นความจริงที่เจ็บปวดมาก ที่เรารู้ว่า ท่านเป็นอะไร

แต่เราก็ไม่รู้จะแก้ไข มันยังไง ท่านชรามากแล้ว ชราเกินกว่า

จะทำใจ และเข้าใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้น

........................


เมื่อประกอบ เหตุ และ ผล หลายๆ ข้อ เข้าด้วยกัน

มันก็เป็นความจริงที่เจ็บปวดว่า

"ไม่ว่าแม่จะอยู่ หรือ จะไป มันก็มีข้อดีทั้งนั้น"


ถึงแม้นเราจะอยากเห็นแก่ตัว


อยากให้ท่านยังอยู่ตรงนี้


อยากให้ท่านได้มีโอกาสเห็นความสำเร็จในชีวิตของเรา

แทนพ่อที่ไม่ได้โอกาสได้เห็น ได้เห็น


อยากให้ท่านได้อวยพรชีวิตคู่ ได้เจอหน้าเจ้าสาวในอนาคตของ

เรา


อยากให้ท่านได้อุ้มลูกของเรา


อยากให้ลูกของเรา ได้เห็นว่า นี่คืออีกหนึ่งคนที่รักเรา

และเราก็รักเค้าที่สุดในชีวิต


เรื่องราวในวันนี้เป็นวัน ที่เขียนยากมากที่สุด

วันนึงในชีวิตเลยก็ว่าได้

เพราะเรื่องราว ต่างๆ มันพรั่งพรู เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นความ

รู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น ที่เคยเกิดขึ้น และที่เราคาดหวังจะให้เป็น

ความรู้สึก ความทรงจำ มันเข้ามาแบบพรั่งพรู จนเอ่อล้น

ในหัวใจ


แต่ถึงแม้นสมองของผมจะยอมรับในเหตุ และผล

ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เหมือนว่า หัวใจ ของผมนั้น มันกลับ

ปฏิเสธความจริงข้อนี้ และกำลังปวดร้าว


ความเสียใจ ที่มันมาจากก้นบึ้งของหัวใจ มันช่างเป็นอะไรที่

ปวดร้าวยิ่งนัก


แม่

เป็นเหมือนผู้หญิง ที่เป็นต้นแบบ ของผู้หญิงที่เรามองหา

แบบนึง ที่สามารถทำให้เรานั้นรักหมดหัวใจ


แม่

ไม่ได้เป็นผู้หญิงเก่งอะไร แม่ไม่ได้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ

ในหน้าที่การงาน มีหน้ามีตาในสังคม แต่แม่สามารถเลี้ยงลูก

ทั้ง8คน ให้เติบโตได้


เพราะแม่เป็นแบบนี้

ทำให้ตลอดชีวิตเรา จนถึงทุกวันนี้ เราไม่เคยมองผู้หญิงที่

ภายนอกเลย ไม่ว่าคุณจะเก่งไม่เก่ง จะยากดีมีจน จะเกิดใน

ตระกูลมหาโจร รึคนธรรมดา ก็ไม่เคยสนใจ สนใจแค่ว่า

คุณเป็นคนยังไง


แม่

ไม่ได้มีจิตใจที่กว้างใหญ่เหมือนแม่น้ำ ที่รักคนทั้งโลก แต่แม่

ก็ไม่เคยทำร้ายใคร และแม่ก็อยู่เคียงข้างลูกทุกคนเสมอมา


เพราะแม่เป็นแบบนี้

ผมจึงไม่เคยมองหาผู้หญิง ที่มีเมตตาจนเหมือนกับพวกโลกสวย

ถ้าใครโดนคำถามจิตวิทยาผมไป แล้วตอบเป็นแม่ชีเทเรซ่ามา

แทบจะขอลา ไม่ต้องโอเว่อ ไม่ต้องรักคนทั้งโลก ถ้าคุณเป็นแค่

คนธรรมดา ธรรมดาคนนึง ก่อนที่คุณจะรักคนทั้งโลก ถามแค่ว่า

คุณรัก คนรอบๆ ตัวคุณ อย่างบริสุทธิ์ใจรึยัง ถ้ายัง ถ้าคุณยัง

นินทาคนนั้น คนนี้ ยังปราศจากความนอบน้อมถ่อมตน ต่อ

คนรอบข้าง แค่นั้นก็จบละ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน

ขอแค่ว่า คุณรักคนที่อยู่รอบข้างคุณอย่างจริงใจแล้วหรือยัง

แค่นั้นพอ


แม่

ไม่ได้มีจิตวิทยา ในการสื่อสาร ช่วยแก้ปัญหา เวลาที่เรา

ต้องประสบปัญหาในชีวิต คำพูดของแม่ออกจะทำให้เราหงุดหงิด

ใจเสียด้วยซ้ำไป แต่คำพูดของแม่ เป็นคำพูดที่พูดด้วยความ

เป็นห่วงเป็นใย และออกมาจากใจที่บริสุทธิ์ แม่ไม่ได้ใส่ความ

คิดเห็นของตัวเองลงไป เพราะแม่เป็นแม่บ้านมาตลอดชีวิต

แม่ไม่รู้หรอกว่า ควรจะทำยังไง แต่แม่รู้แค่ว่า แม่แค่ไม่อยาก

ให้ชีวิตเราต้องเจอปัญหา เพราะฉนั้น เวลาที่เราฟังมันอาจจะ

แค่ทำให้เรารำคาญ แต่ลึกๆ มันกลับเป็นคำที่เราอยากฟัง


เพราะแม่เป็นแบบนี้

ทำให้เราไม่เคยรังเกียจ ที่จะไปอยู่ใกล้แม่เลย ถึงแม้นแม่จะช่วย

อะไรเราไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่ตรงนี้ ก็มีแต่ความหวังดี

มีแต่ความบริสุทธิ์ใจ เหมือนต้นไม้ที่ให้ร่มเย็น

เหมือนกัน คนที่เรามองหา ก็คือคนแบบนี้ ไม่ต้องเป็นฮีโร่

ที่สามารถแก้ปัญหาให้เราได้ แต่ขอให้อยู่ข้างๆ ด้วยอารมณ์

เหมือนน้ำที่ใสเย็น แค่นั้นก็พอแล้ว



แม่

ไม่เคยไขว่ขว้าอะไร ที่เกินตัว แม่แค่ต้องการในสิ่งที่แม่ชอบ

แต่แม่ก็ต้องการในปริมาณที่พอดี ไม่เบียดเบียนใคร

ถ้าแม่อยากได้ แม่ก็จะขอแบบน่ารักๆ เนียนๆ แบบคนซื่อๆ

เหมือนตอนที่เราซื้อทองให้ บอกว่าจะซื้อให้เท่านี้ พอไปซื้อจริง

แม่บอก เพิ่มอีกนิดได้มั้ย แม่ว่ามันเล็กไป แล้วก็หัวเราะ แหะๆ

เราก็ตามใจ เรพาะชีวิตเค้าแทบจะไม่เคยขออะไรจากลูกๆเลย

นอกจากสิ่งที่เค้าจำเป็นจริงๆ



เพราะแม่เป็นแบบนี้

จึงทำให้ผมนั้น อยากจะมอบทุกสิ่ง ทุกอย่าง ที่แม่ต้องการ

และที่เราต้องการจะมอบให้ ที่เราคิดว่า มันดีต่อชีวิตของแม่

อยากจะประเคนทุกสิ่ง ทุกอย่างให้ และเหมือนกัน ถ้าเรามี

ผู้หญิงที่รู้จักพอในชีวิต ไม่ต้องขออะไร เราก็แทบจะมอบให้

ทุกสิ่งที่เรามี เราคบกับใคร มันก็ควรจะมีแต่มอบสิ่งดีดีให้กัน

ไม่ใช่ คิดแต่ว่าจะขออะไรกันไม่ใช่เหรอ




ทั้งหมดที่พูดมานี้ นี่คือ ผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด

และผมก็หวังว่าผมจะได้มีโอกาส เจอ แม่ลูกของลูก ที่เป็นแบบนี้

เช่นเดียวกัน



วันก่อนพี่สาวโทรมา เกือบเที่ยงคืน ร้องไห้ระงม เล่นเอาผม

ตกใจ นึกว่า แม่เป็นอะไรไปซะแล้ว


แต่เนื่องด้วยพี่สาวคนนี้ เป็นคนที่อยู่กับแม่ตลอดในช่วงสองสาม

ปีหลัง รวมถึง ก็เพิ่งมาแยกออกไปมีครอบครัว เมื่อซักสิบกว่าปี

ที่ผ่านมา ทำให้เค้าค่นข้างได้ใกล้ชิดกับแม่

พอเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ ขึ้น เลยทำให้สะเทือนใจมากเป็นพิเศษ


ประเด็นที่เค้าโทรมาพูดคุย

หลักๆ ก็คือ เรื่องของผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้น หากต้องสูญเสีย

แม่ไปจริงๆ(ตอนนั้นแม่ยังอยู่)เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้น

มันมากเกินกว่าที่ว่า ครอบครัวเราได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

ยิ่งอีกหนึ่งคนไป ซึ่งจะโยงไปในประเด็นประมาณนี้


1.

"ความมั่นคงในครอบครัว"


ต้องยอมรับว่า นับตั้งแต่เสียพ่อไป ครอบครัวเราก็มีการรวมตัว

กันน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และการสูญเสียแม่รอบนี้ก็

อาจจะทำให้ เรารวมตัวกันน้อยลงไปกว่าเดิมอีก เพราะทุกวันนี้

ทุกครั้งที่เรารวมตัวกัน ประเด็นหลักก็คือ "แม่"


2.

“ทิศทางของตัวผมเอง"


พี่สาวก็พูดขึ้นมาว่า ถ้าไม่มีแม่แล้ว ผมก็อาจจะไม่กลับมาอีกแล้ว

ซึ่ง จริงๆ เรื่องนี้ การป่วยของแม่ก็เป็นตัวสะกิดผมให้นึกถึง

ประเด็นนี้ ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา มีคำถามเกิดขึ้นในใจ

ของผมว่า

"ถ้าไม่มีแม่แล้ว ผมจะตัดสินใจใช้ชีวิตที่ไหน"

หมายถึง บ้านหลังที่สอง รึ ช่วงปลายของชีวิต ซึ่งผมก็ตอบตัว

เอง ไม่ได้เหมือนกัน ว่าผมควรจะไปทางไหนต่อ ผมรู้แต่เพียง

ว่า ณ ตอนนี้ ที่ที่ผมควรจะใช้ชีวิตอยู่มันคือ กรุงเทพ ณ ส่วนใจ

กลางของความเจริญ ของที่แห่งนี้ เพราะมันสามารถตอบโจทย์

ของชีวิตผมได้ ในตอนนี้ แต่ มันก็ไม่ใช่คำตอบตลอดไป


แล้วถ้า ณ ตอนนี้ไม่มีแม่อยู่แล้ว ผมก็แทบจะหมดแรงจูงใจ

ในการกลับไปที่นั่น ถ้าไม่นับว่าไปพักผ่อน


จะมีก็แต่ไปเยี่ยมพี่สาวอีกคน ที่ดูแลผมมา อยากจะไปจัดการ

ดูแล เค้าให้สุขสบายในบั้นปลายของชีวิตที่เหลืออยู่ของเค้า


ยังไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ เลยขอวางเอาไว้ก่อน

รอให้เวลาเป็นตัวตอบก็แล้วกัน


....สุดท้ายนี้....


มีพบก็ต้องมีจาก เป็นธรรมดาของชีวิต ...วันที่เราสูญเสียคนที่รัก ที่สุดในชีวิต เราก็คงมีสองทางให้เลือกเดิน

จมอยู่กับความทุกข์ หรือ ทำความเข้าใจกับความทุกข์นั้นๆ แล้วก็ก้าวเดินต่อไป

ผมเชื่อว่า คนที่เรารัก ที่เค้าจากเราไปแล้ว ที่เค้าจากเราไป ด้วยเงื่อนไขของกาลเวลา เค้าคงอยากจะเห็นเราได้ก้าวเดินต่อไป และ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ผมดีใจ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่ครับ ถึงแม้เราจะมีโอกาสอยู่ด้วยกันไม่นานเท่าที่ใจต้องการ แต่ที่ผ่านมาแม่ก็ทำให้ผมมีความสุขมากครับ ขอบคุณในโชคชะตาที่ทำให้ผมได้เกิดมาเป็นลูกแม่ครับ ขอบคุณครับ


.... RIP my Mom ....





ปล.

ท้ายสุดนี้ แอบมีเรื่องที่ไม่รู้จะฮา รึ ควรจะเบิ้ดกะโหลคน


เมื่อเช้าตอนที่แม่ไปแล้ว มีเด็กฝึกงานในโรงพยาบาล ด้วยความ

ไม่รู้เรื่อง ดัน เอา ปรอท มาวัดไข้ ที่จักกะแร้ แม่


พวกพี่สาว กะหลานๆ เลยโวยวาย กันใหญ่ คนเค้าตายไป

แล้ว วุ้ย !!จะมาวัดไข้อะไรตอนนี้!!


 





     Share

<< R.I.P My friendกลับมาอีกครั้ง >>

Posted on Sun 28 Jul 2013 14:54
เสียใจด้วยนะคุนแชมป์ ไม่รู้จะพูดยังไง เราว่าคุนแชมป์คงเข้าใจแต่อาจต้องอาศัยเวลาในการทำใจมากกว่า เราคงพูดได้แค่เสียใจด้วยจริงๆ เราก็เคยเสียคนที่เรารักมากที่สุดไป ก็เข้าใจนะ แต่ทุกอย่างคงต้องใช้เวลาทำใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป
pinkomlette   
Wed 31 Jul 2013 17:57 [2]

ใช่คะ เราไม่ต้องรักคนทั้งโลก แต่เรา
รักและดีกับคนใกล้ตัวอย่างบริสุทธ์ใจ และ ตั้งใจแล้วหรือยัง ขอบคุณไดวันนี้นะคะ ขอบคุณที่ทำให้กลับมานั้งคิด และ รู้สึกได้ว่าตอนนี้ทำหน้าที่ของลูกที่ดีได้ ไม่มีอะไรจะมีความสุขเท่าคนที่เรารักโดยเฉพาะแม่มีความสุข และ ภูมิใจในตัวเราคะ
TEW   
Mon 29 Jul 2013 15:22 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh